เที่ยวเกาะหมากหน้าฝน เรียนรู้วิถีชุมชนสไตล์ Low Carbon

เที่ยวเกาะหมากหน้าฝน เรียนรู้วิถีชุมชนสไตล์ Low Carbon

พาเที่ยวทะเลหน้าฝน 3 วัน 2 คืน  เรียนรู้วิถีชุมชน ที่เกาะหมาก พื้นที่ต้นแบบของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่นี่ธรรมชาติยังคงสมบูรณ์ เนื่องจากผู้ประกอบการ ชาวบ้าน ให้ความร่วมมือในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เกาะหมาก จึงได้ชื่อว่าเป็น Low Carbon อย่างแท้จริง

สำหรับการเดินทางไปยังเกาะหมากในครั้งนี้  Sanook! Travel ร่วมเดินทางไปกับ “ดีเจเฟี๊ยต” และ “ดีเจปอ” แห่งคลื่นกรีนเวฟ 106.5 พร้อมด้วยหนุ่มเสียงนุ่ม  “เบล สุพล” ที่ร่วมทริปเพื่อร้องเพลงให้เราและผู้โชคดีจากกิจกรรม Greenwave Wonder Vacation หมู่เกาะอินดี้ ได้ฟังริมหาดในบรรยากาศฝนตกพร่ำๆ

ทริปนี้ก่อนจะข้ามฝั่งไป “เกาะหมาก”  เราแวะเยี่ยมชม "พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด" พิพิธภัณฑสถานที่สร้างขึ้นจากศาลากลางจังหวัดหลังเดิม ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวตราด โดยอาคารไม้หลังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2465 ลักษณะเด่นคือเป็นเรือนไม้ เสาปูน ยกพื้นใต้ถุนสูง หลังคาทรงปั้นหยา

จากนั้นเรานั่งเรือสปีดโบ้ทไปยัง “เกาะหมาก” โดยทันทีที่เหยียบพื้นทราย เราเดินทางไปเรียนรู้วิถีชุมชนต้นแบบ ที่ฟาร์ม Wild Heart Wild สวนผักออร์แกนิค จากปุ๋ยชีวภาพ งานนี้นอกจากได้สูดอากาศบริสุทธิ์ เรายังได้เก็บข้าวโพดสดๆ มาลองชิมกันด้วย

เมื่อซึมซับบรรยากาศสักพักเราเดินทางไป “พิพิธภัณฑ์เกาะหมาก” ที่แห่งนี้เติมทีเป็นบ้าน ก่อนที่เจ้าของจะรวบรวมของสะสมโบราณต่างๆ มาเก็บไว้ในที่แห่งนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวตลอดจนคนรุ่นหลังได้ศึกษาความเป็นมาของชาวบ้านในอดีต ก่อนที่เราจะเดินทางเข้าที่พัก “บ้านเกาะหมาก”  ในเวลาต่อมา

รุ่งเช้าของวันที่ 2 พวกเราตื่นกันแต่เช้าเพื่อออกสำรวจแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ทั้งดำน้ำดูปะการังที่หมู่เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ ยักษ์เล็ก ถึงแม้จะมีฝนโปรยปรายลงมาตลอด  แต่มาทั้งทีต้องพิสูจน์ให้เห็นกับตา งานนี้บอกได้เลยว่าโลกใต้ทะเลบริเวณนี้ มีปะการังสีสวย และปลาน้อยใหญ่มากมาย ซึ่งความสมบูรณ์อย่างนี้บ่งบอกได้ถึงธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์อยู่มาก

เมื่อดื่มด่ำกับความสวยงามใต้ทะเล ก็ถึงเวลาที่เราต้องขึ้น “เกาะกระดาด” เปิดประสบการณ์นั่งรถอีแต๋นวนรอบเกาะ ชมบรรยากาศที่เงียบสงบ ระหว่างทางเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ นอกจากนี้เรายังได้ส่องดูฝูงกวางน้อยใหญ่ที่วิ่งไปมาเหมือนเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วทั้งเกาะ

หลังจากกลับที่พัก มื้อเย็นมีมินิคอนเสิร์ตจาก เบล สุพล ที่ขนเพลงเพราะๆ เข้ากับบรรยากาศมาฝากกันเพียบ  แถมจัดเซ็ทเมดเลย์แดนซ์มันส์ ๆ ให้ทุกคนได้คึกคักกันก่อนนอนอีกด้วย 

เช้าวันกลับเรานั่งเรือข้ามฝั่งกลับมายังเมืองตราด เพื่อไปเที่ยวต่อกันยัง หาดทรายดำ หนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มีเพียง 5 แห่งในโลก และถือเป็นสปาธรรมชาติช่วยให้ผ่อนคลายด้วยสรรพคุณจากแร่ธาตุธรรมชาติกันที่ศูนย์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหาดทรายดำและป่าชายเลน  ถือเป็นการปิดท้ายทริปนี้ให้ทุกคนได้ผ่อนคลายความเมื่อยล้ากันได้อย่างดีทีเดียว

การมาเที่ยวทะเลหน้าฝนมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก เพราะนอกจากนักท่องเที่ยวน้อย เรายังได้สัมผัสต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวขจี ชุ่มฉ่ำไปด้วยเม็ดฝน ซึ่งมันเติมพลังในการใช้ชีวิตได้มากทีเดียว