พาเที่ยวอันซีนหินสามวาฬ และจุดเช็กอินต้องห้ามพลาดบนยอดภูสิงห์ จ.บึงกาฬ

พาเที่ยวอันซีนหินสามวาฬ และจุดเช็กอินต้องห้ามพลาดบนยอดภูสิงห์ จ.บึงกาฬ

Sanook! Travel จะพาคุณร่วมเดินทางไปตามหาสิ่งมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของบึงกาฬ กับปลาวาฬกลางป่าหรือที่เรารู้จักกันในชื่อของหินสามวาฬนั่นเอง ซึ่งในตอนนี้หินสามวาฬถือได้ว่าเป็นที่เที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวจนเรียกได้ว่าแทบจะเป็นสัญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬไปแล้ว Sanook! Travel จะพาคุณขึ้นไปดูว่าบนหินสามวาฬและยอดภูสิงห์นั้นมีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจกันบ้าง

839145

การเดินทางขึ้นสู่หินสามวาฬนั้นรถที่จะขับขึ้นได้ต้องเป็นรถกระบะที่พร้อมจะลุยกับเส้นทางดินที่ค่อนข้างแคบและชันพอสมควร หรือหากใครไม่อยากขับรถขึ้นไปเองก็สามารถไปติดต่อพี่เจ้าหน้าที่ของภูสิงห์เพื่อที่จะให้เขาขับรถพาขึ้นไปส่งให้ได้ ใช้เวลาในการขับรถขึ้นไปจากจุดตรวจด้านล่างถึงหินสามวาฬประมาณ 30-40 นาที 

25611118_181118_0007

เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนแล้วจะมีทางเดินสั้นๆ ที่จะนำพาเราเข้าไปสู่สันหลังของปลาวาฬตัวใหญ่ที่สุด ซึ่งในจุดนี้ต้องบอกเลยว่าตระการตามากๆ เมื่อได้เดินออกไปยืนอยู่บนหินสามวาฬ เพราะวิวป่าไม้อันเขียวขจีแบบพาโนรามาไม่มีสิ่งใดมาบดบังนี้ทำให้รู้สึกได้ถึงความสุขทันที

25611118_181118_0014

25611118_181118_0005
45792597_1952904331457514_457

25611118_181118_0004

นอกจากนี้ยังสามารถเดินไปที่หินวาฬอีกตัวหนึ่งได้ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมจะถ่ายรูปจากหินวาฬตัวที่ 2 นี้ โดยมีนายแบบหรือนางแบบยืนโพสต์ท่าอยู่ที่หินวาฬตัวแรก ซึ่งแน่นอนว่าใครต่อใครที่มาต่างก็ได้รูปสวยๆ ชิคๆ คูลๆ กลับไปอวดโลกโซเชี่ยลกันทุกคน เจ้าวาฬกลางป่าทั้ง 3 ตัวนี้ได้สร้างความทรงจำดีๆ ให้แก่เราผู้มาเยือนมากจริงๆ แต่หากจะให้ดีสำหรับคนชอบถ่ายภาพแนะนำให้มาในช่วงเช้าตรู่เพราะคุณจะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นจากหินสามวาฬนี้ด้วย สวยงามไม่ผิดหวังแน่นอน

25611118_181118_0012

25611118_181118_0011
s__47603857

และนอกจากนี้ด้านบนภูสิงห์ไม่ได้มีแค่หินสามวาฬเพียงอย่างเดียวที่เป็นสถานที่เที่ยวห้ามพลาด เพราะยังมีจุดเช็กอินอีกหลายที่ให้ไปเที่ยวกันต่อ เช่น

1.หินช้าง

25611118_181118_0003
s__46399523

ก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายหัวช้าง เมื่อสัมผัสกับแสงพระอาทิตย์ในยามเย็นแล้วต้องยอมรับเลยว่าสวยงามจริงๆ 

2.กำแพงภูสิงห์

45541132_1952904354790845_502

จุดนี้บอกเลยว่าห้ามพลาด! เพราะนี่ถือว่าเป็นมุมถ่ายรูปชั้นยอดที่คุณสามารถคิดไอเดียถ่ายภาพได้มากมายผ่านทางช่องหินที่แยกออกจากกัน ยิ่งในยามเย็นที่ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีทองนี้บอกเลยว่าสวยมากๆ

3.จุดชมวิวส้างร้อยบ่อ


45542387_1952904671457480_856
45565135_1952904578124156_725

45630296_1952904478124166_620

นี่คืออีกหนึ่งไฮไลท์บนยอดภูสิงห์แห่งนี้กับจุดชมวิวส้างร้อยบ่อ ประติมากรรมจากธรรมชาติที่สร้างให้บริเวณลานหินกลายเป็นบ่อเล็กๆ เรียงรายกันมากมาย ซึ่งเมื่อมาถึงจุดนี้ในตอนพระอาทิตย์ตกจะเป็นช่วงเวลา Magic Hour อย่างแท้จริง เพราะวิวที่เราเห็นเบื้องหน้าจะเป็นภาพมุมกว้างสามารถมองออกไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ประกอบกับแสงอาทิตย์ที่กำลังฉายแสงสีสันเข้มขึ้นเรื่อยๆ เป็นภาพบรรยากาศที่สุดจะบรรยายจริงๆ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสด้วยตนเอง

25611118_181118_0001
25611118_181118_0002

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของที่เที่ยวบนภูสิงห์จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายที่เลยทีเดียว แต่เราไม่สามารถเดินทางไปได้ครบทุกจุด หากใครมีโอกาสได้ขึ้นมาที่ภูสิงห์ลองใช้เวลาสำรวจที่นี่ดูสักหนึ่งวัน รับประกันเลยว่าคุณจะไม่มีเบื่อเลยทีเดียว เพราะธรรมชาติที่นี่ดูสวยและแปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน มีที่เที่ยวอันซีนที่ยังคงซุกซ่อนอยู่รอให้คุณได้มาค้นหาอีกมากมาย มาเก็บความทรงจำดีๆ กลับไปจากภูสิงห์แห่งนี้กันครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่ตั้งภูสิงห์ : ภูสิงห์ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

การเดินทาง : ใช้ถนนหมายเลข 212 บึงกาฬ นครพนม เมื่อขับรถมาถึงประมาณ กม.ที่ 10 จะถึง ต.โคกก่อง เป็นสามแยกให้เลี้ยวขวาไปทาง อ.ศรีวิไล

ขับรถเข้ามาประมาณ 3-4 กม. ก็จะเจอป้ายทางเข้าภูสิงห์ และขับเข้าไปอีก 1 กม. ก็จะถึงด่านตรวจ ทางขึ้นภูสิงห์ 

 

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว