ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนควรปิดให้เข้าชมตลอดไปหรือไม่?

ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนควรปิดให้เข้าชมตลอดไปหรือไม่?

หลังจากที่เมื่อคืนที่ผ่านมาชาวไทยทุกคนได้ร่วมส่งเสียงเฮกันดังๆ เนื่องจากว่าภารกิจการตามหาเจ้าหนูนักเตะและโค้ชทีมฟุตบอล หมูป่า อะคาเดมีทั้ง 13 คน ที่เกิดเหตุติดอยู่ในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงรายเป็นเวลานานถึง 9 วัน ได้สำเร็จลุล่วง พบเจอเด็กและโค้ชทั้ง 13 คน และที่สำคัญทุกคนปลอดภัยกันดี ถือเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ติดตามข่าวนี้กันอย่างใกล้ชิดมาตลอด 9 วัน >>สื่อทั่วโลกประโคมข่าวดี เจอ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ทั้งหมดปลอดภัย

ซึ่งหลังจากที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คำถามบางคำถามที่เกิดขึ้นในสังคมตามมาหลังจากที่พบเด็กแล้วก็คือต่อจากนี้ถ้ำหลวงและสถานที่ใกล้เคียงในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จะเป็นอย่างไรต่อไป โดยหลายคนๆ อยากให้ปิดการเข้าชมที่นี่เป็นการถาวร แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง จะเกิดอะไรตามมาบ้าง? >>พบแล้ว! 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ผู้ว่าฯ เชียงรายยัน ทุกคนปลอดภัย

ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน
ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

ในด้านการท่องเที่ยวนั้นถือว่า ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนแห่งนี้ เป็นดั่งสมบัติทางธรรมชาติอันล้ำค่า ต่อผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวชมความยิ่งใหญ่อลังการของธรรมชาติ

จากการสำรวจที่มีการจดบันทึก ที่นี่คือถ้ำหินปูนที่มีขนาดยาวมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย โดยมีความยาวรวมทั้งสิ้น 10,316 เมตร (สำรวจโดย SMCC, BEC, Unsworth ระหว่างปี พ.ศ. 2557–2559) 

ภายในถ้ำหินงอกหินย้อย และเกล็ดหินสะท้อนแสง มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ดูแปลกตาน่าค้นหา มีธารน้ำและถ้ำลอด ซึ่งนี่อาจจะถือเป็นโอกาสที่เราสามารถใช้ประโยชน์ได้จากการท่องเที่ยวมากกว่าการปิดตัวถ้ำหลวงนี้ลงไปจนกลายเป็นเพียงตำนาน

โดยหากมีการจัดการการท่องเที่ยวดีๆ คำนึงถึงความปลอดภัยและเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ที่นี่อาจจะกลายเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเลยก็ว่าได้

ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน
ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

ปกติแล้วถ้ำหลวงจะมีช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชมได้เฉพาะช่วงหน้าแล้ง (เดือนพฤศจิกายน–เมษายน) และปิดในช่วงฤดูฝน นักท่องเที่ยวสามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าชมถ้ำได้ด้วยตัวเองหรือติดต่อผ่านทางเจ้าหน้าที่ให้ชาวบ้านในท้องถิ่นเป็นผู้นำเที่ยว

เพียงแต่ว่าการที่จะเปิดให้เข้าท่องเที่ยวในอนาคตต่อๆ ไปนั้น อาจจะต้องมีการจัดการอย่างเป็นรูปธรรมและเข้มงวดขึ้นอย่างมาก เช่น ในช่วงฤดูฝนที่มีความสุ่มเสี่ยงจะเจอน้ำป่าหรือช่วงที่ฝนตกหนักๆ หรือควรจะต้องมีการจัดทำป้ายระวังอันตรายหากเข้าถ้ำ ตั้งด่านสกัดการลักลอบเข้าถ้ำ หรือควรมีเชือกหรือรั้วในการปิดกั้นการเข้าสู่ตัวปากถ้ำ

รวมถึงในช่วงเวลาที่เปิดทำการให้เข้าชมถ้ำหลวงได้ ก็อาจจะเพิ่มจำนวนไฟทางระหว่างการเดิน และจำกัดพื้นที่การเดินให้มีวงแคบ แม้กระทั่งทุกครั้งที่มีนักท่องเที่ยวเข้าถ้ำหลวง จะต้องผู้ชำนาญเส้นทางเดินทางไปด้วย เป็นต้น 

ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน
ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

ในส่วนของตัวนักท่องเที่ยวเอง ก็ควรมีจิตสำนึกที่ดีต่อการท่องเที่ยว ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เป็นผู้ติดตามที่ดี และท่องเที่ยวโดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติ

เราเชื่อว่าหากมีการจัดการในด้านการท่องเที่ยวดีๆ สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสมบูรณ์มากทีเดียว

ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

ทั้งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ไปนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เหล่านักท่องเที่ยวอย่างเราก็ต้องมาคอยลุ้นกันว่าธรรมชาติที่เราชื่นชอบนั้นจะถูกปิดให้เข้าชมและหายไปกลายเป็นเพียงตำนานไปอีกหนึ่งที่หรือไม่?

หรือที่นี่ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความคึกคักสร้างรายได้และความเจริญก้าวหน้าให้แก่คนในพื้นที่กันต่อไปครับ

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว