Yum! Brands ปล่อย Pizza Hut แบรนด์พิซซ่าดัง มูลค่ารวมกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์

Yum! Brands ปล่อย Pizza Hut แบรนด์พิซซ่าดัง มูลค่ารวมกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์

Yum! Brands ปล่อย Pizza Hut แบรนด์พิซซ่าดัง มูลค่ารวมกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Pizza Hut แบรนด์พิซซ่าชื่อดังระดับโลก กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังบริษัทแม่ Yum! Brands ตกลงขายธุรกิจ Pizza Hut มูลค่ารวมประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9.8 หมื่นล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ดีลหลัก ระหว่างธุรกิจนอกจีนและธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่

การขายครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Pizza Hut เผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ชะลอตัว การแข่งขันในตลาดพิซซ่าและอาหารเดลิเวอรีที่รุนแรงขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการนั่งกินในร้าน ไปสู่การสั่งผ่านแอปและบริการจัดส่งมากขึ้น

Pizza Hut ถูกขายให้ใคร?

Yum! Brands ประกาศขายธุรกิจ Pizza Hut ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • Pizza Hut นอกจีนแผ่นดินใหญ่ จะขายให้กับ LongRange Capital บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Pizza Hut ในจีนแผ่นดินใหญ่ จะขายให้กับ Yum China Holdings มูลค่าประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งสองดีลมีมูลค่ารวมประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2026 หากผ่านเงื่อนไขตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

ทำไม Yum! Brands ถึงขาย Pizza Hut?

แม้ Pizza Hut จะเป็นหนึ่งในแบรนด์อาหารที่ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จักมาอย่างยาวนาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์ต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการแข่งขันจากคู่แข่งในตลาดพิซซ่าและฟาสต์ฟู้ด รวมถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันไปสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีมากขึ้น

เดิมที Pizza Hut มีภาพจำเป็นร้านพิซซ่าแบบนั่งกินในร้าน มีโต๊ะ มีบริการ และมีบรรยากาศครอบครัว แต่ตลาดอาหารยุคใหม่เปลี่ยนเร็วมาก ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกความสะดวก รวดเร็ว ราคาเข้าถึงง่าย และสั่งผ่านมือถือมากกว่าการเดินเข้าร้าน

เมื่อโมเดลร้านอาหารแบบเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์เท่าที่เคย Pizza Hut จึงต้องปรับตัวหนักกว่าคู่แข่งบางราย โดยเฉพาะแบรนด์ที่วางระบบเดลิเวอรีและดิจิทัลไว้อย่างแข็งแรงตั้งแต่ต้น

Pizza Hut ก่อตั้งขึ้นในปี 1958 และเคยเป็นหนึ่งในแบรนด์พิซซ่าที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยเฉพาะในยุคที่ร้านพิซซ่าแบบนั่งกินในร้านได้รับความนิยมสูง โดยภาพจำของ Pizza Hut ในหลายประเทศคือร้านพิซซ่าหลังคาแดง เมนูพิซซ่าถาดใหญ่ และบรรยากาศร้านอาหารสำหรับครอบครัว นอกจากนี้ยังมีเมนูที่กลายเป็นเอกลักษณ์ เช่น พิซซ่าขอบชีส และพิซซ่าสไตล์ Pan Pizza

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดพิซซ่าเปลี่ยนจากร้านนั่งกิน ไปสู่การแข่งขันด้านราคา ความเร็ว และระบบจัดส่ง ทำให้แบรนด์ที่ปรับตัวด้านเดลิเวอรีและเทคโนโลยีได้เร็วกว่า มีโอกาสแย่งส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

ดีลขาย Pizza Hut ครั้งนี้สะท้อนว่าธุรกิจร้านอาหารระดับโลกกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน แบรนด์ใหญ่ที่เคยแข็งแรงในอดีตอาจไม่สามารถพึ่งพาความดังของชื่อแบรนด์อย่างเดียวได้อีกต่อไป ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งราคา โปรโมชัน ความเร็วในการส่งอาหาร คุณภาพอาหาร ประสบการณ์บนแอป และความสะดวกในการสั่งซื้อ หากแบรนด์ใดปรับตัวไม่ทัน ก็อาจถูกคู่แข่งแย่งพื้นที่ได้ง่ายขึ้น

ในกรณีของ Pizza Hut ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่คนไม่รู้จักแบรนด์ แต่คือการทำให้แบรนด์กลับมาสอดคล้องกับพฤติกรรมการกินของผู้บริโภคยุคใหม่อีกครั้ง

great-food

LongRange Capital จะเข้ามาถือธุรกิจ Pizza Hut นอกจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งครอบคลุมร้านจำนวนมากในหลายประเทศทั่วโลก จุดที่น่าสนใจคือแม้ Pizza Hut จะเผชิญปัญหายอดขายในบางตลาด แต่ยังเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงสูง มีเครือข่ายร้านกว้าง และมีฐานลูกค้าทั่วโลก

การเข้ามาของเจ้าของใหม่อาจเปิดทางให้ Pizza Hut ปรับกลยุทธ์ได้คล่องตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรีแบรนด์ ปรับรูปแบบร้าน เพิ่มการลงทุนด้านดิจิทัล หรือยกระดับโมเดลเดลิเวอรีให้แข่งขันได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การฟื้นแบรนด์ระดับโลกที่มีสาขาจำนวนมากไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้ทั้งเงินลงทุน เวลา และความเข้าใจตลาดในแต่ละประเทศ

สำหรับตลาดจีน Pizza Hut จะถูกขายให้กับ Yum China Holdings ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแลแบรนด์อาหารในจีน และมีความเข้าใจตลาดท้องถิ่นสูงกว่า ตลาดจีนถือเป็นตลาดสำคัญของ Pizza Hut และมีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งด้านรสนิยมผู้บริโภค เมนูอาหาร รูปแบบร้าน และการแข่งขันในตลาดร้านอาหาร การแยกธุรกิจจีนให้ Yum China ดูแลโดยตรงจึงอาจช่วยให้แบรนด์ปรับตัวกับตลาดจีนได้คล่องขึ้น

แม้จะขาย Pizza Hut ออกไป แต่ Yum! Brands ยังเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารระดับโลกอื่น ๆ เช่น KFC และ Taco Bell ซึ่งยังเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้และมีศักยภาพเติบโตในหลายตลาด การขาย Pizza Hut จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ปรับพอร์ตธุรกิจ เพื่อให้ Yum! Brands โฟกัสกับแบรนด์ที่ทำผลงานได้ดีและมีแนวโน้มเติบโตมากกว่า

Pizza Hut จะหายไปจากตลาดหรือไม่? คำตอบคือ ไม่ใช่ในตอนนี้ เพราะการขายครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่การปิดแบรนด์ Pizza Hut ทั่วโลก

ร้าน Pizza Hut ในหลายประเทศยังคงดำเนินธุรกิจต่อไป เพียงแต่ภายใต้โครงสร้างเจ้าของใหม่หลังดีลเสร็จสมบูรณ์ ขณะที่รายละเอียดผลกระทบต่อแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างแฟรนไชส์ ผู้ดำเนินธุรกิจท้องถิ่น และแผนของเจ้าของใหม่

สำหรับผู้บริโภคทั่วไป สิ่งที่อาจต้องติดตามหลังจากนี้คือ Pizza Hut จะปรับภาพลักษณ์ร้าน เมนู ราคา โปรโมชัน หรือระบบเดลิเวอรีอย่างไร เพื่อกลับมาแข่งขันในตลาดพิซซ่ายุคใหม่ 

และถึงแม้การขาย Pizza Hut มูลค่ารวม 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นดีลใหญ่ในวงการร้านอาหารโลก เพราะเป็นการเปลี่ยนมือแบรนด์พิซซ่าที่มีประวัติยาวนานและเป็นที่รู้จักทั่วโลก

ฝั่งธุรกิจนอกจีนจะไปอยู่ภายใต้ LongRange Capital ส่วนธุรกิจในจีนจะไปอยู่กับ Yum China Holdings โดยเป้าหมายสำคัญหลังจากนี้คือการทำให้ Pizza Hut กลับมาแข่งขันได้ในยุคที่เดลิเวอรี ดิจิทัล และความคุ้มค่ากลายเป็นหัวใจของตลาดอาหาร และสำหรับผู้บริโภค สิ่งที่ต้องรอดูคือ Pizza Hut ในอนาคตจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ทั้งเมนู รูปแบบร้าน โปรโมชัน และประสบการณ์การสั่งซื้อ เพราะการเปลี่ยนเจ้าของครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์พิซซ่าเก่าแก่รายนี้ 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล