ทำความรู้จัก "วัดสร้อยทอง" พระอารามหลวง ของสอง พส. พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง

ทำความรู้จัก "วัดสร้อยทอง" พระอารามหลวง ของสอง พส. พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง

ทำความรู้จัก "วัดสร้อยทอง" พระอารามหลวง ของสอง พส. พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลังจากที่ได้เกิดกระแส พส. ฟีเวอร์ จากสองพระนักเทศน์คนดังทั้ง 2 รูปได้แก่ พระมหาสมปอง และ พระมหาไพรวัลย์ แห่งวัดสร้อยทอง ได้ออกมาไลฟ์สดเผยแพร่ศาสนารูปแบบใหม่ผ่านทางโลกออนไลน์ พร้อมกับคำศัพท์และมุกตลกที่เรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้ชมทั้งหลายได้เป็นอย่างดี จนบางคนอกว่าถ้าการเผยแพร่ศาสนาสนุกขนาดนี้บางทีอาจจะมีคนสนใจหันหน้าเข้าหาพระพุทธศาสนามากขึ้นกว่านี้ก็ได้

 พระมหาสมปอง พระมหาไพรวัลย์

พระมหาไพรวัลย์

ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าท่านทั้ง 2 นั้นเป็นพระลูกวัดที่จำพรรษาอยู่ที่ วัดสร้อยทอง พระอารามหลวง ย่านบางซื้อ กรุงเทพฯ มหานคร ซึ่งในวันนี้ Sanook Travel จะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับวัดของ พส. ทั้งสองรูปกันครับ

วัดสร้อยทอง เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งอยู่บริเวณริมถนนประชาราษฎร์สาย 1 ด้านหลังติดแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมมีชื่อว่าวัดซ่อนทอง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2394 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ในอดีตนั้นไม่ปรากฎหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างวัด แต่มีข้อสันนิษฐานว่าคงเป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจาก เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ (แพ บุนนาค) 

วัดสร้อยทอง

ภายในวัดสร้อยทอง มีปูชนียวัตถุที่สำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลือง นามว่า หลวงพ่อเหลือ สร้างจากโลหะที่เหลือจากการหล่อพระประธาน ในปี พ.ศ. 2445 ภายในเกศบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของพระอรหันต์ 5 พระองค์

ผ่านมาในปี พ.ศ.2445-2477 ได้มีการบูรณะวัดครั้งใหญ่ โดยได้การร่วมแรงร่วใจกันของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวมอญ ในพื้นที่ใกล้เคียง เป็นกำลังสำคัญในการบูรณะช่วงเวลาดังกล่าว โดยใช้งบประมาณ 10,000 บาท, ในวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2488 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานพระราม 6 ได้ถูกทิ้งระเบิดลงโดยฝ่ายสัมพันธมิตร โดยมีระเบิดจำนวน 14 ลูก ตกใส่บริเวณวัดสร้อยทองได้รับความเสียหายอย่างมหาศาล มีสิ่งที่เหลือรอดพ้นจากระเบิดเพียงแค่ พระพุทธรูปหลวงพ่อเหลือ หอระฆังและเจดีย์ริมคลองบางซ่อน เท่านั้น

วัดสร้อยทอง1

ในวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2545 วัดสร้อยทอง ได้รับการยกฐานะจากวัดราษฎร เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรีชนิดสามัญ ซึ่งได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 18 กรกฎาคม ปีเดียวกัน นั่นเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล