Pepper Lunch

Pepper Lunch "เสิร์ฟร้อน...อร่อยสไตล์คุณ ทั้งอร่อย ทั้งสนุก แบบสไตล์ญี่ปุ่น
เป็นธุรกิจอันดับที่ 6 ของ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (กลุ่ม CRG) ธุรกิจอาหารของเครือเซ็นทรัล สำหรับ "Pepper Lunch" แฟรนไชส์ร้านอาหารญี่ปุ่นมาเปิดสาขาแรกที่ ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิลด์ โซนเอเทรียม
![]() |
Pepper Lunch เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ใหม่ กึ่งฟาสต์ฟู้ด กึ่งเรสตอรองต์ เพราะเราต้องมาสั่งอาหารที่เคาร์เตอร์ เหมือนฟาสต์ฟู้ด หลังจากนั้นก็รับหมายเลขและเครื่องดื่มเดินมาเลือกโต๊ะนั่ง ซักครู่พนักงานก็จะมาเสริฟ์อาหารที่โต๊ะ เหมือนกับเรสตอรองต์ เราจึงเรียกระบบนี้ว่า Fast Casual Restaurant และสิ่งสำคัญสำหรับร้าน คือ เวลารับประทานผู้บริโภคต้องมีส่วนร่วมในการปรุงแต่งรสชาติด้วยตัวเองบนจานร้อน จึงเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผู้บริโภคไทย แต่ก็มีความมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี |
Pepper Lunch บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) เกิดขึ้นมาภายใต้แนวคิด "เสิร์ฟร้อน...อร่อยสไตล์คุณ" โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ การแต่งแต้มสีสันความอร่อยบนจานร้อน ในสไตล์ที่คุณสามารถเลือกเองได้
![]() |
ความอร่อย ที่แตกต่างของ Pepper Lunch สิ่งที่เป็นเรื่องใหม่ สำหรับร้าน Pepper Lunch คือ โดยส่วนใหญ่อาหารแบรนด์อื่นๆ เมนูทุกจานจะถูกปรุงสุกพร้อมรับประทานก่อนจะมาเสิร์ฟ แต่ "Pepper Lunch" ไม่ใช่ เพราะลูกค้าทุกคนจะมีส่วนร่วมในการปรุงแต่งอาหารบนจานร้อนของตนเอง ในสไตล์ของตนเอง |
เมนูทุกจาน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ปลา หมูหรือไก่ จะเป็นของสดที่ถูกจัดวางพร้อมข้าว และเครื่องปรุงบนจานร้อนที่มีความร้อนสูงสุดถึง 260 องศา ที่สามารถทำให้อาหารบนจานสุกเองได้ ดังนั้นภายใต้เงื่อนเวลาที่จำกัด เมื่อพนักงานในครัวจัดวางอาหารบนจานเสร็จแล้ว
|
ภาชนะก็จะต้องถูกเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะภายในเวลารวดเร็ว จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของลูกค้าที่จะปรุงให้สุกมากสุกน้อยตามต้องการ แต่ในช่วงแรกนี้พนักงานของร้านจะค่อยสาธิตและแนะนำวิธีการปรุงให้ก่อน และเนื่องจากอาหารส่วนใหญ่เป็นเนื้อ (เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลาแซลมอน) ใครชอบอร่อยแบบสุกมากสุกน้อยแค่ไหน ก็สามารถปรุงได้เองตามชอบ เช่น ถ้าชอบสเต็กสุกๆ ก็สามารถพลิกสเต็กนาบกับภาชนะกลับไปกลับมา |
![]() |
![]() |
ถ้าชอบแบบไม่สุกมาก ก็นำสเต๊กที่สุกได้ที่แล้วมาวางพักไว้บนผักที่มาพร้อมกัน อย่างที่กล่าวไว้ภาชนะของเปปเปอร์ ลันช์ ออกแบบพิเศษ คืออุณหภูมิจะสูงสุดถึง 260 องศาและจะะค่อยๆ ลดลงเหลือ 80 องศาเซลเซียสภายในเวลา 20 นาที จึงมีเวลาพอที่จะปรุงสเต็กหรือแฮมเบอร์เกอร์ให้สุกมากน้อยได้ตามต้องการ |
|
หรือจะเพิ่มรสชาติในกับอาหารจานเด็ดของคุณด้วยซอสที่จัดเตรียมไว้ให้บนโต๊ะมี 2 ชนิด คือ คาราคูชิ (Karakuchi) หรือซอสถั่วเหลืองกระเทียม รสชาติจะออกเค็ม กับ อามาคูชิ (Amakuchi) หรือซอสฮันนี่ บราวน์ รสชาติจะออกหวานกว่านิดหน่อย |
![]() |
ความนิยมและมาตรฐานของ Pepper Lunch "ในประเทศญี่ปุ่น Pepper Lunch นับเป็น ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมมาก มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 200 สาขา และยังมี การขายแฟรนไชส์ไปในหลายประเทศ อาทิ เกาหลี จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง และล่าสุดคือประเทศไทย ที่เปิดมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว" แม้จะเป็นแบรนด์ใหม่ที่คนไทยไม่คุ้นเคย แต่ทว่า ผลตอบรับจากลูกค้าก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ถึง ดีมากตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
![]() |
หลังจากที่ CRG ตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ Pepper Lunch ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับ ผู้จัดการร้านไปฝึกงานที่ Pepper Lunch ประเทศสิงคโปร ์ซึ่งใช้เวลาฝึกอยู่ประมาณ 1 เดือนเศษ โดยทำการฝึกทุกอย่างทั้งในเรื่องระบบบริหารจัดการร้าน การใช้อุปกรณ์ภายในร้าน ตลอดจนวิธีการจัดเรียงและปรุงอาหารแต่ละเมนู เพื่อให้ได้รสชาติ ขนาดและมาตรฐานเท่ากันทุกจาน ฯลฯ "ขนาดของชิ้นเนื้อ ผักแต่ละชนิดที่อยู่ในแต่ละจานจะต้องเท่ากัน" แหล่งข่าวผู้จัดการร้าน Pepper Lunch เล่าให้ฟังถึงช่วงที่ได้เข้าไปอบรม พร้อมกับยกตัวอย่างเมนู ยาวารากะสเต๊ก ซึ่งวัตถุประกอบอาหารจานนี้ประกอบด้วย เนื้อนำเข้า แครอต ถั่วงอก และซอสปรุงรสเฉพาะ |
|
กรณีของวัตถุดิบต่างๆ จะต้องใช้การชั่งตวงวัดให้ได้น้ำหนักตามที่กำหนด รวมทั้งปริมาณของเกลือและพริกไทย เค้าจะมีท่าทางการโรยเกลือ-เขย่าพริกไทยให้ทั่วชิ้นเนื้อในปริมาณที่ใกล้เคียงกันรสชาติจะได้เหมือนกันทุกจาน กรณีถั่วงอกก็ต้องเรียนรู้เทคนิคในการหยิบและนำมาวางบนจาน เพื่อได้น้ำหนักและรูปทรงที่สวยด้วย ซึ่งทางสิงคโปร์ก็จะสอนวิธีหยิบ จับถั่วงอก ว่าต้องทำมืออย่างไร กางนิ้วมือขนาดไหนเพื่อหยิบถั่วงอกมาวางบนจานแล้วก็จะได้น้ำหนักมาตรฐานและได้รูปทรงที่สวยงามไปพร้อมกันด้วย |
![]() |
![]() |
กรณีของถั่วงอกก็เป็นสิ่งน่าสนใจ ว่าทำไม ทางญี่ปุ่นต้องเลือกใช้ถั่วงอก ทั้งๆ ที่หลายๆ คนหรือแม้กระทั่งคนไทยเองก็ไม่ชอบทานถั่วงอก และรู้สึกว่าถั่วงอกนั้นไม่เข้ากับสเต็ก และเราก็ได้รับคำตอบว่า ที่ต้องเป็นถั่วงอก เพราะว่าถั่วงอกช่วยแก้เลี่ยน และดูดซับความมัน |
|
พัชริชยาบอกว่า หลังจากผ่านการอบรม ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานทุกอย่าง รวมถึง การใช้วัตถุดิบด้วยนั้น ทางบริษัทก็ยืดหยุ่นให้ทางไทยสามารถใช้วัตถุดิบจากประเทศไทย เพื่อทดแทนการนำเข้าได้ แต่ทั้งนี้มาตราฐานและคุณภาพต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดด้วย อาทิ ข้าวญี่ปุ่นพันธ์จาโปนิก้านี้ปลูกในไทยแต่เกรดส่งออก ถั่วงอกไร้สารที่ซื้อจากฟาร์มที่ราชบุรี ผักบางชนิด หรือ จะเป็นผงกะหรี่นี้ในเมืองไทยก็มี แต่ก็ใช้ไม่ได้ เนื่องจากกลิ่นแรงเกินไปและรสชาติก็ไม่เหมือน จึงต้องใช้ผงกะหรี่จากญี่ปุ่นจริงๆ รวมถึงเนื้อหมูด้วย "Pepper Lunch ประเทศอื่นๆ ไม่มีเนื้อหมู มีแต่เนื้อวัว เนื้อปลา และเนื้อแกะ แต่บ้านเรามาประยุกต์เล็กน้อย เพราะบ้านเราไม่ทานเนื้อแกะ ซึ่งบริษัทแม่ก็ยินยอมแต่ทั้งนี้ สูตรและกระบวนการในการปรุงต่างๆ ก็ต้องผ่านการแอปพรู๊ปจากบริษัทแม่ก่อน ดังเรื่องของมาตราฐานคุณภาพนั้น CRG เราทำธุรกิจร้านอาหารเป็นหลัก เราก็จะมีมาตราฐานในการคัดสรรวัตถุดิบของเราอยู่ และกรอปกับต้องส่งแอปพรู๊ปจากบริษัทแม่อีก จึงเป็นการกรองคุณภาพถึง 2 ชั้นด้วยกัน ขอให้มั่นใจในคุณภาพอาหารและบริการได้เลยค่ะ" |
|
ซึ่งจริงๆ แล้ว กระบวนการทำงานไม่ยาก เพราะทุกอย่างเป็นของสดและปรุงสดๆ จานต่อจานทั้งหมด แต่ความลับที่ทำให้อาหารแต่ละจานได้รสชาติมาตรฐานเท่ากันอยู่ที่ ซอส เครื่องปรุงรสต่างๆ ที่เป็นสูตรเฉพาะ ที่เราต้องสั่งซื้อจากบริษัทแม่
![]() |
"วัตถุดิบทุกอย่างเรารู้หมดว่า ใช้อะไร เท่าไหร่ อะไรบ้าง แต่ที่ไม่รู้เลยก็คือ ซอสปรุงรส นานาชนิดที่มาใช้ในแต่ละจาน ซึ่งนี่แหละคือคีย์สำคัญที่ทำให้ Pepper Lunch สามารถขยายสาขาและเติบโตได้หลายประเทศทั่วเอเชีย |
Pepper Lunch มีเคล็ดลับความอร่อยมากมายที่คุณต้องมาค้นหาคำตอบได้ที่ร้านเราค่ะ" พัชริชยากล่าวตอนท้าย
กลุ่มลูกค้าของ Pepper Lunch ในประเทศไทย ลูกค้าของ Pepper Lunch เป้าหมายหลักเป็นกลุ่มวัยรุ่น ถึงวัยทำงาน ที่ชอบความสนุกสนานและความแปลกใหม่ และจากที่เปิดร้านมาซักระยะนึง จะสังเกตุได้ว่า ลูกค้าเราจะเป็นกลุ่มคนไทยและต่างชาติ ทีรู้จัก Pepper Lunch มาก่อนแล้วจากต่างประเทศ กลุ่มลูกค้าจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา เช่น ช่วงวันธรรมดาเรามีลูกค้าประจำพอสมควรเป็นกลุ่มคนทำงานที่นี่ ลูกค้ามักจะติดใจในรสชาติและอัตถรสของความใหม่ของอาหาร เพราะอาหารเราจะร้อนระอุตลอดจนหมดจาน
|
มีหลายคนถามว่า Pepper Lunch มีความหมายอย่างไร โลโก้ของ Pepper Lunch มาจากรูปทรงของจานผสมสีน้ำสมัยโบราณ ที่พร้อมจะแต่งแต้มสีสันให้ผู้คนมีความสุข ก็เหมือนกับร้านของเราที่พร้อมจะให้ความสุขและความอร่อยกับทุกคนที่มาทาน ส่วนชื่อ Pepper Lunch นั้น แน่นอน Pepper มาจากองค์ประกอบเครื่องปรุงหลักของทางร้าน คือ พริกไทย ส่วน Lunch มาจาก อาหารมื้อกลางวัน ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์ของคนณี่ปุ่นที่อาหารมื้อกลางวันจะต้องมีปริมาณ รวดเร็ว ง่าย และราคาสมควร ทำให้คำว่า Pepper Lunch สื่อถึง อาหารสไตล์พริกไทย ที่ไม่ว่าคุณจะทานในมื้อใด คุณก็จะได้คุณภาพและความคุ้มค่าแบบอาหารมื้อกลางวัน |
รายการอาหารแนะนำอื่นๆ เมนูข้าว เช่น ข้าวเปปเปอร์เนื้อ (120 บาท) ข้าวเปปเปอร์ผงกะหรี่เนื้อ (130 บาท) ข้าวเปปเปอร์ไก่ (110 บาท) เมนูสเต็ก เช่น สเต็กเนื้อ+ไก่ (170 บาท) แฮมเบอร์เกอร์ สเต็ก+ไข่ดาว (160 บาท) ยาวาระกะ สเต็ก (375 บาท) นอกจากเมนูข้าวเปปเปอร์ และสเต็กแล้ว เรายังมี เชคเชคสลัด (ไก่เซซามิ ทูน่า และ สาหร่ายญี่ปุ่น) และซุป อีกด้วย
ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ ด้านการตลาด คุณพัชริชยา พรหมสุข ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เปปเปอร์ ลันช์
| สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ |
| ร้านเปปเปอร์ ลันช์ สาขาแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 โซนเอเทรียม เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดบริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00 - 22.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30 - 22.00 น. โทร.0 2646 1914
|
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี












