เกาะสีชัง...สวยน่าไปทุกฤดูกาล

เกาะสีชัง...สวยน่าไปทุกฤดูกาล
S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

"สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร..." ฉันได้ยินเพลงนี่ดังมาจากวิทยุคลื่นหนึ่ง ทำให้คิดขึ้นได้ว่าคู่หูเดินทางฉบับนี้เราน่าจะพาไปเยือนยังเกาะสีชัง ยามเมื่อปลายฝนต้นหนาว เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า สีชังนั้นเขาชังแต่ชื่อจริงดังบทเพลงหรือไม่?


การเดินทางนั้นไม่ยากเลย นั่งรถเพียงแค่ชั่วโมงเศษๆก็ถึงอำเภอศรีราชาแล้ว ลงรถที่หน้าตึกคอม ต่อรถสามล้อ(ตุ๊กตุ๊ก) หรือรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ไปยังท่าเรือเกาะลอย เพื่อขึ้นเรือต่อไปยังเกาะสีชัง ค่าโดยสารเรือเพียงคนละ 45 บาท ขาไปเริ่มเวลา 8.00-20.00 น. ขากลับเริ่ม 6.00-18.00 น.เรือจะออกทุกๆ 1 ชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 40-45 นาทีก็ถึงแล้ว ทันทีที่ย่างเท้าก้าวขึ้นท่าเรือ ชุมชนเกาะสีชัง ก็สามารถสัมผัสได้ถึงอากาศที่บริสุทธิ์ บรรยากาศการท่องเที่ยวแบบท้องถิ่น มิตรภาพ รอยยิ้มและน้ำใจที่มีให้พบเห็นกันโดยทั่วไปบนเกาะแห่งนี้  เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ ถือได้ว่าเป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวแห่งหนึ่งมีท่าจอดเรือ 2 จุด คือ ท่าบน และ สะพานท่าเทววงษ์ (ท่าล่าง) สามารถเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับหรือจะพักค้างคืนก็ได้เพราะที่นี่เค้าก็มีทีพัก รีสอร์ทไว้คอยให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยว


ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่


ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย สามารถเดินต่อไปยัง มณฑปรอยพระพุทธบาท อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เดินบันไดต่อขึ้นไปอีกประมาณ 345 ขั้นรัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ บนยอดเขาเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลได้โดยรอบ


ช่องเขาขาด


ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณจะมีสะพานวชิราวุธสำหรับเดินชมทิวทัศน์ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลมๆ ขนาดต่างๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5

หลักศิลาจารึก


ตั้งอยู่ที่ข้างสนามโรงเรียนเกาะสีชัง จารึกเล่าถึงพระราชปรารภของรัชกาลที่ 5 เกี่ยวกับบรรยากาศที่ดีบนเกาะสีชัง

 

พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน


ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระราชวังจุฑาธุราชฐาน เป็นสถานที่จัดแสดงสัตว์น้ำทางทะเลอยู่ในความดูแลของสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแหล่งที่ให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เปิดให้ชมฟรี วันอังคาร ถึงวันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00 - 17.00 น.

พระจุฑาธุชราชฐาน


ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง เดินเข้ามาก็จะพบศูนย์บริการข้อมูล ซึ่งมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นเป็นเด็กนักเรียนที่หารายได้พิเศษเพื่อเป็นทุนการศึกษา เด็กทุกคนได้ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี สามารถอธิบายและพาเดินชมได้อย่างทั่วถึง ค่าบริการแล้วแต่จะให้เพราะถือว่าเป็นการสนับสนุนการศึกษาแก่อนาคตของชาติเรานั่นเอง เดินขึ้นไปทางขวามือก็จะพบพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 ขอเชิญสักการะเพื่อเป็นสิริมงคล ถัดขึ้นไปเป็นระฆังหิน เพียงคุณใช้หินก้อนเล็กๆ เคาะที่ระฆังหินเบาๆ คุณก็ได้ยินเสียงกังวานดั่งเคาะระฆังจริงๆ เค้าว่าให้อธิฐานระหว่างเคาะเรื่องที่ขอไว้ก็จะได้สมใจหมาย เดินต่อขึ้นมาอีกนิดก็จะพบกับวัดอัษฎางค์นิมิตร เป็นพระอุโบสถที่อยู่ในเขตพระราชวัง มีลักษณะแตกต่างจากที่อื่นคือ มีพระอุโบสถ อยู่ใต้เจดีย์ทรงกลมแบบลังกา ตัวพระอุโบสถสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บริเวณพระเจดีย์อุโบสถยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งนำหน่อมาจากพุทธคยาประเทศอินเดียปลูกไว้ เดินลงมาเรื่อยๆ ก็จะพบกับเรือนผ่องศรีหรือศาลาแปดเหลี่ยม เรือนอภิรมย์ เรือนวัฒนา พระตำหนักทรงปั้นหยา เรือนไม้ลวดลายขนมปังขิง และเรือนไม้ริมทะเล ในส่วนพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ทำด้วยไม้สักทั้งหลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในสมัยนั้น เหลือให้เห็นเพียงฐานราองค์พระที่นั่งเท่านั้น เพราะได้ถูกรื้อย้ายไปปลูกที่พระราชวังดุสิต แล้วพระราชทานนามให้ใหม่ว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ก่อสร้างที่น่าสนใจอื่น ๆ อีก ได้แก่ บ่อน้ำ ผา ธารน้ำ สระน้ำ พระที่นั่ง น้ำพุ พระตำหนัก บันได ทางสัญจร ประภาคาร แล สถานที่ก่อสร้างอีกแห่งหนึ่งที่สวยงามดึงดูดใจผู้มาเยือนและผู้พบเห็นก็คือ สะพานอัษฎางค์ เป็นสะพานท่าเทียบเรือขนาดใหญ่สร้างด้วยไม้สักทาสี เสาก่อด้วยหินโบกปูนซีเมนต์ มีศาลาพักทรงไทย 3 แห่ง คือ ต้น กลาง และปลายสะพาน หน้าบันจำหลักโดยช่างชาวจีนฝีมือประณีตและงดงาม

Tips

รถบริการสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
• รถสามล้อเครื่องหรือที่นี่เขาเรียกกันว่า "สกายแลป" อัตรานำเที่ยวรอบเล็ก 150 บาท รอบใหญ่ 250 บาท
โดยสารได้ไม่เกิน 6 คน
• รถสองแถวบริการนำเที่ยวรอบเกาะ ราคาคันละ 500 บาท โดยสารได้ 7-15 คนไม่จำกัดเวลา
• รถมอเตอร์ไซด์เช่า คิดค่าบริการ 1 ชั่วโมง 80 บาท, เหมา 250 บาท, ค้างคืน 300 บาท

 

อัพเดตเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆ มากมาย (คลิก)

 

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว