Book Club Restaurant

Book Club Restaurant

 

 

Book Club Restaurant

 

ร้านอาหารของคนรักหนังสือ

 

ได้เวลา "ส้มซ่า" พานักชิมตัวยงไปเสาะหาของอร่อยอีกแล้ว แต่วันนี้ไม่ได้มีแต่ความอร่อยอย่างเดียว ขอแถมความโรแมนติกให้ด้วย และเหมาะมากสำหรับคนที่รักการอ่านหนังสือ เพราะร้านนี้มีชื่อว่า book club restaurant หนังสือหลากหลายประเภทรอให้คุณได้ไปอ่านกัน ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ ใกล้กับแยกประชาอุทิศ หรือที่ใครๆ เรียกว่า แยกเหม่งจ๋ายนั่นเอง ร้านนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ 11โมงครึ่ง วันธรรมดาเปิดถึงเที่ยงคืน ศุกร์-เสาร์ เปิดถึงตีหนึ่ง แต่วันอาทิตย์จะปิดเร็วหน่อย 4 ทุ่มค่ะ

ที่มีชื่อว่า Book Club ก็เพราะว่าที่นี่ เคยเป็นร้านขายหนังสือมาก่อน เมื่อกลายเป็นร้านอาหาร เลยยังคงมีหนังสือหลากหลายประเภทให้ลูกค้าได้อ่านกัน การตกแต่งเป็นแบบเรียบง่ายด้วยเฟอร์นิเจอร์หวาย มีบาร์เครื่องดื่มที่มีเครื่องดื่มครบครันทุกประเภท เรียกได้ว่าเป็น full bar ระดับโรงแรมเลยก็ว่าได้ เพลงที่เปิดจะเป็นเพลงในยุค 60' 70' และใครที่ชอบฟังเพลงสดๆ ก็จะได้เพลิดเพลินไปกับเสียงร้องที่ไพเราะกับเปียโนสุดโรแมนติก การแสดงเริ่มเวลาทุ่มครึ่งค่ะ ที่บอกว่าร้านนี้โรแมนติก ไม่ใช่ "ส้มซ่า" พูดเกินจริงนะคะ เพราะมีคู่รักที่พบรักกันที่นี่ และมาจัดงานแต่งงานที่นี่ 2 คู่แล้ว

ด้วยความหลากหลายของอาหารที่มีหลายสัญชาติ ทั้งไทย จีน และอิตาเลียน เครื่องดื่มที่พร้อมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทำให้ร้านนี้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการหลายกลุ่มอายุ จึงมีการแบ่งโซนสูบบุหรี่ไว้ด้วย ส่วนเรื่องบริการต้องขอบอกว่าเหมือนอยู่ในโรงแรมเลยค่ะ ทุกขั้นตอนพิถีพิถันจริงๆ และอีกอย่างที่ทางร้านเน้นเป็นพิเศษก็คือ เรื่องของความสะอาด และที่สะดวกมากสำหรับคนกรุงเทพฯ ก็คือ ที่จอดรถ จุได้ถึง 100 คันเลยทีเดียว

อาหารแนะนำสำหรับวันนี้มี 3 เมนูด้วยกัน มาเริ่มที่ จานแรก ปลา book club ปลาทับทิมทอดกรอบ แกะเฉพาะเนื้อออกมาผัดพริกแกง แล้วนำมาราดลงไปบนโครงตัวปลา สีสันสวยงามด้วยพริกสีเหลือง เขียว และแดง หอมกำลังดีด้วยพริกไทยสด จานนี้ได้คุณค่ากับร่างกายจริงๆค่ะ ราคา 250 บาท จานที่2 หอยแมลงภู่อบพริกหวาน นำหอยแมลงภู่ตัวใหญ่มาลวก แกะฝา ตัดขนออก นำเนยการ์ลิกมาโปะที่ด้านบน และโรยด้วยพริกหวานสีเขียว แดง หั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ และเบคอน แล้วนำไปอบ เวลารับประทานจะหอมเนย เนื้อหอยนุ่มและมีความกรอบของเบคอน เข้ากันได้ดีทีเดียว ราคา 195 บาท จานสุดท้าย เป็นอาหารทานเล่น เหมาะสำหรับหลายคน ก๋วยเตี๋ยวเมี่ยง หรือ ก๋วยเตี๋ยวชูชก วิธีรับประทานจะคล้ายกับแหนมเนือง เริ่มต้นแต่ละคำด้วย การนำผักสลัดมาเป็นตัวห่อ ใส่หมูสับ ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัด ถั่วลิสงเม็ดโต กุ้งแห้ง ต้นหอม ขิง พริก มะนาว เมื่อใส่ครบแล้วก็ห่อ นำไปจิ้มกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยว อร่อยและสนุกด้วยนะคะ สำหรับจานนี้ ราคา150 บาทค่ะ

พิเศษมากสำหรับของหวานแนะนำ ซึ่งเราจะได้ดูกันสดๆ Banana Frambe เดี๋ยว "ส้มซ่า" จะเล่าให้ฟังถึงวิธีการทำค่ะ เริ่มต้นจากตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปรอให้ละลาย แล้วใส่เนย คนให้เข้ากันจนละลายดี ต่อมาก็ใส่บรั่นดีลงไป ตอนนี้ไฟลุกโชนเชียวค่ะ ตามด้วยน้ำส้ม และน้ำมะนาว แล้วก็ถึงคิวตัวเอกของเมนูแล้ว กล้วยหอมนั่นเอง นำมาผ่าครึ่งแล้ววางลงไป สักพักก็กลับด้าน ตามด้วยเหล้า Gallino ซึ่งเป็นเหล้าที่ทำจากกล้วยหอมค่ะ เสร็จแล้วก็นำไอศกรีมวานิลลามาวางรอในจาน 1 ก้อน นำกล้วยหอมวางขนาบ แล้วราดด้วยน้ำ แหมลองจินตนาการดูสิคะ ความร้อนปะทะกับความเย็น เข้ากันได้ดีอยู่แล้ว สำหรับไอศกรีมวานิลลากับกล้วยหอม น้ำที่ราดลงไปคล้ายคาราเมล แต่จะไม่ข้นมากมีรสชาติหวานปนขมนิดๆ จากเหล้าและเปลือกมะนาว อร่อยดีค่ะ แปลกดีด้วย สำหรับการทำ frambe จะใช้ผลไม้หลายชนิดทำได้ อย่างเช่นลิ้นจี่ พีช และเงาะ เป็นต้น อ้อ ! สำหรับคนที่ชอบดื่มค็อกเทล อย่าพลาดค็อกเทลประจำเดือนของที่นี่นะคะ

เพลงเพราะ อาหารอร่อย หลายคนคงอยากมาทดสอบความโรแมนติกของร้านนี้แล้วใช่ไหมคะ? "ส้มซ่า" ก็ขออธิบายการเดินทางเลยแล้วกันค่ะ เริ่มจากแยกรัชโยธิน วิ่งตรงมาเรื่อยๆ บนถนนรัชดาภิเษก พอเจอแยกคาร์ฟูร์รัชดา แล้วเลี้ยวซ้าย ทางขวามือจะเป็นศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ให้ตรงไปแล้วชิดซ้ายไว้ พอเจอสามแยก (โรงซ่อมรถไฟฟ้าใต้ดิน) ให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปอีกจะเจอ สี่แยกประชาอุทิศ (แยกเหม่งจ๋าย) ก็เลี้ยวซ้ายเลยค่ะ ร้าน Book Club Restaurant จะอยู่ทางขวามือค่ะ

อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะคะ "ส้มซ่า" ขอร้อง

 

เรื่องโดย ส้มซ่า

ภาพโดย เหมียวกา

05 / 06 / 2546

 

 

เรื่องล่าสุดของหมวด ร้านอาหาร

ดูหมวด ร้านอาหาร ทั้งหมด