|
ทิพุเชะ
6 ชั่วโมง กับความประทับใจใต้พื้นโลก สุดยอดการผจญภัยแห่งปี ออฟโรด โรยตัว ลุยน้ำ เดิน คลาน ครบทุกรส
นุ บางบ่อ ... เรื่อง กนกเพชร , นัฐวุฒิ ... ภาพ อนุกูล ... นำทีมสำรวจ
ขณะที่ผมกำลังเขียนเรื่อง ถ้ำทิพุเช๊ะ แห่งนี้อยู่ เป็นวันที่ผมได้เดินทางกลับออกมาจากถ้ำได้ 7 วันแล้ว แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้เกิดขึ้น และที่ผมได้พบเห็นในถ้ำเมื่อ 7 วันก่อน ยังคงติดตาติดใจผมอยู่อย่างละเอียดชัดเจน และไม่มีวันที่จะลืมเลือนไปได้เลย
ถ้าถามว่าในถ้ำทิพุเช๊ะ นั้นสวยไหม หรือ มีอะไรน่าสนใจ? ผมขอตอบว่า สวย แต่ก็ไม่ถึงกับสวยที่สุด เมื่อเทียบกับถ้ำน้ำตกที่ลำคลองงูแล้ว ถ้ำน้ำตกมีความสวยงามของหินงอกหินย้อยมากกว่า ... แต่ถ้ำทิพุเช๊ะ นั้นมีสิ่งอื่นที่สามารถนำมาทดแทนคะแนนความสวยงามได้อย่างสนิดมิดชิดกันไปเลย สิ่งนั้นก็คือ การได้สัมผัสการท่องเที่ยวแบบผจญภัยเต็มอย่างรูปแบบ เรียกได้ว่าตั้งแต่เริ่มย่างกรายลงสู่ใต้ผืนพิภพแล้ว ทุกฝีก้าวที่เดินหน้าต่อไปล้วนมีแต่ความระทึก น่าตื่นเต้น ความมืดมิดในถ้ำทิพุเช๊ะ สามารถทำให้คุณจินตนาการไปได้ต่างๆ นานา ซึ่งทั้งหมดนั้นคือ ความลี้ลับที่ถูกซ้อนเร้นปกปิดมานานแสนนาน
 |
กลุ่มของเราถือได้ว่าเป็นกลุ่มแรก ที่ได้ทำการสำรวจและสามารถเดินทางทะลุถ้ำแห่งนี้ได้ ที่ผ่านมามีเพียงชาวบ้านในหมู่บ้านอูล่อง ได้พยายามลงไปสำรวจแต่ก็ไม่มีใครที่สามารถเดินหน้าต่อไปจนถึงทางออกได้ ทั้งนี้เป็นเพราะ ภายในถ้ำบางจุดมีความต่างระดับกันมาก มีลักษณะเหมือนหน้าผาสูง มีแอ่งน้ำที่ลึกบ้างตื้นบ้าง มีทางแยกมากมาย ซึ่งอาจทำให้หลงทางจนไม่สามารถหาทางออกได้ |
| แม้ถ้ำทิพุเชะ จะมีความยาวเพียง 1 กม. แต่พวกเราต้องใช้เวลาถึง 6 ชม. ในการเดินทางจนกว่าจะถึงทางออก ทุกฝีก้าวต้องระมัดระวัง หนึ่งต้องระวังตนเองว่าจะได้บาดเจ็บจากอันตรายต่างๆ และสองต้องระวังธรรมชาติภายในถ้ำไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากพวกเราด้วยเช่นกัน |
 |
ชิมลาง จากหมู่บ้านห้วยอูล่อง ไปทางทิศตะวันออก 5 กม. ก่อนถึงปากถ้ำ ต้องใช้รถที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ เดินทางบุกฝ่าถนนที่ธุรกันดารเข้าไป ผ่านลำห้วย 2 จุด ไต่เขาขึ้นไปตามเส้นทางชักลากไม้เก่าบนทางดินแคบๆ บริเวณนี้มีบ้านชาวบ้านที่ประกอบอาชีพปลูกพืชไร่อาศัยอยู่ นี่แค่เป็นการชิมลางเท่านั้น รถกระบะออฟโรดจากบ้านห้วยอูล่องรีสอร์ท ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางในเส้นทางธุรกันดารอย่างนี้ ยังส่งเสียงกังวาลบ่งบอกถึงเครื่องที่ต้องทำงานอย่างหนัก เส้นทางสายนี้แม้จะมีรถยนต์เข้าออกขนพืชไร่เป็นประจำ แต่ก็ต้องเป็นรถที่มีสมรรถนะที่ดี และคนขับก็ต้องมีความชำนาญเส้นทางด้วยเช่นกัน
 |
จากปากถ้ำ ทุกคนต้องตรวจสอบอุปกรณ์ของตนเองให้พร้อมใช้งาน ซึ่งได้แก่ไฟฉาย ไฟฉายถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดที่ต้องใช้ตลอดเวลาที่อยู่ภายในถ้ำ มันจึงเป็นอุปกรณ์ประจำตัวของทุกคน หมวกนิรภัย และถุงมือ ก็เช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากอุบัติเหตุการลื่นล้ม และอันตรายจากคมหิน |
 |
 |
เมื่ออุปกรณ์พร้อม สิ่งต่อไปที่จะขาดเสียไม่ได้คือ การแจ้งข้อปฏิบัติตนอย่างถูกวิธีเมื่ออยู่ภายในถ้ำ ถือเป็นระเบียบปฏิบัติ ที่ทุกคนต้องพึงกระทำตาม โดยสรุปหลักๆ ได้ว่า ห้ามแตะต้องหินที่งอกที่ย้อย ซึ่งธรรมชาติได้ใช้เวลานับพันปีได้ในการสร้างสรรค์ เพื่อให้ได้ผลงานออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกก้าวเดินต้องระมัดระวังร่างกาย และห้ามทิ้งขยะ หรือเศษปฏิกูลทุกชนิดไว้ภายในถ้ำ ... |
 |
จากจุดแรกนี้ ถือเป็นการทดสอบกำลังใจได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าหากใครที่กลัวความสูง และความมืดแล้ว จะขอถอยหลังกลับตอนนี้ก็ถือว่ายังไม่สาย 25 เมตร จากปากถ้ำลงไป ผมมองไม่เห็นอะไร ถึงแม้จะมีบันไดไม้ไผ่ ซึ่งต้องใช้ถึง 3 อัน ผูกต่อกันให้ยาวจนถึงพื้น ดูแล้วหาความปลอดภัยได้ยากมาก พวกเราจึงต้องใช้เชือกปีนหน้าผา มาผูกติดกับสายรัดสะโพก ( Harness ) แล้วจึงค่อยไต่ละดับความสูงลงไปตามบันไดทีละคน |
 |
| วิธีการโรยตัวลงไป ทีมงาน Hyperventure ถือเป็นทีมงานที่ความชำนาญเรื่องการสำรวจถ้ำ และกิจกรรมโรยตัว จุดนี้จึงช่วยพวกเราให้อุ่นใจได้มากขึ้น เมื่อลงมาด้านล้างแล้วแสงไฟที่พุ่งส่องไปทำให้ผมเริ่มเห็นความงดงามของกลุ่มโฟร์วสโตน ที่ก่อตัวรวมกลุ่มกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ ดูแล้วช่างเป็นการต้อนรับการมาเยือนอย่างยิ่งใหญ่เสียจริง |
 |
 |
เมื่อทุกคนผ่านจุดแรกแล้ว ต่อไปต้องเดินผ่าความมืด ห้องโถงแรกที่ยิ่งใหญ่เริ่มคับแคบลง บีบลงไปทีละน้อย บางช่วงต้องมุดต้องมอด ต้องลอดตัวลงไปตามซอกตามหลืบ พื้นเริ่มชื้นแฉะและในที่สุดพวกเราก็ต้องลุยน้ำกันถึงระดับเอว นี่แค่ชิมรางยังไม่ถึงจุดที่สอง และสามที่ถือว่าสาหัส เสียงคุยกันเริ่มลดน้อยลงไป มีแต่เสียงเตือนให้ระวังทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ทางขวาลื่น ทางซ้ายลึก เป็นเสียงจากผู้ที่เดินนำ คอยเอื้ออำนวยไปตลอดทาง |
| โรยตัวจุดที่สอง จุดที่สองนี้เป็นจุดต่างระดับอีกจุดหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณใจกลางของเส้นทาง มีลักษณเหมือนผาน้ำตก มีความสูงประมาณ 15 เมตร เช่นเคยต้องมีการเซ็ตเชือกเพื่อโรยตัวอีกครั้ง |
 |
จุดนี้ไม่มีบันไดเหมือนจุดแรก ต้องใช้เชือกและสายรัดสะโพก ( Harness ) ค่อยๆ โรยตัวลงไป โดยแอ่งน้ำเป็นจุดหมายอยู่เบื้อล่าง เรียกได้ว่า โรยตัวลงน้ำกันไปเลย อากาศที่เย็นสบายภายในถ้ำ ทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาในทันที
 |
ดูเหมือนจะเป็นความตั้งใจของธรรมชาติ ที่ต้องการแกล้งเราให้ทรมานก่อนพบความสวยงาม ถึงแม้การโรยตัวจะเป็นเรื่องที่อันตราย แต่หากเราไม่ประมาท และใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้องถูกวิธี และมีความเชื่อมั่นในอุปกรณ์ เชื่อฟังสตาฟที่คอยดูแลแล้ว ผมมั่นใจว่าอุบัติเหตุย่อมไม่เกิด การและการท่องเที่ยวในรูปแบบผจญภัย จะเป็นความสนุกน่าตื่นเต้นที่น่าจดจำตลอดไป |
โฟร์วสโตนขนาดใหญ่อยู่ติดผนังถ้ำ เมื่อกระทบกับแสงไฟ เห็นเป็นประกายวาววับ ราวกับเกล็ดเพชรที่คอยแต่งแต้มระยิบระยับ ผมนั่งอึ้งเพ่งมองกับความงดงามนี้ระหว่างรอเพื่อนนักผจญภัยคนอื่นๆ โรยตัวลงมาอย่างเพลิดเพลินใจ
 |
ลุยต่อ จากจุดโรยตัวจุดที่สอง มาถึงด่านสุดท้าย ด่านที่ทุกคนไม่มีโอกาสได้เดินสองเท้า การเดินต้องเปลี่ยนมาเป็นการคลาน ทุกคนต้องหมอบราบไปกับพื้น ช่วงนี้ผนังถ้ำเตี้ยมาก คือมีลักษณะเป็นเพียงโพรงเล็กๆ พื้นที่คลานไปมีลักษณะเป็นทรายเป็นกรวดเม็ดเล็กๆ แต่ไม่มีคม เส้นทางวกวนคดเคี้ยวไปมา ตอนนั้นผมไม่แน่ใจเลยว่านี่หรือคือทางออก ไม่น่าเชื่อว่านี่คือทางออก |
 |
| เราคลานกันมาเกือบ 100 เมตร มีบางช่วงที่พอจะนั่งพักเปลี่ยนอริยาบทได้นิดหน่อย แต่แล้วก็ต้องคลานต่อ เราต้องใช้วิธีคลานไปพร้อมๆ กัน ไม่ทิ้งห่างกันจนเกินไป เพราะบริเวณนี้มีทางแยก ซึ่งอาจจะทำให้พวกเราหลงทางกันได้ บริเวณนี้มีขนเม่นตกอยู่กับพื้นและมีราขึ้นจับ ผมไม่เจอสิ่งมีชีวิตอื่นใดเลยนอกจากค้างคาวกลุ่มหนึ่ง และเจ้าตัวแฮรี่แมรี่ ที่กำลังลอกคราบอยู่ ที่ห้อยหัวดูพฤติกรรมทุลักทุเลของคนแปลกหน้าอย่างพวกเราอยู่ |
 |
 |
ความมืดทำให้เราจินตการไปได้ไกล แต่ขณะเดียวกันความมืดก็ทำให้เรามีสมาธิ มีความยั้งคิด และระมัดระวังในการก้าวเดิน ผมนึกถึงเวลาขึ้นมา เมื่อตอนที่อยู่ปากถ้ำตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสองโมง แต่ตอนนี้เวลาได้ล่วงมาถึงหนึ่งทุ่ม 5 ชั่วโมงแล้ว ที่เพลิดเพลินอยู่กับธรรมชาติที่ไม่เคยเห็น |
 |
5 ชั่วโมงแล้วที่ได้ผจญภัยกันมา อาหารและน้ำที่เตรียมมาหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ตอนนี้เราต้องมุ่งหน้าไปทางออกให้เร็วที่สุด เพราะยังมีเพื่อนๆ สตาฟจากบ้านห้วยอูล่องรีสอร์ท รอคอยการออกไปของเราอยู่ หากพวกเรายังออกไปช้าอย่างนี้ สตาฟจากบ้านห้วยอูล่อง คงต้องคิดว่าเกิดเหตุร้ายกับพวกเราแน่นอน และนั่นคือปัญหาการออกติดตามจะตามมา.....คลาน ... คลาน ... แล้วก็ ...คลาน ต่อไป....
 |
ผมรู้ว่าไม่มีใครชอบความลำบาก แต่หากชีวิตที่เกิดมาพบแต่ความสะดวกสบายมากเกินไป ผมว่าชีวิตนั้นก็ดูขาดๆ บางครั้งคนเราก็ต้องลำบากกันบ้าง ให้ได้รับรู้รส ให้ได้พบเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้มาก่อน บางครั้งคุณเดินทางกลับบ้านในเส้นทางเดิมๆ คุณอาจจะรู้สึกเบื่อ.... หากมีเวลาคุณลองเลี่ยนเส้นทางดูบ้าง คุณอาจจะได้พบกับอะไรที่คุณอยากพบอยากเจอก็เป็นได้ ...ใครจะรู้... |
 |
ในที่สุดผมก็มาถึงทางออก แต่ทางออกตอนนี้ไม่มีแสงสว่างจ้าเหมือนอย่างที่เคยเห็นในหนัง หรือในละครทีวี มันเป็นทางออกเล็กๆ ที่มีความกว้างเพียงลอดตัวขึ้นไปได้ทีละคน และตอนนี้ก็มืดสนิทเพราะเป็นเวลาสองทุ่มแล้ว ผมไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือทางออกสู่ผิวโลก
6 ชั่วโมงใต้ผืนพิภพ ผมได้เพลิดเพลิน ตื่นเต้น กับธรรมชาติสร้างสรรค์ ตอนนี้หมดเวลาแล้ว ผมต้องกลับสู่พื้นผิวโลก โลกที่มีความสับสน โลกที่มีความวุ่นวาย โลกที่ยิ่งใหญ่ ผมมองหันหลังไปดูประตูถ้ำที่ผมออกมา ผมรู้สึกในทันทีว่า มนุษย์เรานี้เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ไม่ต่างอะไรกับมด หรือปลวก ที่สามารถทำอะไรในเรื่องน่าอัศจรรย์ได้ แต่ที่ต่างกันคือ มนุษย์รู้จัก และสามารถทำลายล้างกันเองได้อย่างน่าอัศจรรย์
นุ บางบ่อ
|
ขอขอบคุณ / ข้อมูลเพิ่มเติม
|
|
บ้านห้วยอูล่องรีสอร์ท รีสอร์ทของคนชอบพงไพร อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ทีมนักสำรวจถ้ำจาก www.hyperventure.com เสื้อผ้า , อุปกรณ์ท่องเที่ยว จาก equinoxextreme และ ชาวบ้านห้วยอูล่องทุกท่าน
|
|