เที่ยวยุคค่าครองชีพแพง วางแผนอย่างไรให้รอด

เที่ยวยุคค่าครองชีพแพง วางแผนอย่างไรให้รอด

เที่ยวยุคค่าครองชีพแพง วางแผนอย่างไรให้รอด
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

การเดินทางท่องเที่ยว เป็นวิธีการพักผ่อนหย่อนใจรูปแบบหนึ่งที่สามารถเยียวยาจิตใจที่หดหู่ห่อเหี่ยวของเราให้ดีขึ้นได้แทบจะทันที เนื่องจากหลาย ๆ คนมักจะติดหล่มอยู่กับชีวิตประจำวันของตัวเองมากเกินไป ทั้งความเครียด การแข่งขัน ความเหนื่อยล้า ความเบื่อหน่าย และอีกหลากหลายความรู้สึกในด้านลบ เมื่อเราได้หลุดพ้นออกมาจากตรงนั้นบ้าง เราเลยรู้สึกดีขึ้นได้

ทว่าปัจจัยในเรื่องของ “เงิน” ดูจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้เราได้เที่ยวอย่างสบายอกสบายใจกันเท่าไรนักในช่วงนี้ เงินเฟ้อทำให้ค่าครองชีพในชีวิตประจำวันสูงขึ้น แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวก็สูงขึ้นด้วย ในขณะที่รายได้ขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นมาต่อวันยังซื้อข้าวแกงเพิ่มสักจานแทบไม่ได้ ปกติแล้วปัจจัยด้านลบที่ว่า “ไม่มีเงินเที่ยว” น่าจะทำให้การท่องเที่ยวชะลอตัว ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่ความเป็นจริงมันตรงกันข้าม ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งความอยากเที่ยวได้ แม้ว่าจะเบี้ยน้อยหอยน้อยก็ตาม

เพราะการออกไปเที่ยวยังคงเป็นความสุขทางใจเพียงไม่กี่วิธีที่เราทำได้ด้วยตัวเอง ต่อให้ค่าครองชีพจะแพง เราก็ยัง “จำเป็นต้องออกไปเที่ยวพักผ่อนให้ได้” แล้วเราต้องวางแผนปรับตัวอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพับแผนเที่ยวทิ้งไป เลิกเที่ยวเพียงเพราะทุกอย่างแพง

รัดเข็มขัดเรื่องค่าเดินทาง

ในยุคที่พลังงานเชื้อเพลิงปรับราคาขึ้น ๆ ลง ๆ วันเว้นวัน แต่ราคาต่อลิตรก็ยังแพงจนใครหลายคนนอนเอามือก่ายหน้าผาก เติมน้ำมันเต็มถังทีเล่นเอาหน้าซีดตัวซีดไปหมด แล้วถ้าเราไปเที่ยวไกล ๆ ตลอดเราก็จะมีค่าใช้จ่ายตรงนี้สูงขึ้น ต่อให้หันไปใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ไม่ได้ถูกไปกว่ากันเท่าไรนัก เพราะสถานการณ์น้ำมันแพงใคร ๆ ก็ได้รับผลกระทบ ค่าโดยสารจำเป็นต้องปรับขึ้นตามเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้เรายังเที่ยวได้ตามปกติแต่ประหยัดกว่าเดิม คือลองปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางให้เน้นแหล่งเที่ยวที่ใกล้บ้านกว่าเดิม เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางลง

ลดความถี่ในการออกเที่ยว

ถ้าการไปเที่ยวในแต่ละครั้งมันใช้เงินเยอะ และปัญหาหลักก็ติดอยู่ที่คุณเป็นคนที่ติดเที่ยวมากไปหน่อย แบบเดิมคุณมีแพลนที่จะออกเที่ยวทุกเดือนหรือสองเดือนครั้ง ในยุคที่ค่าครองชีพแพงค่าแรงถูก เศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ คุณอาจต้อง “ลดความถี่” ในการออกเที่ยวลงสักนิด เช่น จากที่มีแผนเที่ยวทุกเดือนก็ขยับเป็นสองเดือนครั้ง จากสองเดือนครั้งก็ขยับเป็นสามเดือนครั้ง เป็นต้น ย้ำว่า “ลด” นะ ไม่ใช่งด ในเมื่อการไปเที่ยวยังสร้างความสุขทางใจให้คุณได้อยู่ คุณก็ไม่จำเป็นต้องทำถึงขั้นปฏิเสธความสุขเหล่านั้นทิ้งไปเลยเสียหน่อย แค่ลดความถี่ลงก็ประหยัดได้มากแล้ว

ขยันเปรียบเทียบราคาให้มากกว่าเดิม

หลายคนอาจจะติดนิสัยชอบหาข้อมูลท่องเที่ยวเพื่อเปรียบเทียบราคาที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุดเป็นปกติ นั่นเป็นพฤติกรรมที่ทำดีแล้วในยุคที่เงินเฟ้อข้าวของแพงแบบนี้ แต่ใครที่เคยอะไรก็ได้เพราะจ่ายไหว ควักเงินจ่ายเป็นอย่างเดียว ไม่ค่อยจะหาข้อมูลเปรียบเทียบราคาสักเท่าไร อาจจะต้องมาฝึกฝนทักษะนี้กันสักนิด เข้าใจว่าคุณมีเงินจ่าย แต่เศรษฐกิจแบบนี้ ลองหันมารัดเข็มขัดดูสักหน่อยดีไหม คิดให้เยอะ ๆ ก่อนจ่าย เปรียบเทียบให้ได้ราคาที่คุ้มค่าที่สุด ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร ความฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นตัดทิ้งได้ก็ตัด การมีเงินเหลือมันก็เป็นความคิดที่ไม่เลว

โปรโมชัน ใช้เข้าไปอย่าได้อาย

โปรโมชันน่ะ เขาจัดทำขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการขายอยู่แล้ว ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเนี่ยจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาชอบจัดโปรโมชันแข่งขันกัน ทำให้คนที่ได้ประโยชน์ก็คือตัวเรานี่เอง เพราะฉะนั้น ถ้าเขามีโปรโมชันให้ใช้ล่ะก็ใช้โลด ไม่ต้องเหนียมอาย เช่น ส่วนลดค่าเข้าสถานที่ ส่วนลดค่าที่พัก ส่วนลดค่าอาหาร ส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบิน ส่วนลดในการทำกิจกรรมที่น่าสนใจ อะไรที่พอจะลดได้โดยที่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะแย่กว่าเดิมก็ไม่ต้องซีเรียสหรอก เที่ยวแบบกินหรูอยู่สบาย เอาไว้ตอนที่เศรษฐกิจดีกว่านี้ ช่วงที่ไม่จำเป็นต้องรัดเข็มขัดค่อยหรูหราก็ได้

ทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

วางแผนไว้เสียดิบดี แต่สุดท้ายใจอ่อนกับตัวเองมากเกินไปมันก็พังหมดน่ะสิ อุตส่าห์ตั้งเป้าไว้แล้วว่าจะเริ่มเที่ยวแบบประหยัดงบตั้งแต่ทริปนี้เป็นต้นไป ก็ต้องมีวินัยในการควบคุมตัวเองไม่ให้ใช้เงินมือเติบเกินงบที่วางเอาไว้หน่อย โดยก่อนจะเริ่มตั้งเป้าว่าการเที่ยวในครั้งนี้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้ ต้องประมาณการงบประมาณการเที่ยวคร่าว ๆ ก่อนว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เห็นภาพรวมว่าตรงไหนที่เงินมันมักจะรั่วบ่อย ๆ เราก็จะได้ไปโฟกัสที่จุดนั้น ค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรจะเฟ้อ ปกติเขาจ่ายกันราคาไหน ลองหาอ่านจากบล็อกท่องเที่ยวหรือคนที่ชอบรีวิวที่เที่ยวดูก็ได้