วัด ราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม

สร้างในสมัย : รัชกาลที่ 5 ณ บริเวณถนนสายแรกๆ ของ สยามประเทศในสมัยพระพุทธเจ้าหลวงนั้น ถนน เฟื่องนคร ถือว่าเป็น ถนนสายหนึ่ง ที่มีวัดวาอารามตั้งอยู่ค่อนข้าง จะหนาแน่นสายหนึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะบริเวณ หลังวังสราญรมณ์ นั้นมีมากเกิน 5 วัด เลยทีเดียว และ บนถนน เฟื่องนตรนี้เอง ที่มีวัดหลวงแห่งหนึ่ง ที่มองจากภายนอกก็บอกได้เลยว่าเป็นอารามหลวงแน่นอน เพราะ บริเวณกำแพงวัด ที่ประดับด้วยพระสีมานั้น เป็นเครื่องบ่งบอกได้เป็นอย่างดีวัดนี้แต่เดิมนั้น เป็นวังของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงบดินทร์ไพศาลโสภณ ซึ่งเป็น ผู้กำกับกรมพระอารักษ์ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เมื่อในหลวงทรงพระราชดำริ ให้สร้างวัดในบริเวณนั้น กรมพระอาลักษณ์ จึงรับดำเนินการทุกอย่าง ตั้งแต่ขายวังตนเอง ไปจนถึง ซื้อที่ดินจากชาวบ้านเรือนเคียง และ รับสนองพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์เพิ่มอีกราวเกือบ 3,000 บาทไทย นำมาสร้างวัดใหม่ที่ชื่อว่า วัด ราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม แปลว่า พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้างวัดที่มีมหาเสมา (ที่มา : พระนครควรชม โดย ธรรมเกียรติ กันอริ) และ ด้วยเหตุที่ วัดนี้มีมหาเสมาอยู่ บนกำแพงวัด ฉะนั้นการทำสังฆกรรมใดๆ ทาง พุทธศาสนา จะทำที่บริเวณใดก็ได้ภายในวัด เนื่องจาก ถือว่าทำพิธีกรรมอยู่ภายในพระมหาสีมา อันเป็นสิ่งสูงสุดสิ่งหนึ่ง ในนามกษัตริย์อยู่แล้ว วัดนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นจาก พระราชดำริของพระพุทธเจ้าหลวง อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับ วัด ราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม เพียงข้าม สะพานคูเมืองเดิมไปเท่านั้น และ วัดประดิษฐ์ฯนี้ เป็นวัดในพระราชบิดาของพระองค์ ซึ่งถือว่า จัดสร้างขึ้น เพื่อพระสงฆ์สายธรรมยุติกนิกายโดยเฉพาะ ดังนั้น วัดใกล้เรือนเคียงอย่าง วัด ราชบพิตร จึงกลายเป็น สาขาหนึ่งของสงฆ์ สายธรรมยุติกไปโดยปริยาย ทั้งนี้สังเกตได้ง่ายจากนามของวัดที่พ้องกันความพิเศษของวัดนี้ ดูน่าอัศจรรย์เหมือนวัดหลวงหลายๆ แต่ความพิเศษเฉพาะตัว เห็นจะได้แก่งานทางทางด้านสถาปัตยกรรม และ ศิลปกรรมต่างๆ ที่อยู่ในกรอบพระมหาสีมาแห่งนี้นั้น เป็นงานช่างทางศิลป์ ที่ผสมผสานกันในแบบจีน และ ไทยที่ออกแบบมาอย่างกลมกลืน และ ต้องถือว่าเป็นความพิเศษ สำหรับงานศิลปกรรมใน สมัยพระพุทธเจ้าหลวง ที่เป็นที่ทราบกันดีว่า ทรงโปรดงานศิลปะ แบบตะวันตกเป็นอันมาก แต่วัดนี้ พิเศษที่ไม่มีศิลปกรรมตะวันตกให้เห็นเลย ไม่ว่าจะเป็นปูชนียวัตถุทั้งหลาย อย่างพระอุโบสถ พระเจดีย์ พระวิหารไปจนถึงพื้นวัดนั้นล้วนแล้วแต่ประดับด้วยของมากค่าจำพวก กระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์ จิตรกรรมฝาพนัง บานประตู-หน้าต่างประดับมุก และ ปูนปั้นปิดทองเป็นต้น ถ้ามีโอกาสได้มาเยือนวัดนี้แล้ว เดินเสียให้ถ้วนทั่ว เพราะ ความวิจิตรปราณีตทางศิลปกรรม และ สถาปัตยกรรมนั้นกลายเป็นของหายากเต็มทีสิริลักษณ์ จินตนะดิลกกุล

ทีมงานวันว่าง ท่านผู้อ่านมีคำแนะนำหรือติชมหรือคุยกับทีมงานวันว่างได้ที่ leisure@th.mweb.com

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว