อยากได้ห้องสีขาว ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

อยากได้ห้องสีขาว ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

อยากได้ห้องสีขาว ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การแต่งห้องสีขาว ก็เหมือนการวาดภาพลงบนกระดาษเปล่า หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าง่าย แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย นักออกแบบตกแต่งภายในบอกว่าห้องขาวเป็นห้องปราบเซียนเลยก็ว่าได้ เพราะมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง ขาวแบบไหน ขาวน้ำนม ขาวงาช้าง หรือขาวอะไร การสร้างจุดเด่น ทำอย่างไรให้มองดูแล้วไม่น่าเบื่อ สไตล์ของเฟอร์นิเจอร์ แบบไหนถึงจะไปกันได้ดี

เมื่อคิดจะแต่งห้องสีขาว Will Taylor นักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดัง ของ Dream Décor บอกว่า เราควรคำนึงถึงหลักการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ว่า อะไรที่ใช้ได้ และอะไรที่ไม่ควรใช้

1.การเลือกสีขาว : หลาย ๆ คนบอกว่า เลือกสีขาวเพราะง่ายดี แต่ทราบหรือไม่ว่า สีขาวนั้นมีหลายเฉด การเลือกเฉดสีขาวของสิ่งของตกแต่งแต่ละอย่างให้เหมือนกันนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เฉดสีขาวแต่ละเฉด ก็ให้ความรู้สึกต่างกัน เช่น บางเฉดเป็นโทนที่ให้ความรู้สึกอุ่น บางโทนก็เย็น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกขาวแบบไหน ต้องคำนึงถึงโทนและแสงเป็นหลัก มาดูเรื่องโทนกันก่อน ถ้าเป็นสีขาวเหลือง จะเป็นโทนอุ่น แต่ถ้าเป็นขาวฟ้า จะเป็นโทนเย็น โทนอุ่นจะเน้นที่ความกลมกลืน ส่วนโทนเย็น จะเน้นความเด่นชัด อย่างที่สองคือ แสงในห้อง ทั้งแสงธรรมชาติ และแสงจากหลอดไฟ ถ้าหากในห้อง มีแสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามามาก ก็จะได้ความรู้สึกเป็นโทนอุ่น ดังนั้นการเลือกสีห้อง อาจจะเลือกโทนเย็น เพื่อให้สมดุลกัน แต่ถ้าในห้องใช้แสงจากไฟฟ้าเป็นหลัก ทั้งหลอดฟลูออเรสเซน และแอลอีดี ต่างก็เป็นโทนเย็น ดังนั้น สีห้องก็ควรเลือกโทนอุ่น

2.การเลือกสีของอุปกรณ์ตกแต่ง : หากห้องเป็นสีขาวโทนอุ่น โทนสีของของแต่งห้อง ที่ไปกันได้ดีเอิร์ธโทน แต่หากเป็นสีโทนเย็น สามารถเลือกสีสันสดใสอย่างเช่นชมพู เหลือง ตัดด้วยสีดำ ให้โดดเด่นได้เลย ในเรื่องของการเลือกสีนั้น Taylor แนะให้เลือกตามหลักของทฤษฎีสี เช่น เลือกสีคู่ตรงข้ามในวงล้อสี อย่าง สีฟ้า กับสีส้ม การเลือกแบบนี้ จะได้สีตัดกัน ให้เลือกสีหนึ่งเป็นพื้น อีกสีหนึ่งเป็นส่วนประกอบ แต่ถ้าหากต้องการความกลมกลืนให้มากขึ้นสักหน่อย ก็เลือกสีที่เป็นคู่เกือบตรงข้าม คือสีที่อยู่ถัดจากสีตรงข้ามไป อีกหนึ่งสี อาจเป็นด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ การเลือกลักษณะนี้ จะลดความผิดพลาดได้มากกว่าสีคู่ตรงข้าม และอีกวิธีหนึ่ง คือการเลือกสีในกลุ่มเดียวกัน เช่น กลุ่มสีเทาทั้งหมด หรือกลุ่มสีฟ้าทั้งหมด สีแบบนี้จะให้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย กลมกลื่นมากกว่า 2 แบบแรก

3.การเลือกเฟอร์นิเจอร์ : การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องสีขาวนั้น เรื่องของธีมเป็นเรื่องสำคัญ Tayler บอกว่า เฟอร์นิเจอร์ จะเป็นตัวบอกเรื่องราวของพื้นที่ทั้งหมด การเลือกดีไซน์ที่เรียบง่าย โครงสร้างแข็งแรง และวัสดุที่ให้ความรู้สึกเย็น อย่างพวกโลหะ และเลือกใช้สีตัดกัน จะทำให้ห้องดูทันสมัย แต่หากต้องการให้ดูอบอุ่น ก็ให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้ โซฟาผ้าลินิน ซึ่งห้องจะออกมาในแนวคันทรี่ นอกจากนี้ พรมก็ช่วยให้ห้องสีขาว ดูโดดเด่นขึ้น ซึ่งขนาดที่เหมาะสม จะสำคัญมาก หากเป็นห้องนั่งเล่น พรมควรมีขนาดใหญ่พอที่จะจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก อย่างโซฟา อาร์มแชร์ และโต๊ะกลางได้

4.ใช้หลัก 60-30-10 เพื่อสร้างความสมดุลให้กับห้อง : หลักการดังกล่าวคือ 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ในห้อง ให้ใช้สีที่เป็นสีหลักอาจเป็นพื้นห้อง ผนัง เพดาน อีก 30 เปอร์เซ็นต์ ใช้สีที่เป็นสีขั้นที่สองเช่นตัวเฟอร์นิเจอร์ โซฟา ตู้ โต๊ะ และอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ และอีก 10 เปอร์เซ็นต์ อาจเป็นของเก๋ ๆหรือพวกงานศิลปะ แจกัน โคมไฟ หรือปลอกหมอนอิง ให้เลือกใช้สีที่สะดุดตา

5.เพิ่มเติมความเขียว : การตกแต่งห้องด้วยการจัดวางต้นไม้สีเขียว ช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ต้นไม้หลายชนิด สามารถนำมาปลูกในที่ร่มได้ และสีเขียวของมัน ก็ตัดกันกับห้องสีขาว ทำให้ดูโดดเด่น โดยอาจจะเลือกพันธุ์ไม้แปลก ๆ หรือสมุนไพร ไว้ในครัว แต่ที่สำคัญ หากไม่มีเวลามากนัก ก็ไม่ควรเลือกต้นไม้ที่ต้องการดูแลมากจนเกินไป

6.การเลือกงานศิลปะมาตกแต่งห้อง : การเลือกงานศิลปะ มาตกแต่งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน แต่ก็มีข้อควรพิจารณาเรื่องพื้นที่ หากห้องเล็กแคบ มีของเยอะอยู่แล้ว ให้เลือกชิ้นใหญ่มาแค่ชิ้นเดียว อาจจะเป็นรูปภาพหรือชิ้นงานอื่น ๆ ก็ได้ เพื่อเป็นจุดดึงดูดสายตา ทำให้ห้องดูน่าสนใจมากขึ้น

เรียบเรียงข้อมูลจาก http://www.mydomaine.com

ภาพจาก www.istockphoto.com

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook