เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

เปิด Penthouse สุดหรู ตระกูล “อิสสระ” สวยสุด วิวดีสุด

เปิด Penthouse สุดหรู ตระกูล “อิสสระ” สวยสุด วิวดีสุด

เปิด Penthouse สุดหรู ตระกูล “อิสสระ” สวยสุด วิวดีสุด เกี่ยวกับ เพนท์เฮาส์

S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

ครอบครัว “อิสสระ” ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ทั้งโรงแรมศรีพันวา โรงแรมหรูระดับ 6 ดาวที่จังหวัดภูเก็ต คอนโดมิเนียม และที่พักอาศัยอีกหลายๆ โครงการ รวมไปถึง The Issara Ladprao คอนโดมิเนียมอาคารสูงโครงการแรกของบริษัท



สำหรับภายในโครงการ The Issara Ladprao เองยังมีเพนท์เฮาส์ส่วนตัวของครอบครัวอิสสระที่คุณศรีวรา อิสสระตัดสินใจซื้อเก็บไว้ โดยตั้งใจว่าจะใช้เวลาช่วงบั้นปลายชีวิตอยู่ที่นี่ และด้วยความลงตัวทั้งความสะดวกสบาย ทัศนียภาพที่สวยงาม ปัจจุบันเพนท์เฮาส์หลังนี้จึงกลายเป็น “บ้าน” อีกหนึ่งหลังของครอบครัวอิสสระ ที่ทุกคนแวะเวียนกันมาบ่อยครั้ง รวมถึงคุณปลาทู-ดิษฐวัฒน์ อิสสระ ลูกชายคนกลาง



“การตกแต่งภายใน คุณแม่คุยกับนักออกแบบที่เราเคยทำงานด้วยกัน แล้วคุณแม่ให้โจทย์ไปว่าอยากให้คอนโดมิเนียมแห่งนี้เป็นแบบ Natural Modern ที่เน้นความเป็นธรรมชาติผสมความเป็นจีน และความเป็นเซนเข้าไป”

เพนท์เฮาส์แห่งนี้มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 600 ตารางเมตร หากเปิดประตูเข้ามาส่วนแรกเป็นโถงเล็กๆ ที่เชื่อมต่อด้วยทางเดินก่อนเข้าถึงด้านใน การตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเพนท์เฮาส์หลังนี้มีให้เห็นตั้งแต่ทางเข้าที่ผนังด้านหนึ่งกรุกระจก และมีภาพถ่ายครอบครัวอิสสระวางตกแต่งอยู่ ส่วนผนังอีกด้านประดับภาพวาดที่เจ้าของบ้านโปรดปราน



ถัดจากพื้นที่ด้านหน้าจะเป็น Main area ที่แบ่งเป็นครัว ส่วนรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น โดยพื้นที่ทั้งสามส่วนเปิดโล่งถึงกันทั้งหมด เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งด้านในแต่ละส่วนมีความหลากหลายของวัสดุทั้งแบบมันวาว หรือโต๊ะรับประทานอาหารที่ทำจากไม้ รวมไปถึงแชนเดอเลียฟอร์มสวยหรู



สำหรับส่วนถัดไปเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ที่คุณปลาทูแอบบอกว่าเป็นที่เก็บของสะสมของคุณแม่ “ของสะสมของคุณแม่มีทั้งฟอสซิล ปะการัง อย่างปะการังสีแดงที่เห็นตั้งโชว์อยู่นั้นคุณแม่ซื้อมาจากตุรกี คุณแม่จะชอบเก็บสะสมของพวกนี้ เพราะท่านชอบความเป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นยังมีงานฝีมือ ของเก่า เครื่องทองเหลือง”

แต่เมื่อเดินผ่านจากห้องนั่งเล่นเข้าไปด้านในทางด้านขวามือเป็นห้องนอน Master 1 ห้องนอน ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็นห้องนอน Junior อีก 2 ห้อง ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย สีที่เลือกใช้เป็นสีเข้มทำให้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างสงบและผ่อนคลาย



“บ้านของผมจะชอบ Open Space เพราะปกติครอบครัวของผมจะชอบอยู่ด้วยกัน อย่างถ้าคนหนึ่งทำอาหาร เราก็อยากมีส่วนร่วมในการพูดคุย ทำอาหาร ชิมอาหารไปพร้อมๆ กัน ยิ่งคนเยอะๆ เรายิ่งชอบ ถือเป็นกิจกรรมที่สนุก”

นอกจากพื้นที่กว้างขวางด้านในแล้ว อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้เจ้าของบ้านตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้เป็นเพราะพื้นที่เอาท์ดอร์ด้านนอกที่มีขนาดกว้างถึงกว่า 100 ตารางเมตร ด้านในกับพื้นที่โล่งแจ้งด้านนอกมีเพียงกระจกบานใหญ่กั้น ซึ่งคุณปลาทูอธิบายถึงความสำคัญของพื้นที่ในบริเวณนี้



“พื้นที่ในส่วนนี้เราใช้จัดกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งงานเลี้ยง นั่งสมาธิ เลี้ยงเพล หรือเวลามีเพื่อนๆ ของแต่ละคนมาทั้งของพี่วาฬ หรือปลาเข็มก็มักมาใช้พื้นที่ตรงนี้ ผมเองก็เคยมาใช้เป็นพื้นที่จัดงานเลี้ยงสละโสด”



ความหรูหราของ “บ้าน” ไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่า ความสุข ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นภายในสถานที่อันโอ่โถงแห่งนี้ ดังนั้นไม่ว่าบ้านจะกว้างขวาง ใหญ่โตสักเพียงใด หากแต่คนในบ้านไม่รักและร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน สถานที่แห่งนั้นก็คงจะถูกเรียกว่า “บ้าน” ได้ไม่สมบูรณ์แบบนัก
























เรื่องล่าสุดของหมวด รีวิว

ดูหมวด รีวิว ทั้งหมด