ถ้ำปลาตาบอด

ถ้ำปลาตาบอด

 

บุกสำรวจปลาตาบอดฝูงสุดท้าย โดย นุ บางบ่อ , ลุงจิ๊ป , คุณเอ และคุณโอ

การท่องเที่ยวแบบผจญภัยทริปแรก ได้เริ่มต้นขึ้นที่ถ้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เล่าลือกันว่าที่แห่งนี้มีปลาตาบอดอาศัยอยู่ เราไม่สามารถเปิดเผยชื่อถ้ำได้ เพราะถ้ำแห่งนี้ยังไม่พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว เพราะระบบการป้องกันอันตรายยังไม่มี และด้วยความเป็นห่วงธรรมชาติที่อาจถูกทำลาย โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 

 

ที่มาที่ไปของการสำรวจครั้งนี้ 2533 นายสบายพบพระธุดงค์แนะนำให้ไปชมหินแปลก 3 กอง 2535 นายสบายเข้าไปอีกครั้งแต่ไม่สามารถเลยน้ำมุดไปได้ 2543 ทีมงานนุ บางบ่อ ลุงจิ๊ป โอ ไปอีกครั้งพร้อมข้อมูลเรื่องปลาตาบอด

*** หากยังไม่จุใจก็เชิญชมภาพทั้งหมดของการเดินทางสำรวจถ้ำทั้งหมดพร้อมคำอธิบาย คลิกที่นี่เลยครับ

เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจ ก่อนเข้าสำรวจถ้ำ เราแวะนมัสการ พระพุทธรูปที่อยู่ปากถ้ำ ซึ่งพระธุดงค์รูปหนึ่ง จากอำเภอสีคิ้ว นำมาประดิษฐานไว้
บริเวณปากถ้ำมีบันไดไม้ไผ่ให้ปีนลงไป ภาพทางขวาสังเกตจะมีงูเขียวขดอยู่ คล้ายมาคอยต้อนรับผู้มาเยือน..
ภาพนี้เมื่อเข้าไปได้ประมาณ 20 เมตร แรก ลุงจิ๊บ "ภาพนี้ถ่ายลำบากมากครับ เพราะทีมสำรวจทั้งสี่คน ยืนอยู่กลางโถงใหญ่ในถ้ำ ถ้าเรามีสปอตไลต์ คงจะฉายให้เห็น บรรยากาศสวยงามมาก ด้านหลัง แต่ลำพังแสงตะเกียงและไฟฉาย เลยเห็นแค่นี้ครับ"
ภาพด้านซ้ายเกิดจากน้ำซึมหินปูนที่ละลายแล้ว ก่อตัวเป็นหินสีขาว เมื่อมีละลองน้ำปลิวเกาะ และกระทบกับแสงไฟฉายของเรา จะเป็นประกายระยับ สวยงาม
ภาพด้านขวา น้ำที่มีคราบหินปูน กำลังหยดลงมาจากหินย้อย และจะไปก่อตัวเป็นเสาหินด้านล่าง
ภาพทางด้านซ้าย แมลงสาบที่พบในถ้ำขณะเดินเข้ามาได้สัก 300 เมตร
ภาพทางด้านซ้าย หินย้อยลงมาคล้ายผ้าม่านสวยงามแปลกตา ภาพทางขวา ขณะลุยน้ำท่ามกลางความมืด ไปตามซอกหิน
เกือบ 1 กม. แรก บางจุดต้องมุดคลานลงไปกับพื้น รู้สึกเมื่อยเหมือนกัน เพราะช่วงนี้ต้องก้มไกลพอสมควร
ตะเกียงถูกส่งลงไปก่อน แล้วคนค่อยตามลงไปตามบันไดไม้ไผ่ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาทำการสำรวจ แล้วทิ้งไว้ ภาพทางขวา เราพบต้นไม้ชนิดนี้อยู่เพียง 2 ต้นภายในถ้ำ ไม่แน่ใจว่าเป็นต้นอะไร กลีบสีเหลือง ลำต้นขาวใสคล้ายต้นถั่วงอก หรือ ถั่วเขียว
ปลาตาบอด ที่เราพบ 3 ตัว จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และผู้นำทางแล้ว ทราบว่าเมื่อก่อนเคยมีประมาณ 20 ตัว จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย หากมันสูญพันธุ์ไป นายสบาย "ผมได้พูดกับนักสำรวจถ้ำท่านหนึ่ง ชื่ออนุกูล เขาบอกว่า ปลานี้เกิดเองตามธรรมชาติ แต่ละถ้ำจะมีสายพันธุ์ต่างกันไป และที่ท่านเห็น ก็เป็นฝูงสุดท้าย ที่เราพครับ ผมจึงไม่บอกว่าพบที่ไหน เพื่อความปลอดภัย ของเจ้าปลาสายพันธุ์นี้"
น้ำตกกากเพชร จุดนี้อยู่ห่างจากปากถ้ำประมาณ 4 กม. น้ำใส เย็น สะอาด ด้านล่างสามารถนั่งพักผ่อนได้ แต่จะอันตรายมากหากน้ำป่าไหลมา..
โฉมหน้าคณะสำรวจ ภาพทางขวา เป็นภาพมุมมองรวมเส้นทางจากหมู่บ้านไปถ้ำ
ภาพของการเดินป่า ช่วงก่อนถึงหน้าถ้ำ
ภาพซ้าย บางจุดลุงจิ๊ป ก็ต้องก้มอย่างนี้เหมือนกัน ปลาตาบอดหนึ่งในสาม ที่เราพบ มีลักษณะสีขาว ส่วนหัวสีเหลือง ไม่มีตา มีเพียงจมูกไว้หายใจเท่านั้น
ภาพซ้าย พบแล้วโฉมหน้าปลาตาบอดฝูงสุดท้าย ภาพขวา มื้อเที่ยงในความมืดมิด
แมงมุมยักษ์ และ กิ้งกือถ้ำ
ภาพเหตุการณ์ระทึก ขณะลุงจิ๊ปกำลังตกลงไปในซอกหินเพราะบันไดหัก ทำเอาพวกเราตกใจตกใจไปเหมือนกัน กว่าจะขึ้นมาได้ต้องใช้เชือก และย้อนกลับไปเอาบันไดที่ผ่านมา มาวางพาดแทน... ลุงจิ๊บ "โชคดีที่ตอนหล่น ขากระแทกหินนั้น ไม่สูงมาก ขาเลยไม่หัก แต่ถ้า แขนยันผนังไม่ทัน คงจะร่วงลงใน หลืบหิน ข้างล่าง ที่น่าจะลึกร่วม 10 เมตร เราได้ยินเสียงน้ำไหล อยู่ข้างล่าง ไกลๆ นายสบาย "เราไม่เปิดเผยเพราะที่นี่อันตรายมากครับ หากไม่พร้อม หรือไม่ชำนาญพอ เวลาเจออุบัติเหตุล่ะก็ อันตรายถึงชีวิตได้ครับ หวังว่าคงเข้าใจหัวอกนายสบายนะครับ บอกไม่ได้จริงๆ "

หากยังไม่จุใจก็เชิญภาพรวมของการเดินทางสำรวจถ้ำทั้งหมดพร้อมคำอธิบาย คลิกที่นี่เลยครับ ขาเที่ยวเชิญร่วมแสดงความเห็น

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว