หนีเมืองกรุงไปนอนชมหมอก โอบกอดด้วยขุนเขาที่ แกรนด์ กกกอด เขาค้อ

หนีเมืองกรุงไปนอนชมหมอก โอบกอดด้วยขุนเขาที่ แกรนด์ กกกอด เขาค้อ
Sarakadeelite

สนับสนุนเนื้อหา

อากาศเย็นสบายกับหมอกยามเช้า เป็นสิ่งหนึ่งที่เด่นชัดขึ้นมาอย่างแรกเมื่อเรานึกถึงอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เช่นเดียวกับ ยุทธ-ศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ และพอลล่า-พรลไดน์ สิริยุทธพงศ์ สองสามีภรรยาคู่หูนักธุรกิจที่ตกหลุมรักบรรยากาศเหล่านั้นจนตัดสินใจซื้อหาที่ดินเกิดเป็น แกรนด์ กกกอด เขาค้อ แห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานบนพื้นที่ 12 ไร่ ในอำเภอเขาค้อ ที่มีทำเลเป็นจุดเด่นซื้อใจ มองเห็นวิวและหมอกรายล้อมได้จากทุก ๆ ห้อง

khaokho2
khaokho5-1

“ที่เราสร้างรีสอร์ตที่เขาค้อ มันเกิดจากการที่เรามาเที่ยวแล้วชอบบรรยากาศ ผมเป็นคนชอบอากาศเย็น พอมาเที่ยวเขาค้อซึ่งปีหนึ่ง ๆ มาหลายครั้งมาก ทั้งหน้าร้อน หน้าฝน หน้าหนาว หน้าร้อนที่นี่อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 20-27 องศา อาจจะแตะ 30 องศา บ้างในบางวัน แต่ไม่บ่อย เราเป็นคนกรุงเทพฯ ก็รู้สึกประทับใจในบรรยากาศ หากมาเที่ยวหน้าฝนก็จะได้บรรยากาศอีกแบบ มีความชุ่มชื้น ป่าเขาที่นี่จะเขียวทั้งปี ส่วนหน้าหนาวไม่ต้องพูดถึงเลยที่นี่สุดยอดอยู่แล้ว” ยุทธเล่าถึงจุดเริ่มต้น

ด้วยความที่ทั้งคู่และครอบครัวชื่นชอบในการท่องเที่ยวบวกกับเข้าพักในรีสอร์ตต่างที่ต่างถิ่นมามาก เมื่อตัดสินใจสร้างรีสอร์ตของตัวเองจึงพยายามออกแบบส่วนต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เข้าพักมากที่สุด โดยอาศัยประสบการณ์ในมุมมองของผู้เข้าพักมาปรับใช้ อยากให้คนที่มารู้สึกคุ้มค่าและประทับใจ

khaokho3
จากคำบอกกล่าว กกกอด เป็นชื่อที่สื่อถึงความรัก ความอบอุ่นในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะครอบครัว คนรักหรือการไปเที่ยวแล้วคิดถึงคนที่เรารัก ในอีกทางเราว่าน่าจะหมายถึงใจรักของทั้งคู่ในการก่อร่างสร้างรีสอร์ตนี้ขึ้นมา

“ผมกับภรรยาไม่ได้จบการโรงแรม ผมจบบริหาร แต่ในการทำรีสอร์ตผมจะได้อีกมุมมองหนึ่งคือมุมมองของลูกค้า เราจะใส่ฟังก์ชันในแบบที่ถ้าเราเป็นลูกค้า เราจะอยากได้เพิ่ม อย่างที่พักในเขาค้อส่วนมากจะมีปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องไฟ น้ำไม่สะอาด ของเราจะมีการกรองและวัดค่าน้ำ มีการส่งน้ำไปที่แล็บเพื่อตรวจสอบคุณภาพด้วย อีกหนึ่งปัญหาคือเรื่องไฟที่นี่จะตกและดับบ่อยมาก เราก็ได้เตรียมเครื่องปั่นไฟเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ไฟต่อได้ นี่ก็เป็นอีกจุดที่เรามองเห็นและเติมเข้ามา”

“ห้องพักของเราไซซ์ใหญ่ ห้องที่เล็กที่สุดของเราตอนนี้คือ 42.5 ตารางเมตร ห้อง Executive Suite จะอยู่ที่ 90 ตารางเมตร เราไม่ได้มองว่าจะต้องคืนทุนในกี่ปี เรามองว่านี่คือบ้านเรา เราอยากให้แขกที่มาพักได้สัมผัสถึงความเป็นเรา เราจะพยายามเน้นให้สามารถถ่ายรูปได้ทุกมุม การตกแต่งทุกชิ้นส่วนเราพยายามเลือกกันเองหมดเลย” ยุทธในฐานะผู้บริหารที่มีธุรกิจอุตสาหกรรมเป็นหลักบอกเล่าถึงความตั้งใจ 

khaokho8
ทันทีที่ไปถึง แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท ต้อนรับเหล่านักท่องเที่ยวด้วยโถงรับรองแบบโอเพน โซฟาใหญ่น่าทิ้งตัว แต่ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ก็ลมจากอากาศเย็น ๆ ที่เข้ามาปะทะร่างตั้งแต่ลงจากรถนี่แหละ ที่เรียกความสดชื่น ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งรถให้หายไปได้ในไม่กี่นาที บรรยากาศในตัวรีสอร์ตตกแต่งสบาย ๆ ในสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ คุมโทนหลักด้วยสีดำ และสีน้ำตาลของไม้ ตัดสลับกับสีทองในบางจังหวะ โดยมีพอลล่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงดูแลเรื่องการตกแต่งในแบบที่ชอบ

khaokho9
จุดเช็กอินมุมโปรดเมื่อมาที่นี่ต้องยกให้สกายวอล์กบนความสูง 880 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์กของรีสอร์ต สามารถมองเห็นวิวโดยรอบได้แบบ 180 องศา ออกไปเดินสูดอากาศยามเย็นได้แบบเต็มปอด หรือจะนั่งดูพระอาทิตย์ตกแบบชิล ๆ พร้อมเครื่องดื่มจากร้านกาแฟ 80.8.8 (Eighty-Eight-Eight) ที่หลบมุมรอเสิร์ฟอยู่ที่มุมขวาของล็อบบี้ก็ยังได้ ยิ่งสวนเวอร์บีนาด้านล่างบานเต็มที่เมื่อไร บอกเลยว่าถ้าไม่เช็คอินเข้าพักก็ต้องห้ามพลาดเช็คอินที่สวนนี้ด้วยเช่นกัน

khaokho6
khaokho7

ในส่วนของห้องพัก ตอนนี้เปิดบริการแล้ว 20 ห้อง มีทั้งหมด 3 แบบคือ Deluxe, Grand Deluxe และ Executive Suit ที่พิเศษกว่าห้องอื่นตรงที่เพิ่มห้องซาวนาในตัวมาให้ด้วย เหมาะกับการชาร์จแบตร่างกายให้เต็มอิ่ม พร้อมตื่นขึ้นมาเปิดม่านดูหมอกริมระเบียงยามเช้า เขาแอบแง้มมาด้วยว่าราวเดือนพฤศจิกายน ห้องวิลลาในสไตล์ลอฟต์คันทรี ที่กำลังก่อสร้างอยู่น่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันซึ่งก็คือเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมได้พอดี ใครเล็งไว้อยู่ เตรียมจองกันได้เลย

khaokho10
ช่วงพระอาทิตย์กำลังลับตา ซึ่งมาพร้อมอุณหภูมิของอากาศที่ลดลง เป็นช่วงที่เหมาะกับดินเนอร์มื้อพิเศษบน Grand Khaokho RooftopBar & Restaurant ห้องอาหารบนรูฟท็อปที่ระดับความสูง 900 เมตรจากระดับน้ำทะเลเอามาก ๆ โดยที่นี่เสิร์ฟทั้งอาหารไทยและยูโรเปียน ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. ในการควบคุมของ เชฟวรพงศ์ แตงทอง ที่มีเมนูหลากหลายประเภทให้เราได้อิ่มหนำ ไม่ว่าจะซิกเนเจอร์เมนูอย่าง สลัดอะโวคาโดสเต็กปลาแซลมอน หรือเมนูรสจัดจ้านแบบไทย ๆ อย่างต้มยำ ที่สั่งคู่กันกับผัดบรอกโคลีกุ้งก็ยิ่งเข้ากันเข้าไปใหญ่

เรียกว่าที่นี่เหมาะกับการมาพักผ่อนทั้งแบบคู่รัก แก๊งเพื่อนและครอบครัวที่ไม่ว่าจะอยากมานอนพัก เปลี่ยนบรรยากาศแบบชิล ๆ หรืออยากออกไปสำรวจด้านนอก ตัวรีสอร์ตก็ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับจุดเช็กอินหลายที่ ไปขับรถกินลมชมวิวตลอดข้างทางได้แบบสบาย ๆ 

Site Road

khaokho11
จากรีสอร์ตนั่งรถไม่ทันหลับเราก็เดินทางไปถึง ทุ่งกังหันลม บ้านเพชรดำ หนึ่งในแลนด์มาร์กของเขาค้อที่อยู่ห่างไปแค่ราว 9 กิโลเมตรซึ่งนอกจากมุมกังหัน ร้านขายของพื้นถิ่นด้านหน้าสำหรับขาชอป หากเดินลึกเข้าไปด้านในจะเป็นสวนดอกไม้ มุมชิงช้า รวมถึงกิจกรรมฟอร์มูลาม้งหรือรถล้อเลื่อนไม้ให้บริการสำหรับผู้ที่สนใจ 

khaokho12
khaokho13

ขับเลยต่อไปอีกราว 20 กิโลเมตร ก็จะเจอ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในตำบลแคมป์สน วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2547 ด้วยจุดประสงค์ให้เป็นที่สอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน 4 นอกจากองค์พระพุทธรูปสีขาว 5 องค์ พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ที่องค์พระเจดีย์ ด้านสถาปัตยกรรมก็โดดเด่นด้วยลวดลายจากเครื่องเบญจรงค์ กระเบื้องสี ลูกปัด แก้ว มุกและเซรามิกหลากสีที่ประดับประดาอยู่ อีกทั้งตัววัดยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติเนินเขาแบบ 360 องศา จึงเป็นอีกแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวต่างนิยมและต้องไปเยือน

เขาค้อ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่เหมาะกับการไปพักผ่อนให้ธรรมชาติชาร์จแรงกายแรงใจ เดินทางไม่นาน ใครที่มีเวลาน้อยช่วงสุดสัปดาห์ก็ถือว่ายังสามารถไปได้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่มีความชุ่มชื้น อากาศสดชื่น มีโอกาสพบเจอทะเลหมอกสูง แต่อย่างที่เขาบอกว่าเขาค้อเที่ยวได้ทั้งปีในบรรยากาศที่ต่างกัน ซึ่งไม่ว่าจะฤดูไหน เสื้อกันหนาวตัวเก่งต้องมีติดกระเป๋าไปด้วยสักตัวหนึ่ง

Fact File

เว็บไซต์ www.grandkokkodkhaokho.com/
Facebook : www.facebook.com/grandkokkodkhaokho
Instagram : @grandkokkod
โทร : 08-9888-8838