อาสนวิหารอัสสัมชัญ

สร้างในสมัย : รัชกาลที่ 5 ประเทศไทยนั้น แม้ว่าจะมีประชากรนับถือศาสนาพุทธอยู่มากที่สุด รองลงมาเป็นศาสนาอิสลามและคริสต์ตามลำดับนั้น จะเห็นได้ว่าไทยเราก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางขนบธรรมเนียมประเพณี และศาสนาที่ทั้งหมดนี้ต่างก็ดำรงตนร่วมกันมาได้อย่างสงบสุขมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ที่ถนนเจริญกรุง ตรงย่านเก่าแก่บริเวณบางรักเรื่อยมาจนถึงย่านสี่พระยาที่แต่ก่อน ในยุคกลาง รัตนโกสินทร์นั้น เป็นชุมชนฝรั่งที่อยู่กันค่อนข้างหนาแน่น ทั้งนี้เราจะเห็นได้จากบ้านเรือนแบบฝรั่งและชื่อตรอกซอกซอยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของฝรั่งผู้มีบทบาทในราชสำนักไทย อาทิ โรงแรมโอเรียลเต็ล บริษัทอีสเอเชียติก ตรอกกัปตันบุช บริษัทหลุยส์ ตีเลียวโนเว็น (บุตรชายของนางแอนนา ต้นแบบแห่งงานประพันธ์อื้อฉาวเรื่อง Anna and the King of Siam) และอาสนวิหารอัสสัมชัญ อาสนวิหารอัสสัมชัญ ที่อ้างถึงเมื่อข้างต้นนั้น เกิดขึ้นมาได้ราว 90 ปีแล้ว โดยผู้ริเริ่มให้มีการสร้างวิหารนี้ขึ้นนั้นคือ บาทหลวง ปาสกัล ซึ่งหวังจะให้มีโบสถ์ที่เทิดพระเกียรติแด่พระแม่มาเรีย ขนานไปกับโบสถ์คาทอลิก ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่ชื่อ โบสถ์ ซางตาครู้ส ที่สร้างมาก่อนหน้านี้แล้วคุณพ่อปาสกัลนั้น ได้รวบรวมเงินจากการบริจาคของเหล่าคริสตังในไทยมาได้เงินจำนวนหนึ่งนำมาให้แด่บาทหลวงฟลอรังส์ เพื่อใช้ซื้อที่ดิน ใกล้ๆ กับโรงแรมโอเรียลเต็ล ซึ่งแต่ก่อนเต็มไปด้วยสวนกล้วยอยู่หลายไร่ ครั้นพอซื้อที่ดินได้สมใจหมาย หากแต่เงินก็หมดพอดี จึงไม่สามารถสร้างวิหารได้ ดังนั้น ทางศาสนจักรที่วาติกันจึงส่งเงินอุดหนุนมาให้สร้างวัด และตัวอาคารวัดก็สร้างจนแล้วเสร็จได้ภายใน 2 ปี (พ.ศ.2465) หลังจากที่สร้างวิหารจนแล้วเสร็จพร้อมทั้งมีการจัดฉลองวัดอย่างยิ่งใหญ่ในปีเดียวกันนั้น วัดนี้จึงได้กลายเป็นที่พำนักของสำนักพระคาดินัล และประมุขมิสซังไปโดยปริยาย และใน 17 ปี ให้หลังนั้น บาทหลวงแปรูดงก็ได้สั่งหินอ่อนจากฝรั่งเศสมารสร้างเป็นแท่นวิหารใหญ่เพื่อใช้ประกอบพิธีสำคัญๆ แต่ครั้นพอถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อาสนวิหารถูกระเบิดทำลายจนเสียหายมากมาย โบสถ์นี้จึงต้องเริ่มบูรณะใหม่เกือบทั้งหมด ในปีพ.ศ.2527 สมเด็จพระสันตปาปา ยอห์น ปอลที่ 2 ได้เสด็จมาเยือนไทย พระองค์จึงได้เสด็จมาเยี่ยมชมอาสนวิหารด้วย หากเราได้มีโอกาสแวะมาเยือนอาสนวิหารแห่งนี้ เราจะได้เห็นรูปปั้นของนักบุญต่างๆ และที่สำคัญนอกเหนือไปจากพระเยซูผู้เป็นศาสดาแล้ว รูปเคารพของพระนางมาเรียอันเป็นแม่พระพรหมจรรย์ (Virgin Mary) จะเป็นสิ่งที่ท่านได้พบเห็นมากที่สุดในโบสถ์

สิริลักษณ์ จินตนะดิลกกุล

LEISURE TEAM ท่านผู้อ่านมีคำแนะนำหรือติชมหรือคุยกับ LEISURE TEAMได้ที่ leisure@th.mweb.com

เรื่องล่าสุดของหมวด เที่ยวทั่วไทย

ดูหมวด เที่ยวทั่วไทย ทั้งหมด