เที่ยวกุฏีจีน ชุมชนริมน้ำ 3 ศาสนา กับวัฒนธรรมตะวันตกอันเก่าแก่ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่นี่

เที่ยวกุฏีจีน ชุมชนริมน้ำ 3 ศาสนา กับวัฒนธรรมตะวันตกอันเก่าแก่ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่นี่

ในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจของเมืองไทย และที่ดูจะส่งผลกระทบมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ขาดรายได้หลักจากการปิดประเทศและปิดการเดินทาง ซึ่งหลังจากที่วิกฤติ COVID-19 เริ่มที่จะฟื้นตัวดีขึ้นเราจึงได้เห็นการร่วมมือกันวางแผนพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจจากผู้กระกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากมาย และหนึ่งในนั้นมีโครงการหนึ่งที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือการร่วมมือกันระหว่าง เครือโรงแรมดุสิตธานีโดยคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และบริษัท Local Alike โดยคุณไผ สมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้งบริษัทนำเที่ยวชุมชนที่มีการบริหารจัดการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ชุมชนเป็นหลัก โดยทั้งสององค์กรนี้ได้ประกาศจับมือกันเพื่อร่วมทำโปรเจคการขายที่พักพ่วงไปด้วยแพ็คเกจท่องเที่ยวชุมชนใน 7 เส้นทางทั่วเมืองไทย เพื่อกระจายรายได้ออกไปสู่หลายๆ ภาคส่วน ทั้งบริษัท โรงแรม และภาคชุมชน ซึ่งถือเป็นโมเดลการทำโครงการที่ดีงามมากๆ เลยทีเดียว 

261163_2_201126_0
261163_2_201126_55

โดย Sanook Travel เราได้มีโอกาสเข้าร่วมเดินทางทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนในรูทแรกจากโครงการความร่วมมือกันระหว่างทั้ง 2 องค์กร ซึ่งรูทที่เราได้มีโอกาสไปเที่ยวกันในวันนี้ก็คือชุมชนกุฏีจีน ชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยานั่นเอง

การเดินทางในครั้งนี้เราจะเริ่มต้นกันที่วัดประยุรวงศาวาส ที่วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยมีไฮไลท์สำคัญคือองค์พระบรมธาตุเจดีย์สีขาวขนาดใหญ่สวยงามตระการตา เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของวัดนี้ 

261163_2_201126_56
261163_2_201126_57

โดยพี่ๆ ไกด์จาก Local Alike จะรับหน้าที่พาเราเดินทัวร์ภายในวัดประยุรวงศาวาส ซึ่งสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศด้านในพระบรมธาตุเจดีย์ได้ด้วย

ด้านในองค์เจดีย์ ซึ่งในอดีตเจดีย์แห่งนี้เคยเกือบพังทลายเพราะแรงระเบิด แต่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ จนคงสภาพดังเดิม และเป็นการบูรณปฏิสังขรณ์ที่โด่งดังไปทั่วโลกเพราะการออกแบบดีไซน์นั้น ส่งผลให้วัดได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อันดับ 1 ด้านการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เลยทีเดียว 

261163_2_201126_58

ต่อจากวัดประยุรวงศาวาส พี่ๆ ไกด์จะพาเราไปกันต่อที่บริเวณโบสถ์ซางตาครู้ส หรือ วัดกุฏีจีน ศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในชุมชน ดั้งเดิมแล้วภายในชุมชนกุฏีจีนนี้เป็นแหล่งที่อยู่ของชาวโปรตุเกสที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาค้าขายในเมืองไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา และมีการสร้างโบสถ์แห่งนี้ขึ้น จนกลายเป็นศาสนสถานประจำชุมชนจวบจนมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งโบสถ์แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามที่สุดเป็นอันดับสี่ของเมืองไทยเลยทีเดียว ทั้งข้างนอกและข้างในมีความวิจิตรงดงามมากๆ ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชม

261163_2_201126_59
261163_2_201126_62
261163_2_201126_63

261163_2_201126_64

หลังจากนั้นเราไปเดินเล่นกันต่อภายในชุมชน ไปชมการทำขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมที่ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของชุมชนนี้เลยก็ว่าได้ ได้ลองไปเห็นวิธีการทำแบบโบราณและได้ลองชิมขนมจากเตาร้อนๆ บอกเลยว่าฟิน กรอบนอกนุ่มในแบบที่คุณไม่เคยทานมาก่อนแน่นอน หากมาเที่ยวชุมชนกุฏีจีนอย่าลืมมาลองทานกันนะครับ

261163_2_201126_5

261163_2_201126_8
261163_2_201126_9

พักเที่ยงเราไปทานข้าวกันที่บ้านสกุลทอง ร้านอาหารตำรับชาววังที่มีความโด่งดังมากๆ ในแวดวงอาหาร เราจะได้ลองชิมอาหารตำรับชาววังแท้ๆ ที่หาทานได้ยากในมื้อนี้โดยฝีมือการทำอาหารของพี่แตน ผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากในวังโดยตรง โดยเมนูวันนี้ได้แก่ ช่อม่วง ล่าเตียง และหมูโสร่ง เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ส่วนจานหลักคือ ขนมจีนแกงไก่บด สูตรเด็ดที่ต้องบอกเลยว่าเราไม่เคยกินน้ำยาแบบนี้มาก่อนเลย เป็น Local Experience ที่ประทับใจจริงๆ

261163_2_201126_16
261163_2_201126_17
261163_2_201126_18

อิ่มท้องแล้วไปเดินเล่นในชุมชนกันต่อ ที่บ้านจันทนภาพ บ้านไม้สักโบราณทั้งหลังที่มีอายุกว่า 100 ปี โดยมีป้าแดงเจ้าของบ้านคอยต้อนรับและให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวอย่างแข็งขัน ป้าแดงน่ารักมากๆ ดูแลต้อนรับเราขึ้นมาบนบ้านเหมือนลูกเหมือนหลานเลย บรรยากาศภายในบ้านก็เหมือนกับถูกสะกดเวลาเอาไว้ไม่ได้หมุนเวียนไปตามยุคสมัยของโรคภายนอก เป็นอะไรที่คลาสสิคสุดๆ

261163_2_201126_21
261163_2_201126_22
261163_2_201126_23

และหลังจากร่ำลาป้าแดงกันแล้ว เราไปกันต่อที่ศาลเจ้าแม่กวนอิมริมน้ำ ศาลเจ้าโบราณที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและคนเดินเรือในสมัยโบราณ น่าเสียดายที่ในวันนี้ทางศาลซ่อมบำรุงอยุ่เราจึงไม่ได้เห็นความสวยงามของศาลแบบเต็มที่ แต่ก็ยังพอเห็นดีเทลความงดงามที่ยังคงเหลืออยู่อย่างชัดเจน โดยรอบๆ ผนังของศาลเจ้านั้น จะถูกถ่ายทอดเรื่องราวสามก๊กเอาไว้ได้อย่างวิจิตรงดงาม และที่สำคัญพี่ๆ ไกด์แอบกระซิบว่ามาถึงที่ชุมชนกุฏีจีนอย่าลืมมาไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมที่ศาลนี้ เพราะท่านศักดิ์สิทธิ์มากจริงๆ 

261163_2_201126_29
261163_2_201126_33
261163_2_201126_65

261163_2_201126_31

ปิดท้ายวันนี้กับวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดไทยที่มีการผสมผสานศิลปะแบบจีนเข้าไปอย่างงดงาม เป็นอีกหนึ่งวัดที่สวยงามมากๆ ของเมืองกรุงเทพฯ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ และระฆังโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่่สดของประเทศไว้ด้วย

261163_2_201126_66

261163_2_201126_36
261163_2_201126_37
261163_2_201126_39

จบไปแล้วสำหรับการท่องเที่ยวหนึ่งวันในชุมชนกุฏีจีน หลายๆ คนอาจจะคิดว่าไปเที่ยวชุมชน ไปทำไม ร้อนก็ร้อน แต่เราอยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสกันด้วยตนเองจริงๆ ความน่ารักของชาวบ้านที่คุณจะได้สัมผัส เรื่องราวประวัติความเป็นมาที่คุณจะได้เรียนรู้ในแบบที่หาไม่ได้จากหนังสือหรือเว็บไซต์ไหนๆ มาลองฟังเรื่องเล่าจากปากของชาวบ้านนั้นได้อรรถรสจริงๆ มาลองชิมอาหารของชุมชน สัมผัสกับวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ถือเป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ เป็นหนึ่งในสไตล์การท่องเที่ยวที่ทำให้หลายๆ คนหลงรักมาแล้วมากมาย อยากให้คุณได้ลองเปิดใจแล้วลองมา

261163_2_201126_13
261163_2_201126_27

หลังจากการท่องเที่ยวในชุมชนกุฏีจีนกันจนเต็มอิ่มแล้ว เราเดินทางไปพักกันที่ Dusit Suite Hotel Rachadamri โรงแรมที่เชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจในแคมเปญนี้ นอนพักผ่อนอย่างสะดวกสบายท่ามกลางโลเคชันใจกลางเมือง เดินทางได้ง่าย ไม่ว่าจะจากทาง BTS ราชดำริ หรือขับรถมาเองก็ได้ 

onebedroompremium1bhksta
onebedroompremiumlivingro
onebedroompremiumsuite_te

โดยในการเข้าพักผ่อนในครั้งนี้เราได้มีโอกาสได้ทาน Chef Table จากทาง Local อร่อย อีกหนึ่งในโปรเจ็คต์ของทาง Local Alike ที่ได้ร่วมมือกับทางโรงแรม Dusit Thani ในการรังสรรค์เมนูอาหารจากชุมชนมาสู่จานหลักในโรงแรม จากการร่วมมือกันของเชฟอิน ณรงค์ฤทธิ์ แซ่ขอ จากรายการ Sweet Chef Thailand และพี่แตน ขนิษฐา สกุลทอง เจ้าของร้านอาหารบ้านสกุลทองจากชุมชนกุฏีจีน เมนูที่ผ่านการผสมผสานระหว่างอาหารถิ่นของชุมชนกุฏีจีนเติมแต่งเสริมไอเดียลงไปจนแปลกใหม่ไม่เหมือนที่ไหน เป็นคอร์สอาหารที่ดึงเอาจุดเด่นของอาหารถิ่นออกมานำเสนอได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยครับ หากใครอยากจะลองทานอาหารคอร์สนี้สามารถติดต่อล่วงหน้ากับทางโรงแรมดุสิตธานีได้เลยครับ

261163_2_201126_43
261163_2_201126_44

261163_2_201126_45
261163_2_201126_46
261163_2_201126_47
261163_2_201126_48

261163_2_201126_49

โดยรวมแล้วนี่คือโปรเจ็คต์การร่วมมือการที่สร้างบรรยากาศในการท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยมระหว่าง Local Alike และ เครือโรงแรม Dusit Thani การเปิดขายห้องพักพ่วงไปกับทัวร์ท่องเที่ยวชุมชนนั้นถือเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ เป็นการพึ่งพาอาศัยกันในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤติ COVID-19 ได้อย่างลงตัว โดยนอกจากรูทท่องเที่ยวชุมชนกุฏีจีนแล้ว ทางดุสิตธานีและ Local Alike ยังมีรูทท่องเที่ยวอีก 6 รูทได้แก่ 

เชียงใหม่ - เปิดประสบการณ์วิถีชีวิตชาวไทยภูเขาผ่านกิจกรรมวัฒนธรรมกับชุมชนไทลื้อ

ภูเก็ต- เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนบนเรือแคนูและสัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงพร้อมเยี่ยมชมฟาร์มล็อบส์เตอร์ภูเก็ต

หัวหิน - ร่วมกิจกรรมปกป้องผืนป่าแบบท้องถิ่นและสนุกกับการผจญภัยล่องแม่น้ำ

กระบี่ -สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงท้องถิ่นพร้อมกิจกรรมธรรมชาติท่องป่าชายเลน

พัทยา - สัมผัสชุมชนชนบทใกล้พัทยาพร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนา

เขาใหญ่ - ปั่นจักรยานท่องหมู่บ้านเกษตรกรรมเพื่อเรียนรู้การเกษตรแบบยั่งยืน

261163_2_201126_38

ใครสนใจรูทไหนสามารถโทรจองก่อนล่วงหน้า 10 วัน เนื่องจากโรงแรมต้องทำงานร่วมกับ Local Alike ในการประสานงานร่วมกับชุมชนเพื่อเตรียมตัวจัดทริปต้อนรับ  ซึ่งจะมีไกด์ที่เป็นคนในชุมชนที่รู้เรื่องจริงๆ พาเดินเที่ยว พร้อมกับกับไกด์มืออาชีพจาก Local Alike  และที่สำคัญ ก็คือ ทุกทริปจะถูกออกแบบเป็นพิเศษเพื่อนักท่องเที่ยวแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มอีกด้วย