เหยียบปล่องภูเขาไฟ ชมทิวทัศน์เมืองบุรีรัมย์

เหยียบปล่องภูเขาไฟ ชมทิวทัศน์เมืองบุรีรัมย์

เดี๋ยวนี้แต่ละวันอากาศร้อนอบอ้าวราวอยู่ในเตาอบไก่งวง ทำเอาฉันอดหวนนึกถึงวันที่ขึ้นเขากระโดงเมื่อปีที่ผ่านมาไม่ไหว ความรู้สึกมันช่างแตกต่างจากตอนนี้เสียเหลือเกิน...ครั้งนั้นฉันถึงกับต้องใส่เสื้อกันหนาวเที่ยว...
ปู๊น...ปู๊น... เสียงหวูดรถไฟดังลั่นหัวลำโพง เตือนให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปกับรถไฟขบวนนี้รีบขึ้นมานั่งหน้าแฉล้มประจำที่ อากาศหนาวๆ ยามพลบค่ำ ฟังเพลงที่ชอบอยู่กับโลกส่วนตัว ช่วยให้การเดินทางสู่ จ. บุรีรัมย์ครั้งนี้ดูไม่น่าเบื่อ แม้ต้องนั่งไปอีกกว่า 10 ชม.


ภูเขาไฟที่ดับแล้ว

บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่สำรวจพบซากภูเขาไฟมากที่สุดในไทย เรียงรายอยู่ทางตอนเหนือและใต้ของทิวเขาพนมดงรัก ปากปล่องภูเขาไฟบริเวณยอดเขาสูงสุดมักเป็นหลุมขนาดใหญ่ จึงกลายเป็นแหล่งเก็บกักน้ำอย่างดี พื้นดินที่ปากปล่องอุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด สร้างความสมบูรณ์ให้อาณาบริเวณโดยรอบ คนยุคก่อนจึงนิยมสร้างศาสนสถาน ณ บริเวณนี้ ปากปล่องภูเขาไฟในบุรีรัมย์ก็พบซากปราสาทหินสมัยขอมโบราณอยู่หลายแห่งเช่นกัน ดังเช่นปราสาทเขากระโดงที่เรากำลังจะพาคุณไปเยือน

มาสำรวจธรณีกันสักนิด

ปราสาทเขากระโดงอยู่ในเขตวนอุทยานเขากระโดงซึ่งมีพื้นที่ราว 1,450 ไร่ มีเนินเขาทางทิศใต้เรียกว่า "เขาใหญ่" เป็นภูเขาไฟที่ดับไปก่อนเกิดการปะทุ ส่วนด้านทิศเหนือมี "เขาน้อย" หรือ "เขากระโดง" สำรวจพบปากปล่องภูเขาไฟที่ปะทุแล้วอายุนับแสนปี อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 265 ม. อย่าวิตกไปว่าเราจะต้องตะเกียกตะกายปีนปากปล่องภูเขาไฟแล้วดำดินลงไปชี้ชัดวัดปริมาณแร่ธาตุกัน เพราะทางวนอุทยานฯ ได้ทำทางเดินให้ลงไปเที่ยวชมหลุมที่เกิดจากการปะทุได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะระเบิดตูมตามขึ้นมาอีก เพราะภูเขาไฟในบุรีรัมย์ดับสนิทปิดปากปล่องไปนานแสนนานแล้ว เหลือแต่หินบะซอลต์ที่เกิดจากการแข็งตัวของลาวากระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณเป็นที่ระลึก

กราบพระองค์ใหญ่ ชมทิวทัศน์เมืองบุรีรัมย์

จากปากปล่องภูเขาไฟ ขณะเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ราว 200 ม. พร้อมชมความสวยงามของป่าผลัดใบในฤดูแล้งที่เหลือเพียงกิ่งก้าน ก็มีแสงส่องเข้าตาแวบๆ พอเข้าไปใกล้ถึงได้รู้ว่าแสงนั้นสะท้อนมาจากพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองอร่าม แม้เวลานี้พระอาทิตย์จะอยู่ตรงหัวพอดี แถมมีไอร้อนผ่าวลอยตามลมมาปะทะหน้าเป็นระยะๆ แต่เมื่อได้ยืนอยู่ต่อหน้า "พระสุภัทรบพิตร" เรากลับไม่รู้สึกร้อนเลยสักนิด

พระสุภัทรบพิตรมีขนาดหน้าตักกว้าง 12 ม. สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2512 โดยหลวงพ่อบุญมา ปัญญาปโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทเขากระโดง และนายสุรวุฒิ บุญญานุสาสน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับชาวบุรีรัมย์ผู้มีจิตศรัทธา มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในพระเศียรขององค์พระ เล่าลือกันว่าพระบรมสารีริกธาตุนี้เสด็จมาตามคำอธิษฐานของมารดานายเสรี อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตราธิการ เมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้จึงอัญเชิญมาบรรจุไว้ในพระเศียร สร้างความเคารพศรัทธาให้เกิดแก่ชาวบุรีรัมย์ยิ่งขึ้น

ก่อนลาจากอดีตภูเขาไฟอันเคยทรงพลังลูกนี้ เราแวะสักการะรอยพระพุทธบาทจำลองที่ประดิษฐานอยู่ภายในปราสาทเขากระโดงซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน รอยพระพุทธบาทนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 แทนองค์เดิมที่สูญหายไป โดยสร้างมณฑปครอบทับไว้ เพราะปราสาทผุพังไปมากแล้ว จากรอยพระพุทธบาทเป็นบันไดนาค 297 ขั้นลงสู่ลานจอดรถด้านล่าง ใครอยากเก็บภาพเมืองบุรีรัมย์ จุดนี้ได้มุมสวยทีเดียว นอกจากได้รูปสวย ยังอิ่มบุญอิ่มใจหน้าเด้งสดใสยิ่งกว่าเข้าคอร์สเสริมความงามเสียอีก

หากมาเที่ยวช่วงวันมาฆบูชา จะได้ร่วมงานบุญกับชาวบุรีรัมย์ที่วัดพระพุทธบาทเขากระโดง และเดินขึ้นเขากระโดงเพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทและพระสุภัทรบพิตร เป็นการแสดงความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และเชื่อกันว่าได้บุญมากด้วย

เรื่องและภาพ : ระพีพร มีบัณฑิต

 

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)