รู้ไว้ดีกว่า! ทำไมก่อนเช็กเอาต์โรงแรม "ไม่ควร" พับผ้าห่ม-จัดหมอนให้เรียบร้อย

รู้ไว้ดีกว่า! ทำไมก่อนเช็กเอาต์โรงแรม "ไม่ควร" พับผ้าห่ม-จัดหมอนให้เรียบร้อย

รู้ไว้ดีกว่า! ทำไมก่อนเช็กเอาต์โรงแรม "ไม่ควร" พับผ้าห่ม-จัดหมอนให้เรียบร้อย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กเอาต์โรงแรม ไม่ต้องพับผ้าห่ม-จัดหมอนให้เรียบร้อย เพราะอาจทำให้พนักงานทำงานยากขึ้น

หลายคนอาจคิดว่าการเก็บห้องให้เรียบร้อยก่อนเช็กเอาต์เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานโรงแรม แต่ในความเป็นจริง การพับผ้าห่ม จัดหมอน หรือเก็บเตียงให้เหมือนยังไม่ได้ใช้งาน อาจไม่ได้ช่วยลดภาระของพนักงานเสมอไป

เนื่องจากหลังแขกเช็กเอาต์ พนักงานทำความสะอาดจะต้องตรวจสอบและเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มตามมาตรฐานของโรงแรมอยู่แล้ว ดังนั้นการปล่อยเครื่องนอนที่ใช้งานแล้วไว้ตามสภาพ จึงช่วยให้พนักงานแยกได้ง่ายว่าส่วนใดผ่านการใช้งานมาแล้ว

ทำไมไม่ควรพับผ้าห่มและจัดเตียงก่อนเช็กเอาต์?

หลังแขกออกจากห้อง พนักงานจะต้องนำเครื่องนอนที่ผ่านการใช้งานไปเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ที่สะอาด หากแขกพับผ้าห่ม จัดหมอน และดึงผ้าปูที่นอนจนเรียบเหมือนเตียงที่ยังไม่ได้ใช้งาน พนักงานอาจต้องรื้อหรือคลี่เครื่องนอนออกอีกครั้งเพื่อทำความสะอาดและเปลี่ยนชุดใหม่

โดยเฉพาะห้องที่มีเตียงหลายเตียง หากมีเตียงหนึ่งที่ดูเรียบร้อยผิดจากเตียงอื่น พนักงานอาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเตียงดังกล่าวผ่านการใช้งานหรือไม่ แม้แต่ละโรงแรมจะมีขั้นตอนตรวจห้องแตกต่างกัน แต่การปล่อยเครื่องนอนที่ใช้แล้วไว้ตามสภาพก็ช่วยลดความสับสนได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการพับผ้าห่มจะทำให้โรงแรมไม่เปลี่ยนเครื่องนอน เพราะโรงแรมที่ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความสะอาดควรมีขั้นตอนตรวจสอบและเปลี่ยนเครื่องนอนหลังแขกเช็กเอาต์อยู่แล้ว

ผ้าเช็ดตัวก็ไม่จำเป็นต้องพับให้เรียบร้อย

สำหรับผ้าเช็ดตัว หากใช้งานแล้วควรแยกไว้ในจุดที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ เช่น บริเวณพื้นห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ หรือจุดรวบรวมผ้าที่ใช้แล้ว ตามคำแนะนำของโรงแรมแต่ละแห่ง

การนำผ้าที่ใช้แล้วไปพับรวมกับผ้าสะอาดอาจทำให้พนักงานต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าแต่ละผืนผ่านการใช้งานแล้วหรือไม่ ขณะเดียวกัน การใช้ผ้าเท่าที่จำเป็นยังช่วยลดปริมาณผ้าที่ต้องนำไปซักโดยไม่จำเป็น และช่วยลดการใช้ทรัพยากรในการซักทำความสะอาดได้อีกทางหนึ่ง

แล้วก่อนเช็กเอาต์ ควรช่วยพนักงานโรงแรมอย่างไร?

จริง ๆ แล้วแขกไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดห้องเหมือนพนักงานโรงแรม เพียงจัดการสิ่งของบางอย่างให้เป็นระเบียบก็สามารถช่วยให้การทำงานหลังเช็กเอาต์สะดวกขึ้นได้

ปิดไฟ โทรทัศน์ และเครื่องปรับอากาศ

ก่อนออกจากห้อง ควรปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เช่น โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ และไฟภายในห้อง นอกจากช่วยลดการใช้พลังงานแล้ว ยังเป็นมารยาทที่ดีต่อสถานที่และพนักงานที่เข้ามาทำความสะอาดห้องต่อ

นำของใช้กลับไปไว้ในจุดเดิม

รีโมตโทรทัศน์ รีโมตเครื่องปรับอากาศ กาต้มน้ำ แก้วน้ำ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ หากนำกลับไปวางไว้ในตำแหน่งเดิม จะช่วยให้พนักงานไม่ต้องเสียเวลาเก็บของกระจัดกระจายภายในห้อง

รวบรวมขยะไว้ในจุดที่เหมาะสม

ขยะทั่วไปสามารถนำไปทิ้งในถังขยะภายในห้องได้ หากมีขยะจำนวนมากอาจรวบรวมใส่ถุงหรือวางไว้ในจุดที่เห็นได้ชัด เพื่อให้พนักงานสามารถเก็บและนำออกจากห้องได้สะดวก

แยกของที่ใช้แล้วออกจากของที่ยังไม่ได้ใช้

ไม่ควรนำผ้าเช็ดตัวที่ใช้แล้วไปวางปะปนกับผ้าที่ยังไม่ได้ใช้งาน และหากมีของใช้ที่ยังไม่ได้เปิดหรือยังไม่ได้ใช้ ก็ควรวางไว้ตามเดิม เพื่อให้พนักงานสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

หากไม่จำเป็น ไม่ต้องใช้ทุกเตียง

หากเข้าพักเพียง 2 คนในห้องหรือบ้านพักที่มีหลายเตียง และไม่ได้จำเป็นต้องใช้ทุกเตียง การไม่เปิดใช้งานเตียงที่เหลือก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณเครื่องนอนที่ต้องนำไปซักโดยไม่จำเป็น และช่วยลดการใช้ทรัพยากรในการทำความสะอาด

สิ่งสำคัญคือ ไม่ต้องทำความสะอาดห้องแทนพนักงาน

การช่วยรักษาความเป็นระเบียบก่อนเช็กเอาต์ถือเป็นมารยาทที่ดี แต่แขกไม่จำเป็นต้องพยายามทำห้องให้เหมือนสภาพก่อนเข้าพัก เพราะหน้าที่หลักในการตรวจสอบ ทำความสะอาด และเปลี่ยนเครื่องนอนยังคงเป็นของพนักงานโรงแรม

สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ ไม่ต้องพับผ้าห่มหรือจัดเตียงจนเหมือนยังไม่ได้ใช้งาน แยกผ้าที่ใช้แล้ว รวบรวมขยะ ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า และนำของใช้กลับเข้าที่ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้การทำงานหลังเช็กเอาต์เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

หมายเหตุ: ขั้นตอนการทำความสะอาดและการจัดการเครื่องนอนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละโรงแรม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของโรงแรมที่เข้าพักเป็นหลัก

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล