คาราวานท่องเที่ยวเส้นทางอารยธรรมขอม

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัด โครงการส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวอารยธรรมขอม ด้วยรูปแบบขบวนคาราวาน Auto Venture เดินทางตั้งแต่ดินแดนอารยธรรมขอมในไทย ไปจนถึงนครวัด อดีตที่รุ่งเรืองของอารยธรรมขอมในกัมพูชา งานนี้สนุกสนานและสมบุกสมบันไม่น้อย แต่ก็ประทับใจไม่รู้ลืมแน่ๆ ไปสัมผัสบรรยากาศกันได้เลย วันแรกของการเดินทาง (27 พ.ย.) ผู้ร่วมขบวนคาราวานได้มารวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี และ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงาน และปล่อยขบวนคาราวานมุ่งหน้าสู่ ศูนย์สารสนเทศ ลิปตพัลลภ ซึ่งเป็นแหล่งข่าวสารการท่องเที่ยวของภาคอีสาน และเป็นที่พักริมทางเขื่อนลำตะคอง ในจุดนี้นอกจากเราจะได้พักเหนื่อยแล้ว ยังได้ชมวิวที่สวยงามอีกด้วย พักเหนื่อย และอิ่มท้องด้วยอาหารจานเด็ดของโคราช พวกเราก็ไปกันเที่ยวกันต่อที่ อุทยานไม้กลายเป็นหิน นอกจากจะได้ชมไม้กลายเป็นหินแล้ว ที่นี่ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับ ไดโนเสาร์ และช้างในสมัยดึกดำบรรพ์ให้ได้ชมกันด้วย และปิดท้ายการท่องเที่ยววันแรกด้วยการไปนมัสการ พระพุทธไสยาสน์หินทรายแดงที่ใหญ่ที่สุด ในสมัยทวาราวดี ณ วัดธรรมจักรเสมาราม วันที่ 2 (28 พ.ย.) ที่แรกที่เราจะได้ไปสัมผัสในวันนี้คือ ปราสาทหินพิมาย ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 เชื่อกันว่าเป็นปราสาทต้นแบบของนครวัด พวกเราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากมัคคุเทศก์ตัวน้อย และผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากร และอีก 1 ปราสาทที่เราได้ไปเยี่ยมชมก็คือ ปราสาทเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย ที่สวยงามไม่แพ้กันเลย และในช่วงเย็นพวกเราได้ไปอีก 1 ที่ที่น่าสนใจมากๆ นั่นก็คือ หมู่บ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งที่นี่เป็นหมู่บ้านที่ทอผ้ายกทองให้แก่ผู้นำ APEC ขั้นตอนการทอนั้น ต้องใช้ความประณีตอย่างมาก และต้องใช้คนทอถึง 5 คน ต่อ 1 ผืน วันหนึ่งจะทอได้ไม่กี่เซ็นติเมตร จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมหมยกทองถึงได้ราคาแพง แต่ขอบอกว่าคุ้มค่ามากๆ สำหรับการได้เป็นเจ้าของ วันที่ 3 (29 พ.ย.) เราเดินทางเข้าเขตกัมพูชากันแล้วโดยผ่าน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ การเดินทางเป็นไปด้วยความทุลักทุเลเล็กน้อย แต่ก็สนุกสนานดี สำหรับคนขับรถออฟโรดที่มาร่วมคาราวานในครั้งนี้ ก็คงจะสมใจ เพราะได้ใช้สมรรถนะของรถกันอย่างเต็มที่ พวกเราแวะเติมพลัง รับประทานอาหารกลางวันที่ เมืองอัลลองเวง หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารเขมรของแท้แล้ว ก็เลยถือโอกาสเก็บภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนกัมพูชา ในเมืองอัลลองเวง ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ไกลจากเมืองหลวงมากๆ ถนนหนทางก็ยังไม่เจริญ แต่ก็สวยไปอีกแบบ เป็นอะไรที่แปลกตา และภาพเหล่านี้ก็จะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ เมื่อความเจริญเข้ามาถึงที่นี่ แล้วเราก็เดินทางกันต่อ มุ่งหน้าสู่ เมืองเสียมเรียบ เมืองซึ่งวัฒนธรรมขอมในกัมพูชา รอให้เราได้ไปสัมผัส และที่แน่ๆ นครวัด 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็รอเราอยู่ที่นี่ด้วย วันที่ 4 (30 พ.ย.) วันนี้แล้วที่เราจะได้ไปสัมผัสอารยธรรมขอมในกัมพูชา เริ่มที่แรกที่ ปราสาทบันทายสรี ซึ่งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ไศวะนิกาย และที่พิเศษก็คือ ปราสาทบันทายสรีนี้สร้างจากหินทรายสีชมพู และได้รับการขนานนามให้เป็น รัตนชาติที่แท้ของอารยธรรมขอม สวยงามขนาดไหน ดูภาพที่เราเก็บมาฝากได้เลย และปราสาทที่ 2 เด็ดไม่แพ้กัน คือ ปราสาทตาพรหม ที่นี่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เรียกว่า ต้นสมพงษ์ หรือ สะปง สำหรับต้นไม้ที่ผุดขึ้นมานั้นดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ปราสาทนี้ให้ทรุดโทรมลง แต่ขณะเดียวกันต้นไม้เหล่านี้ก็ทำให้ปราสาทตาพรหมมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร หลายคนดูแล้วอาจจะคุ้นตาก็ได้ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง Tomb Raider ที่ แองเจลิน่า โจลี นำแสดง และวันนี้ปิดท้ายด้วย นครวัด ที่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต หลายคนอยากมาชมสักครั้งหนึ่ง แล้วก็เป็นไปตามคาด ที่นี่สวยมงามและยิ่งใหญ่จริงๆ สมกับเป็น มหาปิรามิดแห่งเอเชย ความพิเศษของที่นี่คือผนังของตัวปราสาทจะเป็นภาพแกะสลักนางอัปสร หรืออัปสรา เกือบ 2,000 นาง ที่มีท่าร่ายรำที่ต่างกัน และผนังด้านในวิหารจะเป็นภาพสลักเรื่องราวของ เรื่องรามเกียรติ์, พระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และ ภาพการกวนเกษียรสมุทร สำหรับใครที่อยากชมความงามของปราสาทนครวัดในมุมสูง ก็จะมีบันไดขึ้น ตอนขึ้นขอแนะนำว่าอย่ามองลงมาข้างล่างนะคะ เพราะมันน่าหวาดเสียวพอสมควรทีเดียว ถึงข้างบนก่อนแล้วค่อยชมความสวยงาม ขาลงก็จะมีราวให้จับค่ะ รับรองว่าปลอดภัยแน่นอน เป็นอย่างไรบ้างคะ กับเส้นทางอารยธรรมขอม ที่เราเดินทางกันมาตั้งแต่ประเทศไทยของเราจนถึงประเทศกัมพูชา ดินแดนที่เต็มไปด้วยความงามที่ชวนหลงใหล ใครที่มีวันหยุดแล้วยังไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน ก็ลองเที่ยวตามเส้นทางนี้ รับรองว่าสนุกและประทับใจจริงๆ เลยค่ะ ใครที่สนใจจะไปเที่ยวตามเส้นทางอารยธรรมขอม ก็สอบถามรายละเอียดการเดินทางได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร.1672 หรือ e-mail : center@tat.or.th เรื่อง และภาพ โดย ส้มซ่า