จิบชา-กาแฟ แลงานสถาปัตย์งามล้ำแห่งเมือง “เจียงฮาย”

จิบชา-กาแฟ แลงานสถาปัตย์งามล้ำแห่งเมือง “เจียงฮาย”
ททท. Amazing ไทยเท่

สนับสนุนเนื้อหา

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งขุนเขาและสายหมอก (และถ้ำหลวงอันโด่งดังไปทั่วโลก) แต่เชียงรายยังมีอีกหลายแง่มุมให้คุณไปค้นหา ซึ่งถ้าให้เราเลือกแนะนำ ก็ขอบอกเลยว่า จังหวัดเหนือสุดแดนสยามแห่งนี้อุดมไปด้วยไร่ชาและไร่กาแฟชั้นดี ที่ตีตรามาตรฐานระดับโลกได้เลย มากไปกว่านั้น ที่นี่ยังเป็นดินแดนมีศิลปินชาวล้านนาปักหลักใช้ชีวิตสร้างงานศิลปะอันล้ำค่าไว้เป็นจำนวนมาก

ถ้าโฟกัสแค่ 2 หมวดนี้ ก็ตามมาดูกันเลยว่า ทริปเชียงรายคราวหน้า คุณควรไปจิบชา ดื่มกาแฟเคล้าเคลียสายหมอกที่ไหนดี และมีสถาปัตยกรรมแจ่มๆ ที่ไหนบ้างที่ห้ามพลาด

ไฮไลท์แรกที่ถือว่าไม่ไปไม่ได้ก็คือ วัดร่องขุ่น ที่เต็มเปี่ยมด้วยรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมอันแสนจะงดงามวิจิตรแปลกตา ผลผลิตจากมันสมองและสองมือของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2554 ที่เป็นชาวหมู่บ้านร่องขุ่นโดยกำเนิด จนเมื่อชีวิตของอาจารย์ดำเนินมาถึงจังหวะที่เหมาะที่ควร ด้วยความรักชาติบ้านเมือง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 อาจารย์จึงตั้งใจสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน ณ บ้านเกิดของตนเอง

วัดร่องขุ่นเริ่มต้นสร้างตั้งแต่พ.ศ. 2540 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางมาเยือนไม่ขาดสาย เพราะรายละเอียดของศิลปะไทยประยุกต์ต่างๆ ภายในวัดนั้นควรค่าแก่การไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ด้วยความที่ทุกรายละเอียดของที่นี่ถูกตกแต่งด้วยสีขาว ตั้งแต่พระอุโบสถสีขาวประดับด้วยกระจกแวววาวบนปูนปั้นลายไทย ชาวต่างชาติจึงรู้จักที่นี่ในชื่อ The White Temple ที่นอกจากจะโดดเด่นด้านประติมากรรมและสถาปัตยกรรมแล้ว ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถซึ่งเป็นฝีมือภาพเขียนของอาจารย์เฉลิมชัยยังวิจิตรตระการตาทุกภาพอีกด้วย

นอกจากวัดร่องขุ่นจะเต็มไปด้วยรายละเอียดที่นอกจากสวยงามน่ามองแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ และปริศนาธรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบศิลปะ รักการถ่ายภาพ หรือคนที่ฝักใฝ่ด้านธรรมะก็สามารถอิ่มเอมใจหลังมาเยือนวัดร่องขุ่นกันทุกคน

การเดินทาง: จากสนามบินนานาชาติเชียงราย หรือตัวเมืองเชียงราย ให้มาทางทิศใต้ ทางไป อ.พาน จ.เชียงราย ทางไป จ.พะเยา เมื่อออกจากตัวเมืองเชียงราย จะผ่านแยกไฟแดงสถานีขนส่งแห่งที่ 2 ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึงไฟแดง แยกขวา แยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ให้เลี้ยวขวาเข้ามา ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไม่กี่นาทีก็จะถึงวัดร่องขุ่น

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 6.30 - 18.00 น.

บอกแล้วว่าเชียงรายเป็นเมืองอาร์ต ขนาด หอนาฬิกาประจำเมือง ยังอลังการงานสร้างด้วยศิลปะในระดับที่แค่ขับรถผ่านเฉยๆ ไม่ได้ ต้องแชะภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก แถมในช่วงเย็นวันเสาร์ ตั้งแต่บ่าย 4 โมงเป็นต้นไป ยังมีถนนคนเดินเชียงราย หรือกาดเจียงฮายรำลึก ให้เดินช้อป ชิม ชิลกันแบบยาวๆ ตลอดเส้นทางถนนธนาลัย ไฮไลท์ที่ใครไปก็ต้องหยุดที่จุดนี้นานหน่อย ก็คือ ลานรำวงย้อนยุค ที่คลาคล่ำด้วยหนุ่มสาวไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่ พากันออกมาโชว์สเต็ปกันอย่างคึกคักยาวไปจนถึงเที่ยงคืน

มาต่อกันที่วัดสีน้ำเงินเข้มสวยสดงดงาม อย่างวัดร่องเสือเต้น ที่สร้างขึ้นโดย นายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงรายซึ่งเป็นศิษย์เอกของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ดังนั้น ทุกซอกทุกมุมภายในวัดจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยผลงานศิลปะลวดลายไทย ที่บรรจงสลักลงไปตามฝาผนังอย่างประณีต รวมถึงลายสลักตามบันไดนาคและรูปปั้นต่างๆ

อีกทั้งภายในโบสถ์ยังแต่งแต้มด้วยงานศิลปะที่ร้อยเรียงเรื่องราวในพุทธประวัติเอาไว้ ในรูปแบบของศิลปะไทยประยุกต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะองค์พระประธาน ที่กลมกลืนกับรายละเอียดที่รายล้อมอยู่เป็นอย่างดี

การเดินทาง: ถนนสายแม่จัน-แม่สาย เมื่อข้ามสะพานแม่น้ำกกแล้วถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายประมาณ 250 เมตร เข้าไปถนนสายแม่ยาวแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 50 เมตร เข้าสู่วัดร่องเสือเต้น 

เปิด - ปิด เวลา : 7.00 - 20.00 น.

สัมผัสสถาปัตยกรรมในวัดไทยจนอิ่มบุญกันถ้วนหน้า ขอเชิญมาสักการะเจ้าแม่กวนอิมกันต่อที่ วัดห้วยปลากั้ง ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูง พื้นที่รอบบริเวณวัดจึงรายล้อมด้วยเนินหญ้าสีเขียวขจี จึงยิ่งขับให้องค์เจ้าแม่กวนอิมยิ่งดูโดดเด่นเรียกแรงศรัทธาได้มากยิ่งขึ้น รวมถึง “พบโชคธรรมเจดีย์” ด้วยเช่นกัน

พบโชคธรรมเจดีย์เป็นเจดีย์สูง 9 ชั้น รูปทรงสวยงามแปลกตาด้วยศิลปะจีนผสมล้านนา ลักษณะเป็นทรงแหลม หลังคาสีแดง มีรูปปั้นมังกรทอดยาวตลอดสองข้างของบันได รายล้อมด้วยเจดีย์ของทั้ง 12 ราศีให้ผู้คนได้ไปสักการะเพิ่มความเฮง

ส่วนองค์เจ้าแม่กวนอิมนั้นก็แกะสลักจากไม้จันหอม ชาวบ้านเชื่อกันว่าหากใครได้มาเยือนวัดห้วยปลากั้งแห่งนี้ก็เหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว

การเดินทาง: ใช้เส้นทางจากถนนพหลโยธินฝั่งขาขึ้นสู่จังหวัดเชียงราย ผ่านห้าแยกอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำกก ลงสะพานแล้วเลี้ยวซ้ายตรงบริเวณแยกไฟแดงเข้าสู่บ้านใหม่ตำบลริมกก มุ่งหน้าผ่านร้านอาหารเอกโอชาจนเจอสามแยก ให้เลี้ยวขวาไปทางตำบลแม่ยาวอีก 1 กิโลเมตร ทางเข้าวัดจะอยู่ฝั่งขวามือ

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 – 21.30 น.

เที่ยววัดสีขาว สีน้ำเงิน และสีเขียวกันไปแล้ว มาปิดท้ายทัวร์ศิลปะกันที่ บ้านดำ ที่สร้างขึ้นโดยอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อีกหนึ่งศิลปินแห่งชาติผู้มีบ้านเกิดอยู่ในถิ่นเจียงฮาย อาจารย์จึงตั้งใจสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้น โดยมีลักษณะเป็นกลุ่มบ้านทั้งหมด 36 หลัง ที่เต็มเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของศิลปะแบบล้านนา ซึ่งทุกหลังล้วนทาด้วยสีดำ เพราะเป็นสีโปรดของอาจารย์ถวัลย์

ในบ้านแต่ละหลังมีการประดับด้วยไม้แกะสลักลวดลายงดงามแตกต่างกันออกไป บางบ้านก็เต็มไปด้วยเขาสัตว์หลากหลายประเภท ทั้งเขาควาย เขากวาง หนังสัตว์ พร้อมด้วยกระดูกสัตว์อีกนานาชนิด จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การศึกษาหาความรู้ไปในตัว สมความตั้งใจของอาจารย์ที่เรียกขานที่นี่ว่าพิพิธภัณฑ์

การเดินทาง: ใช้ถนนเส้นซูเปอร์ไฮเวย์ตรงไปทางแม่สาย ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายไปประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านนางแล ให้สังเกตซ้ายมือจะเจอทางเข้าบ้านดำ 

เปิดให้เข้าชมเข้าชมฟรีทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น.

จบจากทัวร์วัดวา มาจิบชาให้คล่องคอกันดีกว่า โดยเฉพาะที่เชียงรายที่มีไร่ชาให้ไปเช็คอินเพียบ แต่จะไม่มาที่ ไร่ชาฉุยฟง ก็คงจะไม่ได้ เพราะที่นี่คือพื้นที่ปลูกไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ครอบครองอาณาจักรทั่วพื้นที่ไหล่เขาโดยรอบจนเขียวสุดลูกหูลูกตา แค่แวะมาจอดรถชมวิวถ่ายรูปก็เพลินแล้ว

แต่คงไม่มีใครใจอ่อนพอที่จะมัวแต่ถ่ายรูปไร่ชาแล้วปล่อยให้คาเฟ่ของที่นี่ลอยนวล เพราะในคาเฟ่ประจำไร่ชาฉุยฟงเต็มไปด้วยเมนูคาว หวาน และเครื่องดื่มที่ทำมาจากส่วนผสมของชาเขียวให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตี้ยูนนาน หมั่นโถวใบชา ชาเขียว เค้กชาเขียว ฯลฯ ที่หอมอร่อยทุกเมนูแน่นอน เพราะได้ส่วนผสมเป็นใบชาที่สดจากไร่ขนาดนี้ ใครติดใจอยากซื้อหาของที่ระลึกกลับบ้าน ที่นี่มีให้เลือกละลานตา

การเดินทาง: จากตัวเมือง ใช้เส้นทางเชียงราย – แม่จัน เลยโรงเรียนแม่จันเเล้วให้เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายไปตามถนน 1130 อีก 4.8 กิโลเมตร จะเจอแยกขวามือ มีป้ายบอกไปไร่ชาฉุยฟง เเล้วให้ไปตามทางอีก 3 กิโลเมตร

เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.30 – 17.30 น. โทร 053-771-563

จากไร่ชาข้ามไปสู่ภูผาแห่งกาแฟ ซึ่งก็อีกเช่นกันที่เชียงรายอุดมด้วยไร่กาแฟในแทบทุกเขาทุกดอย สำหรับคอกาแฟสายจริงจังย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าตัวเองชอบรสชาติความเข้มของการคั่วประจำไร่กาแฟใด แต่สำหรับมือใหม่ แนะนำให้มาประเดิมที่ ร้านกาแฟภูผาฮี้ กันก่อน เพราะต่อให้คุณจะเป็นคอกาแฟหรือแค่ตามเพื่อนมาเที่ยว ก็เป็นได้ฟินกับบรรยากาศล้ำๆ ของการจิบกาแฟเคลียสายหมอกที่นี่

ร้านกาแฟลอยฟ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนดอยผาฮี้ ในอำเภอแม่สาย ด้วยความที่ดอยผาฮี้เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของประเทศไทย จึงทำให้ร้านกาแฟภูผาฮี้ใช้เมล็ดกาแฟสดพันธุ์ดีมาชงให้ลูกค้าเต็มอิ่มกับกาแฟทุกแก้วทุกแบบ

นอกจากเครื่องดื่ม ที่นี่ยังมีรายการอาหารตามสั่งให้กินแก้หิว กินข้าวจิบกาแฟไปพลางชมวิวสุดอลังการ แค่นี้ก็อิ่มไปถึงไหนต่อไหน

ที่ตั้งร้านกาแฟภูผาฮี้: บ้านผาฮี้ หมู่ 10 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย โทร 088-267-8798

ลงจากดอยมาจิบกาแฟที่มีวิวทะเลสาบเป็นฉากหลังกันบ้าง บ้านไม้ปรายเมฆ เตรียมทั้งกาแฟดีและทิวทัศน์งามล้ำเกินร้อยไว้คอยเสิร์ฟคุณไม่เว้นแต่ละวัน ใครเห็นเป็นต้องฟินกับบรรยากาศริมทะเลสาบที่กั้นกลางระหว่างร้านกาแฟและขุนเขา มีทุ่งหญ้าเขียวขจีไว้เป็นจุดพักสายตา เรียกความสดชื่นได้ดีสุดๆ

ตัวร้านกาแฟตกแต่งอย่างกลมกลืนไปกับพื้นที่ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติเป็นหลัก ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลายเมนู กินอะไรก็ไม่สำคัญเท่าการได้ชิลพลางเก็บภาพหลายๆ มุมของที่นี่ อาทิ เดินเล่นไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวจากตัวร้านไปจนถึงทะเลสาบ หรือไกวชิงช้าเพลินๆ ที่ริมทะเลสาบ ก็แทบจะอยากหยุดเวลาไว้ที่นี่แล้ว

ที่ตั้ง: 117 หมู่ 14 บ้านใหม่สันติสุข ซอย1 ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย โทร 081 951 7578 เปิดบริการเวลา 10.00 - 18.30 น.

จุดเช็คอินสุดท้าย วาร์ปไปญี่ปุ่นกันที่ Ryokan Cafe คาเฟ่ที่แม้จะตั้งอยู่ในอำเภอแม่ลาวแท้ๆ แต่กลับตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นโบราณได้เนียนสุดๆ คงเพราะด้วยบรรยากาศของป่าไผ่ในละแวกนั้นยิ่งทำให้เราเหมือนได้ตีตั๋วไปแดนอาทิตย์อุทัย แถมยังใส่ความแฟนตาซีเข้าไปตรงที่มีหุ่นของเจ้าโตโตโร่ ตัวการ์ตูนในดวงใจของใครหลายๆ คนจากเรื่อง My Neighbor Totoro ตั้งไว้บริเวณหน้าร้านให้ได้ถ่ายรูปคู่กันอย่างเพลินไปเลย

ส่วนภายในตัวร้านเองก็ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์ญี่ปุ่น ตกแต่งเรียบง่ายสไตล์น้อยแต่มากสูตรเดียวกับคาเฟ่หลายๆ แห่งในญี่ปุ่นเป๊ะ ที่มากไปกว่านั้นคือ ที่นี่ยังเป็นเรียวกังหรือโรงเตี๊ยมสไตล์ญี่ปุ่นจริงๆ! ใครอยากสวมชุดยูกาตะ แช่น้ำแร่ในอ่างน้ำร้อนกลางสวนหิน ฟินกับห้องพักสไตล์เรียวกัง ต้องมาสัมผัสทุกรายละเอียดที่เราเล่ามาด้วยตัวเอง โดยเฉพาะใครที่วางแผนจะไปเที่ยวเชียงรายในเดือนธันวาคมนี้อยู่แล้ว ลองเช็คที่เพจร้าน facebook.com/RyokanCafe/ เขามีกิจกรรมอาร์ตๆ รอให้คุณไปร่วมสนุกกันอยู่

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีข้าวญี่ปุ่นพันธุ์โคชิฮิคาริวางจำหน่ายให้ซื้อเป็นของฝากติดมือกลับบ้าน โดยทางร้านได้จับมือกับเกษตรกรในอำเภอแม่ลาว เพิ่มกำลังผลิตข้าวอินทรีย์สายพันธุ์นี้ ซึ่งเป็นที่นิยมทานกันมากในหมู่คนรักสุขภาพที่ประเทศญี่ปุ่น มีทั้งข้าวขาวและข้าวกล้องให้เลือกตามชอบใจ ลองดูว่าจะอร่อยสู้ข้าวหอมมะลิของไทยได้รึเปล่า

ที่ตั้ง: 134 หมู่ 4 ต.บัวสาลี อ.แม่ลาว จ.เชียงราย โทร 081-868-3010

เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00 – 18.30 น.

(Advertorial)

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว