วัด ระฆังโฆษิตาราม

คุณเคยดูหนังเรื่อง แม่นาคพระโขนงหรือไม่ เราเชื่อว่าพวกคุณส่วนใหญ่เคยดูกันมาบ้างแล้วทั้งจากทางโทรทัศน์และภาพยนตร์ คุณที่เคยดูคงจำกันได้ถึงวาระสุดท้ายของแม่นาคที่ถูก สมเด็จพระอาจารย์โต จากวัด ระฆังโฆษิตาราม ย่านฝั่งธนฯนี่แหละปราบ ทำไมวัด ระฆัง ฯ จึงมีความสำคัญและเป็นที่นับหน้าถือตาของคนตั้งแต่ยุคก่อนนั้น จะมาว่ากันต่อในย่อหน้าถัดไปวัดระฆังฯ ที่ว่านี้ มีอายุมากกว่า 200 ปี เดิมชื่อ วัด บางหว้าใหญ่ เป็นอารามหลวงที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน โปรดให้ พระอาจารย์ สี จาก วัด พนัญเชิง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางพระไตรปิฎกมาสถิตและทรงสถาปนาให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช และจัดให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น ณ ที่วัดนี้เอง วัดบางหว้าใหญ่ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น วัด ระฆังโฆษิตาราม เมื่อพระราชวรินทร์ซึ่งเป็นพระยศเดิมของรัชกาลที่1 ในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งขณะนั้นได้สถาปนาราชวงค์จักรีและเปลี่ยนจากพระนครธนบุรีมาเป็นกรุงเทพฯแล้ว จู่จู่เกิดมีการขุดพบระฆังที่มีเสียงดังกังวาน จึงโปรดให้ขุดสระในบริเวณที่ขุดพบ ระฆังใบนั้น พร้อมทั้งสร้างหอพระไตรปิฎกไปในคราเดียวกัน หอไตรที่ว่านี้เป็นเรือน 3 หลังแฝดที่ภายในมีงานจิตรกรรมฝาผนัง และมีตู้เก็บพระไตรปิฎกขนาดใหญ่ เขียนลายรดน้ำที่งดงามมากถึง 2 ตู้ ความพิเศษของตู้นี้นอกจากจะเป็นที่เก็บพระไตรปิฎกแล้ว แต่ยังเป็นตู้ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งยังทรงพระยศเป็นเจ้าฟ้าฯทรงลงพระหัตถ์แกะลายร่วมกับครูช่างอยุธยาด้วยพระองค์เองเลยทีเดียว ใครที่นึกภาพหอไตรไม่ออกให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง นางนาก ในฉากที่มี สมเด็จพระอาจารย์โตไว้ หรือจะให้ดีก็ลองมาทัศนาด้วยตนเองก็ได้ เพราะที่วัดนี้เปิดให้เข้าได้เสมอและสามารถถ่ายรูปได้ทั่วบริเวณวัดรวมทั้งที่หอไตรฯ ด้วย

สิริลักษณ์ จินตนะดิลกกุลทีมงานวันว่าง ท่านผู้อ่านมีคำแนะนำหรือติชมหรือคุยกับทีมงานวันว่างได้ที่ leisure@th.mweb.com