เขาเจ็ดยอด ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาบรรทัด (ตอนแรก)

เขาเจ็ดยอด ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาบรรทัด (ตอนแรก)

อำนวยพร บุญจำรัส เรื่อง/ ภาพ 

     ด้วยอิทธิพลลมมรสุมทั้งสองฝั่งนี้เอง ทำให้เกิดป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ บนยอดเขาซึ่งได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมอย่างรุนแรง ทำให้ป่าผิดแผกไป เกิดเป็นป่าแคระ เพราะด้วยพันธุ์ไม้เหล่านี้ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและฤดูกาล

 

     เขาบรรทัดนอกจากเป็นแหล่งรวมพืชพรรณไม้และสัตว์ป่าแล้ว ยังเป็นต้นน้ำสายสำคัญมากมายที่ไหลสู่พื้นที่ราบทั้งสองฝั่ง ในฝั่งตะวันออกมีลำน้ำลำคลองอย่าง คลองนาท่อน คลองท่ามะเดื่อ คลองป่าบอน คลองพรุพ้อ และคลองรัตภูมิ เป็นต้น ไหลลงสู่พื้นที่ราบรวมเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่นาม “ทะเลสาบสงขลา” ขณะที่ฝั่งตะวันตกมีแม่น้ำสายสำคัญไม่ว่าจะเป็น แม่น้ำตรัง แม่น้ำปะเหลียน คลองลิพัง และคลองละงู ให้ผู้คนอาศัยดื่ม กิน ซัก อาบ ฯลฯ ก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลอันดามัน ซึ่งแม่น้ำลำคลองเหล่านี้ต่างล้วนมีต้นกำเนิดจากดินแดนเทือกเขาบรรทัดทั้งสิ้น

     ปัจจุบันพื้นที่ป่าเขาบรรทัดกว่าเจ็ดแสนไร่ ได้รับการจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดได้แก่ สตูล สงขลา ตรัง และ จังหวัดพัทลุง กำกับดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติ และส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หลากหลายรูปแบบทั้งท่องเที่ยวเดินป่า เที่ยวชมน้ำตก โดยน้ำตกมีกว่า 30 แห่งที่อยู่รายล้อมเทือกเขาบรรทัด ทั้งในฝั่งจังหวัดพัทลุง และ จังหวัดตรัง น้ำตกดังๆ เช่น น้ำตกโตนเต๊ะ น้ำตกโตนตก น้ำตกไพรสวรรค์ น้ำตกสายรุ้ง เป็นต้น ส่วนฝั่งจังหวัดพัทลุง เช่น น้ำตกไพรวัลย์ น้ำตกมโนราห์ น้ำตกนกรำ น้ำตกวังตอ  น้ำตกโตนแพรทอง และน้ำตกหนานฟ้า เป็นต้น น้ำตกเหล่านี้ล้วนมีน้ำตลอดปี ซึ่งเป็นดัชนีบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งเทือกเขาบรรทัดได้เป็นอย่างดี

     ....ขณะที่เส้นทางเดินป่ามีหลายเส้นทางด้วยกัน และหนึ่งในเส้นทาง  ผมกำลังกล่าวถึง “เขาเจ็ดยอด”  ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาบรรทัด...

     ผู้ร่วมเดินทางในทริปนี้ประกอบผมและเพื่อนรวม 4 คน โดยมีทีมนำทาง 5 คน ซึ่งได้รับประสานงานติดต่อผ่านมาทางเกียรติศักดิ์ รักนะ สหายเก่าเจ้าถิ่นเมืองพัทลุง ดูจำนวนคนทั้งหมด 9 คน เป็นคนนำทางถึง 5 คน มากกว่าลูกทริปเสียอีก ที่จริงไม่ได้เว่อร์ที่ใช้คนนำทางมากมายอะไรหรอกครับ หากเป็นเพราะความเป็นกันเองและถือโอกาสเที่ยวพักผ่อนไปในตัว ทั้ง 5 คน จึงขันอาสาพาพวกเราขึ้นไปสำรวจเขาเจ็ดยอด....คำว่า คนนำทาง จึงแปรเปลี่ยนเป็น เพื่อนร่วมเดินทาง ซะมากกว่า

      หลายคนในทีมนำทางนั้นเป็นชาวไทยมุสลิมซึ่งติดทำละหมาดในช่วงบ่าย กว่าจะเสร็จสรรพได้เริ่มต้นเดินก็ตกไปประมาณกว่าสี่โมงเย็น  ทำให้วันแรกเรามีเวลาเดินแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะมืดค่ำและต้องหาจุดพักแรมระหว่างทาง  สำหรับเส้นทางขึ้นเขาเจ็ดยอด หลักๆ แล้วมี 2 เส้นทาง คือ ทางฝั่งจังหวัดตรัง เริ่มต้นเดินจากบริเวณน้ำตกหนานต้นตอ และทางฝั่งจังหวัดพัทลุง จุดเริ่มเดินบริเวณน้ำตกไพรวัลย์  ทางจังหวัดตรังจะใกล้กว่าแต่มีความชันมาก หากเดินรวดเดียวใช้เวลาประมาณ  7-8 ชั่วโมง ส่วนทางพัทลุงจะต้องพักแรมระหว่างทางก่อน 1 คืน แล้วเดินทางต่อวันรุ่งขึ้นจนถึงยอดเขาในช่วงบ่ายๆ  โปรแกรมในการเที่ยวเขาเจ็ดยอดอย่างน้อย 2 คืน 3 วัน ซึ่งถ้าขึ้นทางจังหวัดตรังจะพักบนยอด 1 คืน ขากลับลงทางจังหวัดพัทลุงพักแค้มป์กลางทาง 1 คืนแล้วเดินทางต่อวันรุ่งขึ้น ระหว่างทางชมพืชพรรณไม้ที่อุดมสมบูรณ์และน้ำตกไพรวัลย์ หรือไม่ก็ขึ้นลงฝั่งเดียว ปักหลักอยู่บนเขาเจ็ดยอดสองคืนให้หนำใจไปเลย แล้วค่อยลงทางเดิมในวันรุ่งขึ้น ซึ่งขาลงใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น  

    เส้นทางพัทลุงแม้จะไกล แต่ดูจะมีทางชันน้อยกว่า เดินไปตามลำธาร แล้วค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปทีละนิดจนถึงยอด  ตามคำบอกของ “บังสุน” และครั้งนี้ บังสุนจะพาร่นระยะทางเพื่อทดแทนเวลาที่เสียไปในวันนี้   ถ้าหากเริ่มต้นเดินจากตัวน้ำตกไพรวัลย์จะทำให้อีกวันอาจจะเดินไม่ถึงยอดก่อนค่ำ บังจึงพาขึ้นทางหลังหมู่บ้านซึ่งจะบรรจบลำธารสายเดียวกับน้ำตกไพรวัลย์อีกที ร่นเวลาจากน้ำตกไพรวัลย์ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง และถ้าพรุ่งนี้ออกเดินแต่เช้าก็จะทันขึ้นยอดเขาเจ็ดยอด ไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องเป็นไปตามที่บังแนะนำ  

     เดินพ้นสวนยางสุดท้าย ตัดเข้าดงป่าดิบเขาไปตามเนินไม่ชันมาก ขึ้นสุดและลงมาพบลำธารสายเดียวกับน้ำตกไพรวัลย์ แต่เราเดินอยู่เหนือตัวน้ำตกขึ้นมา เดินขนาบคู่ไปกับธารน้ำตัดข้ามไปมาประมาณ 2 – 3 ช่วงและเลาะไปตามธารน้ำ เวลาสองชั่วโมงเหมือนผ่านไปเร็วและดูเหมือนทุกคนไม่มีอาการเหนื่อยอะไรมาก ความมืดใกล้เข้ามาเยือนเต็มทีทำให้การเดินในวันนี้หยุดลงตรงลานหินกว้างบริเวณริมลำธารใสสะอาดราวเรือนกระจก เป็นบริเวณที่ใช้ตั้งแค้มป์อย่างเหมาะเจาะ เรียกได้ว่าที่หลับที่นอนสมบูรณ์แบบตามฮวงจุ้ยอย่างเหลือร้าย นั่นคือ ด้านหลังเป็นภูเขาและสีเขียวของดงป่า ด้านหน้าลำธารไหลลัดเลาะ มีเสียงสายน้ำกระทบโขดหินขับกล่อมไพเราะเสนาะหู  มองออกไปเป็นเวิ้งฟ้ากว้าง... คืนนี้เราจะนอนดูดาวกัน 
       
     แสงอรุณเล็ดลอดผ่านเรือนยอดไม้อีกครั้งพร้อมกับเสียงโหยหวนของชะนีไพรจากราวป่าอีกยอดเขา ซึ่งห่างไกลจากที่พักออกไปพอประมาณ ทว่ายังคงได้ยินเสียงร้องอย่างชัดเจน สอดผสานกับเสียงนกป่าอีกหลายชนิด เปรียบดังท่วงลีลาดนตรีแห่งราวไพรอันงดงาม  ขณะเดียวกันบทบรรเลงจากผืนป่าเหล่านี้ก็ยังเป็นสัญญาณบอกให้เราล่วงรู้ได้ถึงการมาเยือนของเช้าวันใหม่ หลังผ่านค่ำคืนแสนวิเศษมาแล้วหนึ่งคืนเต็มๆ

     แดดสายๆ ยังแทงลำแสงลอดเรือนไม้  เราคงต้องรีบออกเดินทางต่อ ไม่มีเวลามากพอเพราะเส้นทางอีกยาวไกลและยังต้องชดเชยเวลาที่เสียไปเมื่อวาน เก็บข้าวของสัมภาระเป็นที่เรียบร้อยพร้อมข้าวในท้องที่เรียงเม็ดพอดี และเช่นเคยบังสุน บังคม และลุงเอี่ยม คงทำหน้าที่เหมือนเมื่อวาน ออกเดินนำขบวนอย่างชำนาญไพร  เส้นทางลัดเลาะไปตามสายน้ำและป่าทึบสองข้างทาง เหมือนเช่นเมื่อวาน ว่ากันว่าทางชันกับขุนเขาเป็นเรื่องธรรมดาที่มิอาจแยกจาก ดังนั้นการพิชิตเขาเจ็ดยอดก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน ที่จะหลีกเลี่ยงการปีนป่ายไปตามเส้นทางสูงชันเหมือนที่เรากำลังประสบอยู่ในเวลานี้ ผมเองก็เริ่มรู้ซึ้งกับทางชันมากยิ่งขึ้น เมื่อสัมภาระที่แบกรับอยู่บนไหล่ทั้งสองข้างทวีน้ำหนักไปตามระดับความชันเป็นเงาตามตัว 

     ฝนที่ตกมาเมื่อหลายวันก่อน ยังคงทำให้ผืนดินเปียกชื้น และอีกปัจจัยหนึ่งเพราะเรือนยอดไม้หนาแน่นชั้นบนของสังคมป่าดงดิบชื้นเป็นตัวทำให้สามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ตลอดเวลา ไม้ใหญ่ในป่าอุดมสมบูรณ์ที่คอยซับน้ำให้มีน้ำตลอดปี จากตาน้ำไหลเป็นสายเล็กๆ หลายสายไหลมารวมกันเกิดลำธาร ลำคลองที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตอีกทีหนึ่ง เห็ดราขึ้นอวดสีสันอยู่ตามพื้นดิน และยังพบกล้วยไม้หลายชนิดทั้งกล้วยไม้ดิน เอื้องขยุกขยุย เอื้องผาหมอก และกล้วยไม้สกุลสิงโต ตามขอนไม้และโขดหินจะถูกห่มคลุมไปด้วยตะไคร้ มอส มองดูเหมือนพรมสีเขียว พบมากบริเวณใกล้ลำธาร เวลาก้าวข้ามลำธารที่ต้องเหยียบไปตามโขดหินจะสัมผัสถึงความนุ่มนวลของผืนพรมหรือมอสที่ห่มคลุมอยู่ นอกจากนี้ยังเป็นมุมที่สามารถบันทึกภาพสวยงามอีกด้วย

     ผมชอบเดินตามลำธารน้ำหรือเดินป่าที่มีแหล่งน้ำตลอดเวลา ทำให้ดูสดชื่นช่วยบรรเทาความร้อนจากการเผาผลาญพลังงานในร่างกายไปได้บ้าง เวลาเหนื่อยกวักน้ำในลำธารขึ้นมาล้างหน้าหรือไม่ก็ดื่มแก้กระหาย น้ำในลำธารที่นี่ทั้งเย็นและใสสะอาดสะอ้านชนิดดื่มได้เลย ผ่านการกรองโดยธรรมชาติ จะว่าไปสะอาดบริสุทธิ์กว่าน้ำบรรจุขวดเสียอีก  บางช่วงตัดข้ามน้ำไม่มีหินให้ก้าวเหยียบก็ต้องยอมเปียกเดินลุยน้ำกัน ถึงรองเท้าเปียกแต่ก็ทำให้รู้สึกเย็นสบายเท้าดี  แต่ถ้าเดินอยู่ในรองเท้าที่เปียกเป็นเวลานานๆ พอถอดรองเท้าออกดูเท้าจะย่นขาวซีดราวกับไก่ต้มทีเดียว 

     เดินเลาะริมน้ำมาได้สักระยะหนึ่ง เส้นทางเดินก็ถูกเบี่ยงเข้าป่าดิบที่รกครึ้มยิ่งกว่าทางที่ผ่านมา สิ่งที่สังเกตและสัมผัสได้ในเบื้องแรกก็คือ ความสมบูรณ์ของป่าที่เพิ่มขึ้นอย่างทบทวี มีทั้งพันธุ์ไม้แปลกหูแปลกตาและร่องรอยของสัตว์ป่าชุกชุมขึ้น และเช่นกันยิ่งป่าสมบูรณ์มากขึ้นเท่าไหร่ เพื่อนร่วมเดินทาง “ทาก” สัตว์เลื้อยคลานผู้ชอบดูดเลือดก็ยิ่งมากขึ้นเป็นพิเศษเช่นกัน 

     ทากตัวแรกคืบคลานขึ้นมากัดที่ตัวผมครั้งแรกเมื่อไหร่ผมไม่อาจล่วงรู้ แต่สิ่งที่ประจักษ์อยู่ต่อหน้า ทากหลายตัวเกาะอยู่บริเวณถุงกันทากและมีบางตัวลุกไล่ขึ้นมากัดบริเวณเอว ขณะที่คนอื่นโดยเฉพาะกลุ่มของบังที่ไม่อุปกรณ์ป้องกัน สวมรองเท้าเปล่าๆ ไม่มีถุงเท้าหรือถุงกันทากป้องกัน เปลือยขาให้เห็นกันจะๆ ชัดแจ้งขนาดนี้จึงไม่พลาดให้เจ้าทากนับสิบตัวใช้บริการทั้งที่ดึงออกทันและเกาะกินเลือดไหลซิบๆ  ไม่มีใครคนใดกลัวทากเลยแม้แต่คนเดียว หากแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีใครสักคนอยากเกี่ยวข้องกับมัน ด้วยเพราะไม่อยากรำคาญหยุดปลดให้เสียเวลา หรือพอมันได้ดูดเลือดจนอิ่มแล้ว ผลงานที่มันทิ้งไว้คือเลือดที่ไหลย้อยตามแข้งขากว่าจะหยุดต้องใช้เวลานาน อีกอย่างไม่อยากให้เป็นการกระทำทารุณกรรมสัตว์โดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากสัตว์โลกสายพันธุ์ตายยากอย่างทากนั้น ยากที่จะสลัดให้หลุดเมื่อโดนเกาะติดตัว จนบางครั้งต้องเล่นบทโหดใช้ไฟแช็กลนถึงยอมปล่อย

    เส้นทางบางช่วงมิอาจระบุได้แน่ชัดว่าเป็นทางคนหรือทางเดินของสัตว์ป่า แต่เท่าที่เห็นบนเส้นทางที่เราเดินไปนั้น เป็นเส้นทางเดียวกับทางเดินของสัตว์หรือเรียกกันว่าด่านสัตว์นั่นเอง โดยเฉพาะหมูป่าที่ทิ้งรอยไว้เกือบตลอดทาง ยิ่งช่วงไหนที่มีรอยหมูป่าชุกชุม ทากก็ยิ่งยั้วเยี้ยมากเป็นพิเศษ

    "....ใกล้ตา ทว่าไกลตีน...” คำๆ นี้ยังคงมีมนต์ขลังเสมอสำหรับคนเดินทางโดยเฉพาะกับการเดินป่าเดินเขา เพราะระยะทางที่เห็นด้วยสายตากับระยะทางเดินเท้าจริงๆ นั้นช่างต่างกันลิบลับเหมือนมายาภาพที่คอยหลอนให้คนเดินทางหลงผิด และใช้ได้ดีกับเส้นทางนี้ แม้ว่าเราจะเดินเร่งกันอย่างต่อเนื่อง จะหยุดพักเหนื่อยหรือพักเที่ยงเท่านั้น หากเราได้รับข้อมูลจากทีมงานว่าเส้นทางยังอีกไกล เวลาตอนนี้ก็ปาเข้าไปช่วงบ่ายซึ่งหมายความว่าเราเดินกันไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง แต่เป็นระยะทางแค่ครึ่งทางเท่านั้น โดยช่วงครึ่งทางนี้จะพบบริเวณริมธารน้ำที่เป็นหาดทราย  ซึ่งถ้าเป็นไปตามโปรแกรมบริเวณนี้จะใช้เป็นจุดพักแรมก่อนหนึ่งคืนแล้วเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น ใช้เวลาเดินเรื่อยๆ อีกไม่เกิน 4 ชั่วโมงก็จะถึงยอดเขาเจ็ดยอด

เขาเจ็ดยอด ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาบรรทัด (ตอนจบ)

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ ต้นน้ำ