ก๋วยเตี๋ยว "เนื้อ" ของจริง ร้านแม่จิอุดรฯ มีผักแกล้มเป็นใบกัญชา

ก๋วยเตี๋ยว "เนื้อ" ของจริง ร้านแม่จิอุดรฯ มีผักแกล้มเป็นใบกัญชา

ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อแม่จิ เลขที่ 404 ซอยประชาสันติ 3 เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังมีลูกค้ามากินก๋วยเตี๋ยวกับผักสดใบกัญชา เป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้า จนถ่ายรูปและโพสต์ลงในสื่อโซเชียล ทำให้มีลูกค้าที่นิยมกัญชา มาอุดหนุนจำนวนมาก โดย นางสุภาพร แพงศรีละคร อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแม่จิ ขายมาประมาณ 50 ปี โดยพ่อและแม่เปิดขายที่บ้าน ตั้งแต่ถ้วยละ 3 บาท เป็นสูตรของพ่อที่ได้มาจากเพื่อนชาวเวียงจันทน์ สปป.ลาว แล้วนำมาปรับให้เข้ากับรสชาติของคนไทย ซึ่งตนเป็นรุ่นที่ 2 ที่รับช่วงต่อจากพ่อและแม่

 image13(1)
image14(2)

นางสุภาพร เล่าต่อว่า สูตรการตุ๋นเนื้อไม่ให้เหม็นคาว เมื่อซื้อเนื้อมาจะล้างทำความสะอาด ใส่เครื่องเทศและตุ๋นตั้งแต่เวลา 05.00-11.00 น. รวมเวลา 6 ชม.ตุ๋นด้วยเตาถ่าน เพราะจะทำให้เนื้อเปื่อย นุ่ม หอม ละลายในปาก ส่วนหม้อน้ำซุปก็จะใช้เตาถ่านเช่นเดียวกัน ตั้งแต่เปิดร้านมาไม่เคยใช้เตาแก๊ซเลย  ซึ่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อของชาวอีสานจะกินกับผักสด พริกย่าง กะปิ ซึ่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อแม่จิ จะเป็นร้านแรกๆ ในจังหวัดอุดรธานี เพราะผักจะช่วยให้กินก๋วยเตี๋ยวอร่อย และผักบางชนิดยังดับกลิ่นคาวได้ด้วยเช่น ผักแพรว ใบโหระพา ผักชีฝรั่ง  โดยช่วงแรกจะจัดผักใส่จานเสิร์ฟ แต่ระยะหลังได้จัดผักวางไว้ให้ลูกค้าบริการตัวเอง ซึ่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อแม่จิ จะมีทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย เนื้อตุ๋น เนื้อสด ส่วนซิกเนเจอร์ เมนูขายดีของร้านคือเอ็นแก้วตุ๋น ที่ลูกค้าชื่นชอบ ร้านจะเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น.

 image15
image16(2)
image18(1)

”ส่วนสาเหตุที่นำใบกัญชาสดมาให้ลูกค้ารับประทานกับก๋วยเตี๋ยว เพราะหลังจากรัฐบาลได้ปลดล๊อคกัญชา ก็ได้นำต้นกัญชามาปลูกตั้งประดับภายในร้าน 3-4 ต้น ลูกค้าผู้ชายที่เดินมานั่งโต๊ะด้านหลัง ได้เด็ดใบกัญชาที่ปลูกไว้มากินกับก๋วยเตี๋ยวจนใบหายหมดต้น และลูกค้าบางคนได้นำใบกัญชาสดมาจากบ้าน มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านด้วย ตนจึงมีแนวคิดว่าน่าจะนำใบกัญชามาให้ลูกค้ากินร่วมกับผักอื่นๆ ด้วย แต่มีป้ายเขียนติดไว้ว่ารับประทานได้คนละไม่เกิน 2 ใบ แต่ไม่นำไปต้มใส่น้ำซุปเพราะลูกค้าบางคนแพ้กัญชา และมีเด็กมารับประทานก๋วยเตี๋ยวกับพ่อแม่ที่ร้านจำนวนมาก จึงเลือกที่จะบริการแบบใบสด ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี บางคนไม่รับประทาน แต่จะถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียล ทำให้มีลูกค้ามาอุดหนุนที่ร้านจำนวนมากขึ้น”