ผาชะนะได เช้านี้ที่รอคอย


ผาชะนะได เช้านี้ที่รอคอย
กลางดึกของคืนวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ปี 2518 (ไม่แน่ใจว่าปีนั้นถูกต้องหรือเปล่า แต่วันและเดือนนั้นใช่แน่นอน) เสียงหมาเห่ากรรโชคอย่างดุดันเมื่อได้กลิ่นสาบกลุ่มคนชายแปลกหน้าในชุดดำ บ้างก็สวมใส่ชุดลายพราง มันเห่าอยู่นานราวกับจะปลุกเตือนผู้คนในหมู่บ้านที่กำลังหลับใหลอยู่ในผืนผ้าห่มปกป้องความเหน็บหนาว ให้รู้ถึงภัยร้ายที่กำลังมาเยือนหมู่บ้านภูคำเดือย
![]() |
คนในบ้านไม้ที่หลังคามุงสังกะสีหลายหลังละแวกนี้จำต้องลืมตาขึ้น แต่ยังไม่มีใครลงจากเรือนมาสืบหาต้นเหตุ เสียงหมาเห่าทวีความรุนแรงมากขึ้น จนหลายคนไม่อาจทนความสงสัยที่ผิดสังเกตต่อไปได้ |
![]() |
ทันใดนั้นก่อนที่ใครจะคิดทำอะไรต่อ...เสียงจากสิ่งที่ไม่คุ้นเคยก็พลันส่งเสียงหวีดแหลมแหวกมวลอากาศมาจากมุมมืดมุมหนึ่ง แล้วเกิดเป็นเสียงระเบิดตูมดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงที่สองและสามมาติดๆ จากนั้นเป็นเสียงปืนนานาชนิด ระรัวออกจากปลายกระบอกเหล็กอย่างไม่มีใครนับทัน และไม่มีใครคิดจะนับมันด้วย |
|
ลุงลาเมง ชาวบ้านภูคำเดือย ในตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ผู้สืบเชื้อสายชาวภูไทเซโปน เล่าต่อไปท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนลานหิน ผกค. ในวันนี้ว่า ค่ำคืนนั้น ตนซึ่งบวชเป็นพระได้พบความผิดสังเกตหลายอย่าง เช่นในตอนเย็นมีคนแปลกหน้าเข้ามาแล้วหายเข้าไปในป่าหลังหมู่บ้าน |
![]() |
|
ความผิดสังเกตดังกล่าวชาวบ้านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างก็เตรียมความพร้อมจนกลางดึกของคืนนั้นได้เกิดเรื่อง และถึงเช้าจึงได้ออกไปดู พบโรงพักในสภาพมอดไหม้เสียหายหนัก ด้วยแรงระเบิดจากปืนอาร์พีจี และพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ที่เสียชีวิตอยู่ในซากปรักหักพัง ชาวบ้านต่างวิภาควิจารณ์กันไปต่างๆ นานา และเรียกการสู้รบนั้นว่า “สงครามแย่งชิงประชาชน” |
![]() |
![]() |
ปัจจุบันบ้านภูคำเดือย นั้นเงียบสงบ ผู้นำหมู่บ้านพยายามพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอำนาจเจริญ โดยใช้ความเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวภูไทเซโปน ซึ่งเป็นชาวอีสานดั้งเดิมมีวัฒนธรรมประเพณีที่น่าสนใจ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ลานหิน ผกค. ทุ่งดอกไม้ เหวทิ้งโจร ถ้ำผาหินสอ เขาคีรีวงกต โดยผืนป่าบริเวณนี้ล้วนมีเรื่องราวของเหล่าสหายในยุคสงครามการช่วงชิงอำนาจรัฐ หรือ สงครามแย่งชิงประชาชนในอดีตที่น่าศึกษา |
ภายในหมู่บ้านได้จัดกิจกรรมการปั่นจักรยานท่องเที่ยว โดยใน 1 ปี นั้นมีการจัด 3 รอบ คือรอบวันที่ 13-14 ธันวาคม 2551 รอบวันที่ 17-18 มกราคม 2552 และรอบวันที่ 31 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2552 ใครที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบการปั่นจักรยานชมวัฒนธรรม และต้องการหาเส้นทางใหม่ๆ ก็น่าจะไปลองดู
![]() |
![]() |
![]() |
ช่วงนี้ละครหลังข่าวตอนค่ำหลายเรื่องกำลังเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับอาชีพหมอลำ ซึ่งเป็นอาชีพที่น่าสนใจของชาวภาคอีสาน เพราะสามารถทำรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ หมอลำบางคณะถึงกับอยู่ในขั้นรวยมาก แต่กว่าจะร่ำรวยได้ก็ต้องผ่านความยากลำบากมามากพอสมควร ว่ากันว่าในจังหวัดอำนาจเจริญ ที่หมู่บ้านปลาค้าว เป็นชุมชนที่มีคณะหมอลำซิ่งมากที่สุดในประเทศไทย ทั้งยังมีหมอลำรุ่นคุณปู่ และหมอลำน้อยรุ่นหลาน ไว้ให้ผู้ไปเยือนได้เยี่ยมชมอีกด้วย
เสาหินมหัศจรรย์ ทุ่งดอกไม้ และ เส้นแวงที่ 105 ผม และเพื่อนรุ่นพี่อีก 3 คน ที่ส่วนใหญ่นั้นประกอบอาชีพด้านสื่อมวลชน ออกเดินทางต่อโดยใช้เส้นทาง จากจังหวัดอำนาจเจริญ มุ่งสู่ถนนสายเลียบริมแม่น้ำโขงที่อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี แล้วเลาะไปตามสายแม่น้ำโขงไปตามทางหลวงสาย 2112 เส้นทางสายนี้จะพาพวกเราไปสู่ อำเภอโขงเจียม ดินแดนแม่น้ำสองสีได้อย่างสะดวก แถมได้ชมวิวทิวทัศน์ริมฝั่งโขงไปด้วยในตัว
![]() |
การผจญภัยเพื่อไปเที่ยวชมเสาหินมหัศจรรย์นี้ เริ่มต้นขึ้นที่บริเวณที่ทำการ อบต.นาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่ต้องเริ่มต้นที่นี่ก็เพราะว่า เป็นระเบียบของทาง อบต.นาโพธิ์กลาง และชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งไว้ โดยให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ป่าดงนาทาม ต้องแจ้งความประสงค์ให้กับทาง อบต.ทราบก่อน |
![]() |
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง หากมีการพลัดหลงในป่า หรืออุบัติเหตุสุดวิสัยอื่นๆ ทั้งนี้หากเดินทางเข้ามาเป็นหมู่คณะ ทาง อบต. สามารถจัดหาเจ้าหน้าที่นำทาง และดูแลอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ตามสมควรให้ได้ |
![]() |
สัมภาระจำเป็นที่จะนำไปใช้ในการตั้งแคมป์ในป่าดงนาทาม และของใช้ส่วนตัวของผมถูกนำขึ้นไปไว้ในรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ |
![]() |
![]() |
![]() |
|
ไม่นานก็เคลื่อนตัวมุ่งหน้าผ่านกลางหมู่บ้านซะซอม หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องที่พักแบบโฮมสเตย์ ซึ่งได้มาตรฐาน ปัจจุบันมีชาวต่างชาตินิยมเดินทางเข้ามาพักผ่อนอยู่เป็นประจำ เพื่อศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น ถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ รวมทั้งการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ภายในหมู่บ้าน |
![]() |
![]() |
หมู่บ้านซะซอมเป็นหมู่บ้านที่มีความน่าสนใจ โดยเริ่มจากการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยเสียงดนตรีและอาหารพื้นบ้าน ภายในหมู่บ้านมีงานหัตถกรรมอันโดดเด่น เช่น ผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ กรรมวิธีการผลิตจากเริ่มแรกไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ชาวบ้านยังคงใช้วิธีแบบดั้งเดิม โดยไม่พึ่งเครื่องจักรสมัยใหม่ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้การผลิตผ้ามัดย้อมแบบดั้งเดิม |
![]() |
ในด้านการท่องเที่ยวภายในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียง ก็มีสถานที่ที่น่าสนใจได้แก่ เสาเฉลียงธรรมชาติ (ผมกำลังจะไปชม) ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ นมัสการไหว้พระใหญ่วัดภูอานนท์ ไต่สะพานที่มีความยาวถึง 360 เมตร จากภูเขาลูกหนึ่งไปยังอีกลูกหนึ่ง เส้นทางเดินป่าถ้ำผีกองกอย...(แค่ชื่อก็น่าไปค้นหา) ดงสมุนไพร ต้นไม้กินคน ประติมากรรมหินทราย |
![]() |
แหม...แต่ละชื่อเป็นไงครับ น่าสนใจทั้งนั้น เอาเถอะทริปนี้ผมได้แต่แวะชมและพูดคุยกับชาวบ้านไม่นานนัก เพราะมีภารกิจข้างหน้ารออยู่ ได้แต่สัญญากับตัวเองว่า โอกาสหน้าเจอกันแน่ถ้ำผีกองกอย ก็ชื่อเขาฟังดูแปลกดีครับ |
|
รถกระบะที่มีคนขับ ชื่อนายแว่น (เห็นเพื่อนเขาเรียกกันอย่างนั้น) ก็คงเพราะนายแว่นใส่แว่นด้วยกระมัง นอกจากนายแว่นจะหน้าตาหล่อเหลาเอาการแล้ว ยังเป็นพนักงานอยู่ที่ อบต.นาโพธิ์กลาง ด้วยท่าทางขยันขันแข็งคล่องแคล่ว หากใครไปเที่ยวป่าดงนาทามลองโทร. ไปติดต่อดูนะครับ ผมว่านายแว่นคงดีใจหลายที่มีเพื่อนๆ มาเที่ยวกัน |
![]() |
|
นอกจากนายแว่นแล้วก็ยังมีท่านประเวส หอมชื่น ปลัด อบต.นาโพธิ์กลาง ที่นอกจากจะทำงานเก่งแล้ว ยังมากไปด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องสมุนไพรที่มีอยู่หลากหลายชนิดในป่าดงนาทามแห่งนี้ ทั้งยังมีพลพรรคของนายแว่นอีกหลายท่าน ทีมาช่วยสร้างความสนุกสนานเฮฮาให้ทริปนี้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
นายแว่นจอดรถกลางป่า สภาพแวดล้อมตอนนี้รายรอบไปด้วยต้นไม้รกครึ้ม สำหรับคนที่ชอบธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพรแล้วคงถูกใจเหมือนผม นี่แหละหรือที่เขาเรียก ดงนาทาม แสงตะวันเริ่มมอดจางลงไปทุกที จากที่สีแดงประกายแสบตา ตอนนี้เริ่มอ่อนแสงเรื่อเรือง ท้องฟ้าพลอยเปลี่ยนสีไปกะเขาด้วย เริ่มเป็นสีส้มตรงเส้นขอบฟ้า ขึ้นไปหน่อยก็เริ่มมืดดำ พวกเราต้องเร่งฝีเท้าไปยังเสาเฉลียงคู่ก่อนที่แสงจะหมด จุดนั้นท่านปลัดประเวส บอกว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่งของดงนาทาม |
![]() |
ระหว่างทางเดินบนพลาญหินกว้างมีดอกไม้ดินขึ้นอยู่ประปราย ยั่วยวนให้พวกเราคนแปลกถิ่นเก็บภาพประทับใจไปตลอดเส้นทางเดิน ขณะเดียวกันสายลมเย็นพัดโชยปะทะผิวราวกับเป็นการต้อนรับอย่างยินดี |
![]() |
เสาเฉลียงคู่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ผมคงเดินไปถึงก่อนที่แสงจะหมด ในกระเป๋าผมมีไฟฉายพอให้อุ่นใจขึ้นบ้างเมื่อนึกถึงช่วงเวลาเดินกลับ เราพยามเดินหลีกเลี่ยงการเหยียบดอกไม้ที่ขึ้นอยู่บนผลาญหิน แม้มันเป็นเพียงต้นไม้ขนาดเล็ก แต่หนึ่งต้นเล็กๆ เหล่านี้ก็ทำให้จิตใจของเราเบิกบานได้เช่นกัน |
![]() |
เสาเฉลียงคู่สองต้นนี้ดูจะโดดเด่นกว่าเสาเฉลียงต้นอื่นๆ ที่ว่ากันว่ามีอยู่อย่างมากมายในป่าดงนาทาม ผมพยายามจินตนาการถึงลักษณะรูปร่างของก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อนที่เทินอยู่บนเสาหินว่ามีรูปร่างเหมือนกับอะไร แต่ก็นึกไม่ออก เลยสรุปกับตัวเองว่า มันเป็นปฏิมากรรมชั้นเทพที่ไม่ต้องการคนเข้าใจหรือยากที่จะเข้าถึง |
ความมืดเริ่มครอบคลุมไปทั่วบริเวณ ดวงอาทิตย์หายไปที่หลังยอดไม้สุดสายตา บริเวณที่โล่งอย่างนี้อากาศหนาวเย็นเริ่มแสดงพลัง แคมป์ที่พักของเราอยู่ที่น้ำตกห้วยพอก คงไม่ไกลนักหากเราใช้รถกระบะเดินทาง ที่นั่นมีลานกางเต้นท์ และห้องน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่หลายห้อง จัดได้ว่าสะดวกสบาย ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับผาชะนะได ที่ซึ่งพรุ่งนี้เราจะไปสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต นั่นคือการ ดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครๆ ในประเทศไทย
|
ค่ำคืนนี้เป็นอีกคืนหนึ่งที่ผมมีความสุขท่ามกลางความทุกข์ใจบางเรื่อง (งง....อ่ะดิ) ผมนอนบนเสื่อหน้าเต้นท์ เอากระเป๋ากล้องมาหนุนหัว ข้างๆ มีทั้งเพื่อนใหม่ และพี่เก่า นั่งล้องวงขับกล่อมเสียงเพลง แสงไฟจากเศษไม้ให้ความสว่างและอบอุ่น |
![]() |
พลันนักร้องในกลุ่มขับกล่อมเพลงคนเก็บฟืน ผมเลยนึกถึงคนรู้จักคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลงนี้เป็นชีวิตจิตใจเขาเคยบอกว่า เนื้อหาของเพลงนั้นกินใจมากเหลือเกิน เพลงนี้กับตอนนี้ ทำให้ผมเคลิบเคลิ้มไปกับท้องฟ้าที่มีดวงดาวระยิบระยับพรั่งพราวเต็มท้องฟ้า ยิ่งท้องฟ้ามืดเป็นสีดำสนิท ดวงดาวก็ยิ่งโดดเด่นสวยมากขึ้นเป็นทวีคูณ
เสียงเพลงค่อยๆ เงียบไปจากวงนักร้องประสานเสียง กลายเป็นคู่หูดูโอ และนักร้องเดี่ยวในที่สุด หลายคนหลับใหลกันไปแล้ว น้ำค้างเริ่มแรงจนฮูตคลุมหัวชื้น ถึงเวลาที่ต้องเข้าเต้นท์แล้วซินะ ทั้งๆ ที่อยากจะนอนชมดาวต่อ ในที่สุดบรรทัดสุดท้ายของไดอารีวันนี้ก็ได้จบลงในเต้นท์ด้วยถ้อยคำว่า ประทับใจ
![]() |
เช้านี้ไม่มีเสียงไก่ขัน ไม่มีเสียงรถยนต์วิ่งผ่านหน้าบ้านให้หนวกหู ที่นี่มีแต่อากาศหนาวยะเยือก และละอองหมอกโอบกอดรอบตัว มันเป็นเช้าตรู่ที่สดชื่นแจ่มใสแม้ดวงอาทิตย์ของวันใหม่จะยังไม่ขึ้นมาให้เห็น เราทุกคนมุ่งหน้าเดินออกจากแคมป์เพื่อไปยังริมหน้าผาชะนะไดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดตั้งแคมป์ของเรามากนัก เช้านี้แหละที่เราจะเห็นดวงอาทิตย์ก่อนใครในสยาม |
|
ณ เส้นแวงที่ 105 องศา 37 ลิปดา 17 ฟิลิปดา คือที่ตั้งของผาชะนะได หน้าผาริมแม่น้ำโขงกั้นระหว่างประเทศไทยของเรา กับ สปป.ลาว ที่นี่คือจุดอ้างอิงว่า เป็นจุดที่ตั้งอยู่ตะวันออกสุดในประเทศไทย เส้นแวงคือเส้นลองติจูด (Longitude) เส้นนี้ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นโลก |
![]() |
จากที่เราเคยได้ร่ำเรียนมาในตอนเด็กก็จะคุ้นกันอยู่ 2 เส้น คือ เส้นรุ้ง (ละติจูด Latitude) เส้นนี้เป้นเส้นในแนวนอน มีค่าตั้งแต่ 0 องศาที่เส้นศูนย์สูตร ไปจนถึง 90 องศา ที่บริเวณขั้วโลก (จะเป็น 90 องศาเหนือ หรือ ใต้ ขึ้นอยู่กับการวัดในด้านขึ้น หรือ ลง) ฉะนั้นพื้นที่แต่ละพื้นที่ที่จึงละติจูดแตกต่างกัน และจะมีสภาพภูมิอากาศต่างกัน โดยแบ่งเป็นเขตร้อน เขตอบอุ่น และเขตหนาว
![]() |
อีกเส้นหนึ่ง คือ เส้นแวง หรือเรียกแบบสากลว่า ลองติจูด (Longitude) คือ เส้นในแนวตั้ง โดยวัดไปทางตะวันออก หรือตะวันตก ทั้งนี้ตามหลักสากลแล้ว จะมีเส้นสมมุติในแนวเหนือใต้ที่เรียกกันว่า เส้นไพรม์เมอริเดียน (Prime Meridian) อยู่ที่หมู่บ้านกรีนิช ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เส้นนี้จะมีค่าเท่ากับ 0 องศา หากนั้บไปทางตะวันออก ก็บวกไป 180 องศา (+ 180) ถ้านับไปทางตะวันตกก็ลบไป 180 องศา (- 180) |
|
ส่วนประเทศไทยของเรานั้นอยู่ในบริเวณเส้นลองติจูดที่ 105 ตะวันออก หากวัดกันให้ละเอียดถึงบริเวณผาชะนะได ก็จะมีหน่วยย่อยอีก คือ 37 ลิปดา 17 ฟิลิปดา หน่วยนี้คล้ายกับ นาที และวินาที ซึ่งจะเป็นค่าที่ละเอียดชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ตามหลักแล้วแต่ละองศาของเส้นลองติจูด จะมีค่าของเวลาแตกต่างกันเส้นละ 4 นาที |
![]() |
มาถึงตรงนี้แล้ว ผมเลยไม่ค่อยสนใจหน่วยย่อยเจ้าลิปดา และฟิลิปดาเท่าไรนัก แต่กลับนึกไปถึงตอนเด็กๆ ที่มีครูหน้าดุคอยพร่ำสอนให้ท่องจำว่า “ละ นอน......ลอง ตั้ง” หรืออีกวลีหนึ่งคล้ายๆ กัน “รุ้ง ตะแคง.....แวง ตั้ง” สองวลีนี้ผมจำขึ้นใจ เลยทำให้จำได้จนถึงวันนี้
![]() |
“เช้านี้ดวงอาทิตย์ขึ้นที่ผาชะนะได เวลาหกนาฬิกา ห้านาที......เอิ๊กๆๆ...” พี่จำรัส เซ็นนิล ผู้สื่อข่าวจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ปล่อยมุกให้พวกเราขำแต่เช้า หากใครเคยฟังข่าวจากสถานี สวท. คงจะคุ้นเคยกับเสียงทุ้มๆ หล่อๆ (ตัวจริงพี่จำรัสก็หล่อครับ) กันได้ วันนี้ สวท. มาเองถึงที่ เลยได้ประกาศสดให้ผู้รับฟังรายการสี่ห้าคน ระหว่างการรอคอยดวงอาทิตย์ขึ้นจากฝั่งลาวอย่างใจจดจ่อ |
![]() |
ไม่นานนักขณะที่เรากำลังชื่นชมมวลหมอกบนสายน้ำโขง ทั้งบนทิวเขาทั้งฝั่ง สปป.ลาว และฝั่งไทย ที่ทอดตัวยาวไปตามสายน้ำ แสงสีทองแรกก็เปล่งประกายผ่านขอบเมฆขาวออกมาให้เห็น สีของมันเริ่มเข้มแดงขึ้นอย่างช้าๆ เมฆเคลื่อนตัวหลีกไปทางทิศใต้ เมฆก้อนใหม่ก็เข้ามาบดบังแทนที่ แต่เหมือนจะเว้นระยะให้เราได้กดชัตเตอร์เก็บภาพกันได้ทัน แสงของดวงอาทิตย์ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่คงไม่มากเท่าคู่รักบางคู่ที่นั่งโอบไหล่กันอยู่ริมหน้าผาตอนนี้ |
ณ ที่แห่งนี้ถึงแม้ชื่อจะฟังดูออกเป็นการท่องเที่ยวป่าดงพงไพร แต่บรรยากาศนั้นสร้างความโรแมนติกให้กับคู่รักได้ประทับใจอย่างมิรู้ลืม แม่น้ำโขง สายน้ำแห่งชีวิต มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นบนสองฟากฝั่ง วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เริ่มต้นขึ้นอย่างสดใส ไม่ว่าวันวานที่ผ่านมาจะเป็นเช่นไร เราจะจดจำเรื่องที่ผิดพลาดไว้เป็นเพียงบทเรียนไม่ใช่เพื่อตอกย้ำให้ช้ำชอกใจ เพราะว่า “ชีวิตใหม่ของเรานั้น เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน” ขอเป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่กำลังคิดว่า สิ้นหวัง ครับ
นุ บางบ่อ....เรื่อง / ภาพ ออนไลน์เมื่อ...27 มกราคม 2552
เรื่องท่องเที่ยวผจญภัยอีกมากมาย
ภาพแถม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| ขอขอบคุณ / สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม |
|
|
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี










































