วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มรดกวิจิตรแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มรดกวิจิตรแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
Passport

สนับสนุนเนื้อหา

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2412 ในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้รับการปฏิสังขรณ์ในรัชกาลที่ 7 จึงเป็นวัดเพียงแห่งเดียวในยุครัตนโกสินทร์ที่มีสถานะเป็นวัดประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์ ในพระบรมราชวงศ์จักรีสองพระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) พร้อมทั้งเป็นพระอารามหลวงแห่งสุดท้ายในประเทศไทย ที่สร้างตามโบราณราชประเพณีของการสร้างวัดประจำรัชกาล

image1
image2

ชื่อวัดแห่งนี้มาจากมหาสีมาขนาดใหญ่ ซึ่งทำเป็นเสาศิลาจำหลักรูปสีมาธรรมจักร ตั้งที่กำแพงวัดจำนวน 8 ทิศ แปลว่า วัดซึ่งพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง และเป็นวัดซึ่งมีมหาสีมาตั้งอยู่

ด้านความงามของสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง สะดุดสายตาตั้งแต่ก้าวแรก ก่อนย่างเข้าสู่ขอบเขตกำแพงวัด ที่สังเกตได้จากบานประตูสีสดใสเป็นไม้แกะสลักรูปทหารแบบยุโรป เมื่อเข้าสู่อาณาบริเวณพระอุโบสถ รูปทรงภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมไทย แต่เมื่อก้าวเข้าไปสู่ด้านใน จะพบความวิจิตรตระการตาแบบสถาปัตยกรรมกอทิกทางตะวันตก ที่ผสมผสานความงามของพุทธศาสนาและลวดลายไทยได้อย่างลงตัว

image3
image4
image5

โดยมีพระพุทธอังคีรส พระประธานที่ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนจากประเทศอิตาลี ซึ่งใต้ฐานเป็นที่บรรจุ พระบรมอัฐิของกษัตริย์หลายพระองค์ รวมถึงพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

ส่วนพระเจดีย์และพระวิหารคตด้านหลังพระอุโบสถ ประดับกระเบื้องเบญจรงค์งดงามยิ่งเป็นเอกลักษณ์ของพระอารามแห่งนี้

 image6
image7
image8
image9


ความสำคัญอีกประการของวัดราชบพิธฯ คือ สถานที่ตั้งของสุสานหลวงทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่บรรจุพระอัฐิ และพระสรีรางคารแก่พระบรมราชเทวี พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรส และพระราชธิดาในพระองค์ ซึ่งเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ ของสุสานหลวง เสมือนสวนหย่อมร่มรื่นที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานหลากหลาย เช่น เจดีย์พระปรางค์ และศิลปะแบบตะวันตก

image10
image11
ข้อมูลน่ารู้

ภายในวัดมีพระที่นั่งสีตลาภิรมย์ เป็นเก๋งจีน 3 ชั้น ซึ่งปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บโบราณวัตถุ และของใช้ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ก่อน คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 11 และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 18

 image13

ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สนามไชย - เดินไปอีกประมาณ 800 เมตร