สนุกสายเปย์ แม่ฉันต้องได้!

รีวิวร้าน L'Atelier de Joël Robuchon จากเชฟที่ได้ดาวจากมิชิลินมากที่สุดในโลก

รีวิวร้าน L'Atelier de Joël Robuchon จากเชฟที่ได้ดาวจากมิชิลินมากที่สุดในโลก

นักชิมและนักกินอาหารคงจะต้องได้ยินชื่อเสียง เรียงนามของเชฟ Joel Robuchon เป็นอย่างดีแน่น่อนครับ เซฟคนนี้ได้ดาวมิชลินมากที่สุดในโลกจากหลากหลายร้านอาหารทั่วโลกเลยครับ ดาวที่ได้ส่วนมากล้วนเป็น 2 ถึง 3 ดาวครับ และในเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ทีมจาก L'Atelier de Joël Robuchon ก็มาเปิดที่ในประเทศไทยของเรา ในกรุงเทพครับ ร้านจะอยู่ที่ ชั้น 5 ของตึก Mahanakorn Cube ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ครับ

IMG_6359

IMG_6360
บรรยากาศภายในร้านจะถูกตกแต่งด้วยสีโทนแดง ชมพู ดำครับ ร้านจะมีลักษณะเป็น Fine-Dining มีความหรูหรา สวยงาม ภายในร้านจะแบ่งเป็นสองส่วนหลักๆคือ ส่วนที่เป็น Open-Kitchen กับ ส่วนที่นั่งด้านในซึ่งค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนตัวกว่าครับ

แต่ด้วยคอนเซ็ปจริงๆของร้านนั่นก็คือ การทานอาหารบริเวณ Open Kitchen ครับ คุณจะสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศการกินพร้อมกับได้พูดคุยและเห็นเชฟทำอาหารแบบสดๆ ตรงหน้ากันเลยครับ แต่ที่หน้าประทับใจเลยคือ ไม่มีกลิ่นจากการทำอาหารเลยครับทำให้ไม่เสียบรรยากาศในการกิน

IMG_6322IMG_6320IMG_6334IMG_6333

สำหรับอาหารมีทั้งเป็น Set Lunch, Set Dinner และ A la Carte ครับ วันนี้ผมได้มาลองเมนู Set Dinner มีทั้งหมด 7 ครอสด้วยกันและมี Wine Pairing เพิ่มครับ

Set Dinner 5000++ for 5 courses, 7500++ for 7 courses, Wine Pairing 5 or 7 glasses 3000/ 4000 บาทครับ

เปิดมาด้วย Bread Basket มีขนมปังให้เลือกทานหลายแบบมากๆครับ ขนมปังแต่ละตัวจะทำสดใหม่ทุกวัน สิ่งที่พิเศษเลยคือรสชาติของขนมปังมีความหอม อร่อยอยู่ในตัวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทาเนยเพิ่มครับ แต่ระวังกินขนมปังเยอะๆ จะถูกตัดกำลังนะครับฮ่าๆๆๆ

IMG_6321

ปกติแล้วทางร้านจะเสริฟ amuse bouche มาให้ทานก่อนครับ ตัวนี้เป็น Foie Gras มากับโฟมและมูสเข้ม ซึ่งอร่อยมากๆครับIMG_6324

ครอสที่ 1: A surprise of Sologne Imperial Caviar ผมประทับใจเมนูนี้มากๆเลยครับ Layer ชั้นบนสุดเป็นไข่ปลาคาเวีย ถัดมาเป็นเยลลี่ที่มีส่วนผสมจาก Lobster และชั้นสุดท้ายเป็นเนื้อกุ้งครับ รสชาติลงตัวกันอย่างมาก เวลาทานต้องทานด้วยกันทั้ง 3 ชั้นครับ

IMG_6325

ครอสที่ 2: Apple and beetroot tartare with guacamole and green mustard sherbet

IMG_6373

ครอสที่ 3: Pan-fried duck foie gras with confit cherries and fresh almonds หลายต่อหลายคงจะต้องชื่นชอบ Foie Gras เป็นอย่างมาก ทางร้านอาหารก็ทำออกมาได้อร่อยมากๆครับ ทานคู่กับซอสเชอร์รี่และถั่วแอลม่อนลงตัวกันสุดๆๆๆ สามารถทานได้อีกจานเลยครับ

IMG_6384

ครอสที่ 4: Wild Atlantic Turbot, artichokes and parsley, sautéed chanterelle mushroom ชื่อซะยาวเลยครับ ง่ายเลยๆ มันคือปลาครับ แต่โดยธรรมชาติของปลาแล้วจะไม่ค่อยมีรสชาติมากเท่าไหร่ การที่ทำให้เมนูอร่อยได้นั้นต้องมาจากซอสครับ ซึ่งซอสที่ทางร้านทำขึ้นมาเพิ่มรสชาติให้ปลาได้อย่างดีครับ

IMG_6383IMG_6382

ครอสที่ 5 ( Main Course ): ปกติแล้วจะต้องเลือก 1 Main course ครับ แต่ใน Blog นี้ผมโชว์รูปจากของเพื่อนผมด้วยครับ นอกจากนี้ทางร้านจะเสริฟ Mash Potato ซึ่งเป็น Signature ของที่ร้านครับ มีความหอม นุ่มและ เนื้อเนียนมากๆเลยครับ

Sweetbread with Sauteed girolles mushrooms and delicate Risotto

IMG_6381

Milk fed lamb cutlets from Pyrenees with fresh thyme แกะที่ทางร้านนำมาทำอาหารนั้นจะไม่มีกลิ่นสาบเลยครับ แกะจะถูกเลี้ยงโดยน้ำนมอย่างเดียว ยังไม่ผ่านการเลี้ยงโดยหญ้าครับซึ่งทำให้เนื้อแกะมีความนุ่มและไม่มีกลิ่นสาบครับ เมนูแกะนี้เป็นเมนู Signature ของทางร้านครับ

IMG_6380

Free range quail stuffed with foie gras served with potato purée and herb salad เมนูนี้คือนกกระทาทอดครับเสริฟมากับ foie gras ผมเกิดมาพึ่งเคยกินนกกระทาเป็นครั้งแรก บอกได้คำเดียวเลยว่า ฟิน! ครับ

IMG_6379

ครอสที่ 6: Lemon Pearl with an acacia honey jelly and a bergamot flavored emulsion

เมนูของหวานที่มีรสเปรี้ยว ดับรสชาติอาหารคาวที่ทานมาก่อนหน้านี้ได้ดีมากๆเลยครับ

IMG_6409

IMG_6410

ครอสที่ 7: Your own preferences from the dessert trolley

ของหวานที่ผมเลือกมามีด้วยกัน 4 อย่างครับ นั่นคือ Pistachio Cake, Chocolate Macadamia Tart, Vanilla Millefeuille, และ Chocolate Mouse ครับ

IMG_6351

IMG_6374

IMG_6377

IMG_6376

IMG_6375

Where: L'Atelier de Joël Robuchon Bangkok, 5th Floor, MahaNakhon CUBE, 96 Narathiwas Ratchanakharin Rd.,

When: 11:30- 14:30, 18:30 - 22:30

How: BTS ช่องนนทรี

Tel: +66 (0)2 001 0698

Website: http://robuchon-bangkok.com/

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ bakery