รีโนเวทตึกแถวเก่ากลางกรุง เป็น Thrive โฮสเทลสไตล์อินดัสเทรียล ลอฟท์

รีโนเวทตึกแถวเก่ากลางกรุง เป็น Thrive โฮสเทลสไตล์อินดัสเทรียล ลอฟท์

รีโนเวทตึกแถวเก่ากลางกรุง เป็น Thrive โฮสเทลสไตล์อินดัสเทรียล ลอฟท์ เกี่ยวกับ รีโนเวท

S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

การตัดสินใจเลือกวิธีการรีโนเวทอาคารเก่าแทนการก่อสร้างใหม่ เป็นเทรนด์ฮิตของวงการสถาปัตยกรรมในปัจจุบัน สำหรับ Thrive โฮสเทลเล็กๆ บริเวณสามย่านเองก็เลือกที่จะนำตึกแถวเก่ามารีโนเวทเป็นโรงแรมเล็กๆ ในแบบที่ต้องการ จากความน่าสนใจ และมีเอกลักษณ์ของอาคารแห่งนี้ทำให้ Thrive ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นปี 57 ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ ประเภทการปรับปรุงอาคารเดิม

ตึกแถวนี้เป็นอาคารเก่า 5 ห้อง 3 ชั้นที่ตั้งอยู่และผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน ตอนแรกกลุ่มเจ้าของซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันจำนวน 10 คน พยายามตระเวนหาตึกในทำเลที่เหมาะสมกับการทำโฮสเทล คืออยู่กลางเมือง ใกล้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ กระทั่งตัดสินใจเลือกเช่าอาคารหลังนี้เมื่อประมาณ 2  ปีก่อน

คุณโป อำนาจ รวมทรัพย์นุกูล หนึ่งในหุ้นส่วนเล่าถึงที่มาของ Thrive ว่าเกิดจากความต้องการสร้างห้องเช่า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มมีธุรกิจประเภทบูติคโฮเทลอยู่แล้ว พวกเขาจึงเริ่มขับรถหาอาคารเพื่อนำมารีโนเวท

อารมณ์และบรรยากาศที่เจ้าของต้องการ และสถาปนิกกำหนดมาให้



“โจทย์ที่เราให้สถาปนิกไปตอนแรกคือเราชอบสไตล์ดิบๆ แล้วตอนนั้นกระแสอินดัสเทรียลเพิ่งมา สถาปนิกก็ออกแบบกับก่อสร้างไปพร้อมๆ กัน ไม่ได้มีแบบมาให้เราดูตั้งแต่แรก มีแต่กำหนด Mood และTone ของโฮสเทลมาให้คร่าวๆ ”
สถาปนิกหยิบเสน่ห์ของอาคารเก่า ลักษณะความเป็นโรงงาน ความไร้ระเบียบมากำหนดลักษณะทางกายภาพของอาคาร รวมไปถึงใช้เนื้อหาของร่องรอยถลอกของซอกตึกเก่า ที่มักจะมีความโทรม ถลอก และไม่ได้รับการดูแลเข้ามาผสมผสานกลายเป็นโฮสเทลเพื่อตอบสนองโจทย์ของลูกค้า โดยใช้เวลารีโนเวททั้งสิ้น 10 เดือน

นอกจากลักษณะภายนอกที่น่าสนใจแล้ว ห้องพักแต่ละห้องของที่นี่ยังมีความแตกต่างกันทั้งรูปร่าง ขนาด รวมไปถึงเทคนิคการออกแบบ ซึ่งเป็นความตั้งใจที่สอดคล้องกันระหว่างเจ้าของและสถาปนิก

“เดิมอาคารหลังนี้เป็นพื้นที่โล่ง ห้องที่มีอยู่เดิมก็ต้องทุบทิ้งทั้งหมดเพื่อกั้นห้องใหม่ เพราะเราตั้งใจให้ห้องแต่ละห้องไม่เหมือนกัน และเว้นพื้นที่หน้าห้องพักให้มีบริเวณกว้าง เพื่อเป็นแลนด์สเคปของห้องพัก”

สภาพพื้นที่ก่อนรีโนเวท เรียกได้ว่าทุบ รื้อ ตัด เสริมคาน เหลือทิ้งไว้แต่โครงสร้างหลักๆ

อาคารหลังนี้มีโครงสร้างเดิมทิ้งไว้ก็จริง แต่กลับมีสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ใหญ่ๆ หลายจุดทั้งการย้ายบันไดที่แต่เดิมอยู่ด้านหลัง ให้มาตั้งอยู่ตรงส่วนกลางของอาคาร จากนั้นเจาะช่องแสงตามรูปทรงบันไดเพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาทำให้ภายในสว่างขึ้น รวมไปถึงยังต้องมีการทุบคานเดิมเสริมเหล็กเพื่อรองรับจำนวนแขกที่เข้าพัก

ห้องพักทุกห้องมีเอกลักษณ์ตรงที่มีการนำเทคนิคการนำเหล็กใหม่แผ่นใหญ่ๆ มากัดสนิม แล้วตัดเป็นรอยเฉียงประกอบเข้าเป็นผนัง จากนั้นเคลือบเพื่อไม่ให้สนิมลุกลาม บางห้องเลือกใช้ผนังและเพดานเป็นสีถลอกซึ่งเกิดจากเทคนิคการพ่นสีรองพื้นหลายๆ ชั้นแล้วขัดให้เป็นร่องรอยถลอก ยังไม่รวมไปถึงผนังของอาคารบางด้านโชว์ผิวอิฐมอญซึ่งเป็นพื้นผิวดั้งเดิมของอาคาร

 

บริเวณด้านหน้าอาคาร ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เหล็ก ที่สถาปนิกและเจ้าของสร้างสรรค์ขึ้นเองกับมือ

 

บาร์ และโถงต้อนรับด้านหน้าทางเข้าโฮสเทล

“ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือเราทำเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเองหมด เพราะมันเป็นเฟอร์นิเจอร์เหล็ก ตั้งแต่เคาน์เตอร์ เตียงนอน เก้าอี้นั่งในบาร์ชั้นล่าง เก้าอี้ตัวยาวตรงพื้นที่โล่งระหว่างชั้น และโคมไฟที่ใช้เหล็กฉากมาเชื่อมเป็นของตกแต่ง”

 

เทคนิคเพิ่มความสว่างให้ภายในอาคาร กับการเจาะช่องแสงให้ตรงกับแนวบันได

ตัวอย่างห้องพักกับเทคนิคทำสีถลอกและกัดสนิมที่ผนังห้อง และเพดาน



บุคลิกโดยรวมของ Thrive the hostel จึงเป็นคล้ายโรงงานที่มีเส้นสายระโยงระยาง แต่ในความไม่เป็นระเบียบ ดิบ อย่างที่เจ้าของตั้งใจนั้น กลับซ่อนรายละเอียดบริเวณพื้นผิวในแต่ละส่วนของอาคาร และทำให้ที่นี่คู่ควรกับการได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นด้านการปรับปรุงอาคารเก่าเมื่อปีที่ผ่านมา

Thrive The Hostel

โทร. 02 266 9400

https://www.facebook.com/ThriveTheHostel

เรื่องล่าสุดของหมวด แต่งบ้าน

ดูหมวด แต่งบ้าน ทั้งหมด