6 จุดชมวิว unseen ในโทโฮคุที่ต้องไปเห็นให้ได้กับตา!

6 จุดชมวิว unseen ในโทโฮคุที่ต้องไปเห็นให้ได้กับตา!
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

เพื่อน ๆ เคยได้ยินชื่อภูมิภาค “โทโฮคุ” หรือเปล่า? โทโฮคุเป็นภูมิภาคหนึ่งของญี่ปุ่นที่อยู่ค่อนไปทางเหนือ ประกอบด้วย 6 จังหวัดได้แก่ จังหวัดอะโอโมริ, จังหวัดอิวะเตะ, จังหวัดมิยะงิ, จังหวัดอะคิตะ, จังหวัดยะมะงะตะ และจังหวัดฟุคุชิมะ ภูมิภาคนี้อาจจะไม่ได้เด่นดังอย่างภูมิภาคคันไซหรือคันโต แต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ มากมาย โดยเฉพาะที่เที่ยว unseen ที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในธรรมชาติ วันนี้ ANNGLE ขอแนะนำให้รู้จักกับ 6 จุดชมวิว unseen ในโทโฮกุที่ต้องไปเห็นให้ได้กับตา ถ้าพร้อมแล้วก็สะพายเป้แล้วตามมาเลย!

ลำธารโออิระเซะ(奥入瀬渓流)จังหวัดอะโอโมริ(青森県)

6

ลำธารโออิระเซะตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในชื่อเดียวกัน ในฤดูใบไม้ร่วงประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน เหล่าใบไม้สีเขียวขจีจะพากันเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงสวยงาม ทิวทัศน์ป่าไม้ตามธรรมชาติและลำธารที่ไหลเลียบไปตามหุบเขาทำให้ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพื่อน ๆ สามารถเดินชมธรรมชาติไปตามเส้นทางเดินที่มีเป็นระยะทางราว 9 กิโลเมตร หรือจะใช้บริการรถบัสรับส่งและเลือกขึ้นลงตมป้ายต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

ช่องเขาเกบิเค(猊鼻渓)จังหวัดอิวะเตะ(岩手県)4

เกบิเค เป็นหุบเขาสูงที่มาพร้อมกับวิวทิวทัศน์น่าอัศจรรย์ใจ เราสามารถนั่งเรือชมทัศนียภาพอันสวยงามของช่องเขาเกบิเคได้ในฤดูกาลที่แตกต่างกันไม่เว้นแม้แต่ในฤดูหนาว ซึ่งภายในเรือก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมทั้งหลังคากันแดดกันหิมะและโต๊ะโคทัตสึไว้อุ่นขาคลายความหนาวด้วย ในขณะที่ล่องเรือจะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่เพื่อน ๆ คนไหนไม่เข้าใจก็สามารถอ่านภาษาอังกฤษจากโบรชัวร์ได้ นอกจากนั่งเรือแล้วก็จะมีจุดให้แวะชมหินขนาดใหญ่ที่หน้าตาเหมือนจมูกราชสีห์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเกบิเคนั่นเอง ตรงจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อหินโชคดีสำหรับโยนเข้าไปในรูบนหน้าผาได้ เชื่อกันว่าจะทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง

ปากปล่องภูเขาไฟโอคะมะ 御釜 จังหวัดมิยะงิ(宮城県)

3

ปากปล่องภูเขาไฟโอคะมะตั้งอยู่บนยอดเขาซาโอ ที่ความสูง 1,841 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดลูกหนึ่งในภูมิภาคโทโฮคุ ความพิเศษของปากปล่องภูเขาไฟนี้อยู่ที่ทะเลสาบสีเขียวมรกตซึ่งมีลักษณะคล้ายกับหม้อหุงข้าวสมัยก่อน อันเป็นที่มาของชื่อ “โอคะมะ” นั่นเอง ลักษณะที่โดดเด่นไม่เหมือนที่ไหนของปากปล่องภูเขาไฟโอคะมะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปชมความงามอันน่าอัศจรรย์นี้ให้เห็นเป็นบุญตามานักต่อนัก หากต้องการชมปากปล่องภูเขาไฟโอคะมะแบบชัด ๆ แนะนำว่าให้ขึ้นไปยังจุดชมวิวบริเวณยอดเขาคัทตะดะเกะ จากจุดนั้นจะมองเห็นวิวภูเขาซะโอะได้ทั้งลูก รวมถึงปากปล่องภูเขาไฟแห่งนี้ด้วย

ทะเลสาบทาซาวะ(田沢湖)จังหวัดอะคิตะ(秋田県)

5

ทะเลสาบทาซาวะ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติโทวาดะ ฮาจิมันไต เป็นทะเลสาบแอ่งภูเขาไฟที่ยังคงความสวยงามและความเรียบง่ายตามธรรมชาติเอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความถึงถึง 423 เมตร ทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบมีรูปปั้นผู้หญิงสีทองอันโด่งดังที่ชื่อว่า “ทัตสึโกะ” ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมทะเลสาบแห่งนี้ได้ในระหว่างเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน

ภูเขาฮากุโระ(羽黒山)จังหวัดยะมะงะตะ(山形県)

1

บนภูเขาฮากุโระที่ปกคลุมด้วยต้นสนซีดาร์เป็น 1 ใน 3 ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ที่รู้จักในชื่อ “เดวะ ซังซัน” เป็นที่ตั้งของศาลเจ้า และเจดีย์ 5 ชั้นสูง 29 เมตร ที่มีอายุราว 600 ปีแล้ว ซึ่งเป็นเสน่ห์ในป่าลึกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปสัมผัสกับความเก่าแก่อันน่าหลงใหลมานักต่อนัก

 

ทะเลสาบโกชิคินุมะ(五色沼)จังหวัดฟุคุชิมะ(福島県)

2

ทะเลสาบโกชิกินุมะ หรือ ทะเลสาบ 5 สี เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟทำให้เกิดแอ่งบึงมากมาย โดยที่มาของชื่อ 5 สีนี้มาจากกรดในน้ำที่ทำปฏิกิริยากับหินภูเขาไฟ ทำให้เรามองเห็นสีของน้ำเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา สภาพอากาศ และปัจจัยอื่น ๆ ทั้งสีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว ฯลฯ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สามารถไปเที่ยวชมวิวได้ทุกฤดูกาล แม้แค่ 1 วันก็มีโอกาสเห็นสีของน้ำไม่ซ้ำเดิมแล้ว