รีวิวร้านหรู “Fillets” ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยสไตล์ Omakase “เชฟจัดให้” ที่นักชิมต่างยกให้เป็น1ในร้านที่ดีที่สุด! โดยเชฟ Randy และชิมเครื่องดื่มอร่อยๆจาก beverage director ระดับ award winning!

รีวิวร้านหรู “Fillets” ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยสไตล์ Omakase “เชฟจัดให้” ที่นักชิมต่างยกให้เป็น1ในร้านที่ดีที่สุด! โดยเชฟ Randy และชิมเครื่องดื่มอร่อยๆจาก beverage director ระดับ award winning!

DSC05347_resize

วันนี้ชิ้งพามากินหรูบ้างค่ะ ที่ร้าน Fillets ซึ่งอยู่ชั้น 3 ของโครงการ The Portico หลังสวน ร้านนี้เป็นร้าน__MARKED_0_0_6__ญี่ปุ่นที่หาตัวจับยากจริงๆ เพราะนอกจากความสุดยอดของอาหารจากเชฟ Randy ซึ่งเป็นเชฟซูชิที่มีดีกรีระดับประเทศ ได้รับการถ่ายทอดเคล็ดลับวิชากว่าทศวรรษจาก Master เชฟชื่อดังอย่าง Mr. Hidesama Yamamoto และ “Iron chef” Mr. Masaharu Morimoto แล้ว ร้านนี้ยังสามารถเอาชนะร้านคู่แข่งได้สบายๆด้วยลิสเมนูเครื่องดื่มอร่อยๆจากคุณปิง beverage director ระดับ award winning จาก Washington D.C.

DSC05298_resize

แอบรู้มาว่าเชฟ Randy กับ คุณปิง beverage director เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กสมัยอยู่ที่ Washington D.C. หลังจากที่สำเร็จในสายงานตัวเองกันทั้งคู่ ก็นึกอยากผนึกความสามารถแล้วนำพรสวรรค์ของเพื่อนรัก2คนกลับมาเมืองไทย นั่นคือจุดเริ่มต้นของร้าน Fillets ร้านนี้! ซึ่งต้องยอมรับเลยค่ะว่าลงตัวสุดๆที่อาหารชั้นยอดจะเสิร์ฟมาคู่กับเครื่องดื่มดีๆที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน!

DSC05402 (2)

ภายในร้านกว้างขวางดีค่ะ ในบรรยากาศอบอุ่น นั่งสบายๆ เหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน มีที่นั่งหลายโซนเลย ทั้ง Sushi bar อย่างที่ชิ้งเลือกมานั่งในวันนี้ นอกจากนี้ก็ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่อยากมาลิ้มรสอาหารสไตล์ Omakase ซึ่งหมายถึง “เชฟจัดให้เอง” คือลูกค้าไม่ต้องเลือกเมนูให้ปวดหัวเลยค่ะ เชฟจะเป็นคนเลือกให้เองตามวัตถุดิบที่มีในวันนั้นๆเพื่อเสิร์ฟเมนูที่ดีที่สุดของวัน! ซึ่งร้านลักษณะนี้ยังหาได้ยากมากในประเทศไทย หรือลูกค้าจะเลือกนั่งที่ Balcony ชมวิวหลังสวนก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าเป็นคอแอลกอฮอล์เชิญไปนั่งที่ บาร์ เลยจ้า

DSC05303_resize

DSC05440_resize

DSC05454_resize

ร้านนี้เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นหลากหลายมาก ใช้ทั้งวัตถุดิบในประเทศ และนำเข้าจากแหล่งที่ดีที่สุดตามฤดูกาล โดดเด่นและชูโรงด้วยซูชิแบบโตเกียว (Edomae Sushi) ระดับ พรีเมียม เนื้อสเต็กที่แทบจะละลายในปาก ตั้งแต่ Japanese Saga A5 ไปจนถึง Australian bone in tomahawk ซึ่งก็คือเนื้อส่วนริบอายแบบติดกระดูกนั่นเอง ซึ่งจะเสิร์ฟมาในภาชนะดินเผาเก๋ๆ จากศิลปินระดับต้นๆของประเทศเราเลย Mr. Rawutr Chaiyaruks จะหรูเลิศอลังการดาวล้านดวงไปไหนเนี่ย ฟินค่ะ! #ร้องไห้หนักมาก

พอนั่งที่ Sushi bar ปุ๊บ คุณปิงก็เดินมาแนะนำตัวทันที และมาพร้อมชาเขียวที่ชื่อว่า “Gyukuro” ซึ่งเป็นชาเขียวญี่ปุ่นระดับสูงที่สุด ต้องปลูกภายใต้การดูแลเป็นพิเศษ ถึงขั้นประคบประหงมเลยทีเดียว โดยที่ใบชาห้ามถูกแดดแรง เค้าจะใช้ฟางคลุมต้นชาถึง 20 วันก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อชะลอการเติบโต ทำให้ใบชาสร้าง คลอโรฟิลล์ จนเป็นสีเขียวเข้ม และออกรส อูมามิ นิยมกินชานี้ก่อนมื้ออาหารหรือหลังกินเสร็จก็ได้ค่ะ

DSC05332_resize

คุณปิงเสิร์ฟมาทั้งหมด 3 คอร์ส โดยใช้ชาเดียวกันนี่แหล่ะ เก๋เน๊าะ!

1 Cold brew แช่ชาทั้งหมด 13 นาที คุณปิงเค้าจับเวลาจีจีนะ 555 จากนั้นก็เทชาจากเหยือกไปที่จอก (เรียกงี้มั้ง หรือถ้วยก็ได้ เอาที่สบายใจเลย ^ ^’) วนเป็นวงกลมจนหยดสุดท้าย ซึ่งมีความเชื่อค่ะว่าจอกที่ได้หยดสุดท้ายไปจะทำให้คนดื่มได้ไปสวรรค์ (ไว้ค่อยไปตามวาระนะ เก๊าไม่รีบ หึหึ) ฟังแบบนี้แล้ว ชิ้งนี่จ้องตาไม่กระพริบ และแล้วก็ได้จอกนั้นไปครองอย่างนิ่มๆ อิอิ คอร์สแรกเย็นสมชื่อไม่ร้อนค่ะ ชากลิ่นหอม และ strong มาก ตรงตามลักษณะที่ดีของชาทั้ง 4 ประการ คือ สี กลิ่น เนื้อชา และชุ่มคอ ปล. ค่อยๆจิบนะจ๊ะ ไม่ใช่อึกเดียวจบ! ต้องค่อยๆเพลิดเพลินยาวๆไป

DSC05343_resize

2 Hot brew ชาปรกติใช้น้ำร้อนที่ 100 องศา แต่ชานี้ใช้น้ำร้อนแค่ 80 องศาค่ะ ไม่งั้นใบชาจะ burn สงสัยไม่ทากันแดดมาตอนเช้า ^ ^’ คอร์สนี้แอบรู้สึกว่ารสจางขึ้น และอุ่นๆตามชื่อ คงเป็นเพราะผ่านการชงมา 1 รอบแร้นไง ซึ่งชอบนะคะ คงเพราะคุ้นกับชาร้อนมากกว่า ชุ่มคอดี

3 กินใบชา เลยค่ะ ซึ่งใส่พอนสึ กับเปลือกส้มญี่ปุ่น “ยูสุ” มาด้วย ใช้ตะเกียบจ้วงขึ้นมากินแบบนี้ แปลกดีนะ เหมือนกินผักต้ม มีรสเปรี้ยวๆนิดๆ กินแล้วรู้สึกรักสุขภาพดีค่ะ

DSC05348_resize

DSC05349_resize

ใครมาแนะนำนะคะ เพราะไม่รู้จะไปหาดื่มได้จากไหนอีกแล้ว ชา Gyukuro หายากมากกกกกกกกก ชิ้งไม่เคยสัมผัสกับรสชาติและกลิ่นชาเขียวแบบนี้มาก่อนเลย ต้องลองค่ะ! ซักครั้ง! ให้ทายว่า Story มาปังซะขนาดนี้ ราคาเท่าไหร่? คอร์สนี้ (400บ.) เท่านั้นค่ะ ก็ได้ลิ้มรสสุดยอดชาเขียวอันดับหนึ่งของโลก! ^___<

ซึ่งนอกจากชาชั้นดีแล้ว คุณปิงยังเสิร์ฟ สาเก เหล้า เบียร์ ไวน์ ค็อกเทล ต่างๆที่ใช้เหล้ากลั่น (spirits) ระดับพรีเมียม รวมถึง housemade Nectar Softdrinks ที่คุณปิงทำขึ้นเองด้วยนะคะ ตอนที่ไป มีคนมาส่งสาเกขวดละ 9,800บาท พอดีเลอ! เสียดายที่ไม่มีบุญได้ดื่มง่ะ T__T

 

มาดู Nectar Softdrinks ที่คุณปิงเตรียมไว้ให้บ้างเน๊าะ

DSC05318_resize

โดยปรกติไซรัปทั่วๆไปจะใช้ความร้อนเคี่ยวกับน้ำตาลชิมิ แต่การทำแบบนั้นความร้อนมันจะทำลายมิติของกลิ่นและรสชาติออกไปส่วนหนึ่ง วิธีของคุณปิงเลยใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Nectar แทนค่ะอย่างเช่นน้ำพีช คุณปิงจิหั่นลูกพีชเป็นแว่นๆ แล้วเคลือบด้วยน้ำตาล ทิ้งไว้1คืน เพื่อให้น้ำตาลดึงน้ำจากลูกพีชออกมาให้หมด ผสมกับ Artisan โซดา ซึ่งจะซ่าแบบซอฟ์ทๆ ไม่แรงเหมือนโซดาทั่วไปที่เสริมฟอสเฟตเพื่อเพิ่มความซ่าจนหยดสุดท้าย แต่เลวต่อสุขภาพของเรามากอย่างที่รู้ๆกันนั่นแล เริ่มหลงรักผู้ชายที่ชื่อ “ปิง” อ๊ะยาง สุดยอดเน้อ!

DSC05323_resize

DSC05328 (2)_resize

วันนั้นได้ชิม น้ำสตรอเบอรี่ กับ พีช ค่ะ สดชื่นฝุดๆ รู้สึกดีต่อกายหยาบมาก ไม่แน่ใจว่าคิดไปเอง หรือฟังคุณปิง build จนอินแล้วเนี่ย! คือรสชาติดีมากอ่ะ ซ่าอ่อนๆแลดูผู้ดี ไม่ฮาร์ตคอเหมือนโซดาทั่วไปจิงๆนะ! กรีสสสสสสสสส

 

เอาหล่ะ มาถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย... จะบอกว่าฟินมาก เพราะจะได้กินเมนูใหม่จาก เชฟแรนดี้ โดยที่บางเมนูยังไม่เปิดขายนะจ๊ะ ทั้งตื่นเต้น ทั้งหิวแร้น มาเลยเมนูแรกกับ Salmon Tartare

 0_resize

1_resize

2_resize

เชฟบอกว่าเน้นวัตถุดิบที่ Global ค่ะ มีส่วนผสมอย่างหรือ ชิโพเล่ (Chipotle) คือพริกแดงคั่ว อยู่ในตัวแซลม่อนด้วย ให้ความเผ็ดร้อนนิดนุง มีข้าวทอดเม็ดเล็กๆหลายๆสีน่าร้ากกกกก ^ ^ และมีดอกไม้จ๋วยๆดอกเล็กดอกน้อย กินกับขนมปัง เข้าปากปุ๊บยิ้มแฉ่งทันที แซลม่อนสดมากจนหวาน เผ็ดร้อนนิดๆ เนื้อแซลม่อนนุ่มๆเจอกับข้าวทอดกรอบๆเม็ดเล็กๆ มันใช่! เป็นแซลม่อนทาร์ทาที่อร่อยที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยกินมา! สารภาพว่ายิ้มจนเชฟขำเลยมั้ง อายนะ! แต่หุบยิ้มไม่ลงจีจี ^ ^’

DSC05336 (2)_resize

DSC05320_resize

DSC05321_resize

เป็นเมนู Starter ที่เยี่ยมมาก รักขนาดต้องเก็บภาพเชฟเป็นที่ระลึก ปราณีต งดงาม พิถีพิถัน แอนด์ใจเย็นที่สุด! เมนูนี้เริ่มขาย กลางเดือนมิ.ย.58 ค่ะ ได้ยินว่าเชฟตั้งใจผลิตเมนูนี้ขึ้นมาในราคาที่เอื้อมกันถึงแหล่ะ อย่าพลาดนะ!

 

อ้อ! ลืมบอกไป ที่ร้านมีเสิร์ฟเมนู A la carte หรืออาหารจานเดียวทั้งอาหารเที่ยงและดินเนอร์เลยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมี เซ็ตเมนูพิเศษ (Special Set Menu) ให้บริการทุกวัน (เฉพาะมื้อเที่ยง) และ Omakase หรือ “เชฟจัดให้” เฉพาะมื้อเย็นและต้องจองล่วงหน้า วันที่ชิ้งไปเนี่ยเหมือนไปเทสอาหารนะคะ ไม่ใช่ Omakase จ้า

DSC05328_resize

ต่อมาด้วยเมนูถัดไปค่ะ เป็น Sashimi บ้าง เชฟเลือกเป็น “Shiro ebi ensui Uni” (กุ้งขาวกับ หอยแม่นแบบ Ensui) ซึ่งร้านนี้มี Uni ให้เลือกถึง 4-5 แบบเลยค่ะ ราคาย่อมเยาว์สุดก็ตั้งแต่ Bara ตามมาด้วย Nama, Ensui, Russia และแพงสุดคือ Hadate ประสบการณ์ครั้งแรกกับ Uni ของชิ้งเกิดที่ Tokyo ค่ะ ซึ่งเลวมาก จนญาติของชิ้งเองที่เป็นคนญี่ปุ่นบอกว่า ถ้าเทอว์ไปกินที่ร้านระดับพรีเมียมนะ ยูว์จะหลงรัก วันนั้นไม่เชื่อ! จนมาเข้าใจก็วันนี้! อืมยอมเทอว์!!! Ms. Masami! ญาติเก๊าเอง 555

6_resize

DSC05340 (2)_resize

ที่ประทับใจอีกอย่างของร้านนี้นะคะ คือเชฟจะสอนให้กินอ่ะ คำแรกเชฟแรนดี้บอกให้กินเลยเพื่อรับรสชาติที่แท้จริง ซึ่งกุ้งขาวสดและหวานมากอ๊ะ Uni รสชาติคลีนมาก ได้รสทะเลแบบเป็นเอกลักษณ์ของเค้า ดีงาม!

 

คำที่สองเชฟบอกให้คน คราวนี้จะได้กลิ่นวาซาบิแร้น ชอบวาซาบิร้านนี้มากอ่ะ คือกินเท่าไหร่ก็ไม่เผ็ดขึ้นจมูก อารมณ์นี้เหมือนตอนที่ไปกินที่ญี่ปุ่นเลย เค้าบอกว่านี่แหล่ะถึงเป็นวาซาบิแท้! ส่วนไอ้ที่กินแล้วปรี๊ดขึ้นจมูกจนน้ำตาเล็ด นั่นวาซาบิปลอม! จบข่าว!

 

มีวิธีกินอีก1วิธี นั่นก็คือ ห่อกับสาหร่าย แบบนี้

DSC05342 (2)_resize

Sashimi ถัดมาคือจานนี้จ้า... “Kinmedai iri sake”

 DSC05364_resize

DSC05344 (2)_resize

ที่เห็นนี้คือ คินเมไดโทโร่น้ำลึก ซึ่งหายากมากกกกกกกก ความพิเศษของปลาชนิดนี้คือจะมีมันทั้งตัว เชฟจะวางเนื้อปลากับ ดอกซากุระ เวลากินให้จิ้มกับ iri sake ซึ่งก็คือสาเกต้มกับบ๊วยดองค่ะ เชฟเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนมีโชยุเค้าให้จิ้มแบบนี้แหล่ะ วิธีกิน ถ้าจะกินวาซาบิให้แตะวาซาบิที่เนื้อปลาแล้วค่อยจิ้มสาเกค่ะ เนื้อปลานุ่มมากกกกกกกกกกก เค้ามี texture ที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ ติดหนังมานะแต่ไม่เหนียวเลย นุ่มทั้งคำ

 

ถัดมาเป็น สลัดผักกาดแก้วย่าง (Grilled Lettuce Salad)

DSC05368_resize

DSC05370_resize

DSC05349_resize

ไม่เคยเห็นใครเอาผักกาดแก้วทั้งหัวไปย่างมาก่อน แต่เชฟบอกว่าจะให้รสชาติและกลิ่นที่เปลี่ยนไปเลยนะ จิงด้วย! นอกจาก ผักกาดแก้วย่าง ก็ยังมี เบคอน ที่ทางร้านทำเอง กุ้งเทมปุระ น้ำสลัดเป็น Mentaiko Ranch Dressing เชฟแรนดี้สุดยอดจิงๆ เบคอนโคตรอร่อย กุ้งเทมปุระก็ดี กินกับผักย่างและน้ำสลัดแบบนี้ เข้ากันฝุดๆอ่ะ แต่เมนูนี้ยังไม่ขายน้า เปิดขายกลางเดือนมิ.ย.58 จ้า อยากโดนเมนูนี้อีกจุง ^ ^

 

มาถึง Sushi บ้างเน๊าะ เชฟเสิร์ฟมา 4 คำ เริ่มจาก...

DSC05354 (2)_resize

DSC05353 (2)_resize

คำแรก ซูชิปลากะพงค่ะ (Tennen Tai Nigiri) เชฟรมควัหนังปลาด้วยฟาง แล้ววางเนื้อไว้บนสาหร่ายคอมบุเพื่อเพิ่มรสชาติ

 

คำต่อมา...

DSC05379_resize

Chutoro nigiri (ซูชิหน้าปลาทูน่าที่มีมันขนาดกลาง) เชฟมายืนปั้นซูชิเองทุกคำ แล้วใช้พู่กันจุ่มโชยุทาให้ด้วย คือจะมีจานใบนุงวางตรงหน้าเรา พอเสิร์ฟคำนึงแล้ว จะมีพนักงานอีกคนคอยเช็ดจานให้ ก่อนที่เสิร์ฟคำต่อไป

 

คำที่ 3...

 DSC05375_resize

DSC05355 (2)_resize

งั่ม! ในเมื่อเค้ามีกระดาษเปียกให้เช็ดมือ ใช้มือหยิบเข้าปากเลยแล้วกัน แปลงร่างเป็นคนญี่ปุ่นแพ๊บ! อิอิ คำนี้คือ ซูชิหน้าปลาอินาดะ ซึ่งเป็นลูกปลาบุริ หรือปลาบุริเบบี๋นั่นเอง นุ่มมาก เนื้อปลาสดๆอร่อยกันขนาดนี้ ถ้าเป็นปลาด้วยกัน คงว่ายน้ำไปกัดแล้วอ่ะ 555

 

ตบท้ายเมนูซูชิด้วยคำนี้ค่ะ Bara Uni

3_resize

นั่งเขียนอยู่นี่ ยังคงคิดถึงคำนี้อยู่เลอ นี่ขนาดเป็น Bara Uni นะ ซึ่งเป็น Uni ราคาเบาสุดนะ (480-) คิดไม่ออกเลยว่าถ้าเจอ Hadate Uni เข้าไปจะเป็นไงน้อ? มีสิทธิ์นิสัยเสียและใจแตกสูงมากค่ะ! งี้ยังไม่ขอลองดีกว่า เพราะกินเวลนี้ก็แฮ็ปปี้ดี๊ด๊าแล้วไง ขอเก็บความรู้สึกเวอร์จิ้นแบบนี้ไปอีกซักระยะ 555

 

มาถึงจานสุดอลังในความรู้สึกค่ะ กับ “Unagi Don” หรือข้าวหน้าปลาไหลย่างสไตล์นาโกย่า ซึ่งจะธรรมดาไม่ได้นะ วันนี้เชฟเสิร์ฟมา 3 แบบเลยฮะ!

1_resize

3_resize

4_resize

แบบแรก โหมโรงด้วยการกินปลาไหลย่าง ซึ่งเชฟนำปลาไหลสดมาย่างเองน้า ย่างกับ ซอสหวาน (คาบายากิ ทาเร่ะ) กินกับข้าวในชาม  ซึ่งเป็นข้าวตัง ขอบๆข้างถ้วยนี่จะกรอบๆค่ะ

5_resize

6_resize

กินแบบแรกก็ฟินแร้นค่ะ ไหนๆกินแบบไหนได้อีกบ้าง?

แบบที่ 2 คือกินกับเครื่องเคียงที่ให้มาค่ะ ก็จะมี ข้าวทอดเม็ดเล็กๆสารพัดสี ต้นหอมซอย วาซาบิ และ ใบชิโสะซอยค่ะ

7_resize

8_resize

9_resize

กินแบบแรกเค้าว่าอร่อยมากแล้วนะ! แต่เก๊าว่ากินแบบที่ 2 มันเลิศขึ้นไปอีกอ่ะ คือมันกรึบๆจากข้าวทอด มีกลิ่นวาซาบิ กลิ่นใบชิโสะกับต้นหอม สรุปว่าเครื่องเคียงมาช่วยเสริมได้จิงๆ!

 

วิธีกินแบบที่ 3 ก็คือเติมชาเข้าไปด้วยเหมือนเป็นข้าวต้ม สามารถใส่เครื่องเคียงได้ตามใจชอบค่ะ

10_resize

DSC05374 (2)_resize

DSC05375 (2)_resize

กินแบบที่3เค้าไม่ชิน ชอบกินแบบ2มากสุด! เจ๋งดีเน๊าะ เมนูเดียวกัน แต่กินได้ 3 แบบ แทนที่จะสัมผัสความรู้สึกเดียว เลยได้มา 3 อารมณ์เต็มๆ ^ ^ เมนูนี้ชุ้งชิ้งขอแนะนำจากหัวใจค่ะ...

 

ยังไม่หมดนะคะ ต่อๆดีก่า

DSC05381_resize

เปล่าๆ! เค้าไม่ได้จิแทะจานกินน้า แต่เค้าแชะภาพมาให้ดูว่าร้านนี้เค้าให้ความสำคัญกับภาชนะดินเผามาก แต่ละเมนูจะใส่จานมาไม่เหมือนกันเลย และจานกับช้อนเซ็ตนี้ก็เพื่อเมนูนี้ค่ะ... Pot Pie!

 DSC05384_resize

DSC05389_resize

DSC05391_resize

ด้านนอกเป็น Pie แต่ด้านในเป็น แกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่ใช้โคนลิ้นวัว คร่า แกงกะหรี่รสชาติเจ้มจ้นมาก เนื้อนุ่มแบบไม่ต้องเคี้ยวก็ได้อ่ะ แป้ง pie ไม่หนัก มันเข้ากันฝุดๆ แถม presentation ก็เฟี้ยวมาก เมนูนี้นะ ถ้าได้กินตอนอากาศหนาวๆ มันคือใช่! วันนั้นไปกินกัน 3 คน แถมเป็นผู้หญิงคนเดียว แต่คาดว่ากินเมนูนี้ไปครึ่งนึงชิวๆนะก๊ะ ^ ^’

 

จิงๆควรจะไปที่ขนมหวานแร้น แต่ด้วยรีเควสของพวกเราทั้ง3คน เชฟ Randy เลยจัดเมนูพิเศษให้อีก 1 เมนูค่ะ

DSC05376 (2)_resize

ที่เห็นคือ ปลาทูน่า ส่วน Akami (ส่วนเนื้อแดง หรือส่วนที่แทบไม่มีไขมันเลยที่ผ่านการ aged มาค่ะ เค้าบ่มหรือ aged เพื่อปล่อยให้เอนไซม์ทำงาน ทำให้เนื้อปลารสชาติเข้มข้นขึ้น อร่อยขึ้น แถมเนื้อจะนุ่มเป็นพิเศษ ข้อเสียคือเชฟต้องแล่เอาเนื้อบางส่วนทิ้งไปค่ะ เป็นเหตุให้ราคาก็ยิ่งสูงขึ้นสิเค๊อะ

DSC05378 (2)_resize

จากนั้นเชฟจะนำปลาไปแช่ในโชยุ

DSC05381 (2)_resize

DSC05382 (2)_resize

พอได้ที่ เชฟก็จะบรรจงคีบปลาทีละชิ้นออกมาวางบนทิชชู่ เพื่อซับโชยุส่วนเกินออก

DSC05386 (2)_resize

และเชฟจะค่อยๆบั้งชิ้นปลาละเอียดยิบเบย

DSC05380 (2)_resize

ต่อมาด้วย หัวไช้เท้าดองซอย เชฟค่อยๆซอย คือใจเย็นมากค่ะ สุดท้ายจะโป่ะหัวไช้เท้าไปที่ปลา

DSC05414_resize

DSC05415_resize

งดงาม! คุณค่าที่เราคู่ควรจิงๆ ปลานุ่มมากอ่ะ เดาว่าที่ต้องมีหัวไช้เท้าเพื่อช่วยเบรคความเค็มของโชยุ ดูจิ ละเอียดทุกอณูจีจี น้ำตาจิไหล!

 

สุดท้ายแล้วค่ะกับเมนูขนมหวานปิดท้าย Yuzu Tart and Sea Salt Ice-cream (ทาร์ตส้มญี่ปุ่นยูสุ กับไอศกรีม) พยายามแปลมาก 555

DSC05416_resize

DSC05419_resize

คำนี้มีหลากหลายรสชาติมารวมกันค่ะ Sea Salt ice-cream สมชื่อ! มาเจอ ข้าวโพดคั่วหวานๆ คาราเมลนิดๆ อร่อยมากค่ะ

DSC05421_resize

DSC05422_resize

DSC05423_resize

DSC05425_resize

Tiramisu Mochi จากร้าน Chikalicious เป็นโมจิที่นุ่มมาก กินกับโอริโอ้สีดำๆที่เสิร์ฟมาด้วยแล้ว คนข้างๆที่เป็นผู้ชายนี่กรีดร้องออกมาเลยค่ะ 555

 

มาชมบรรยากาศร้าน และช็อตประทับใจที่เก็บมาได้ในวันนั้นอีกซักหน่อยนะคะ

DSC05272_resize

DSC05348 (2)_resize

DSC05334_resize

DSC05344_resize

DSC05352 (2)_resize

 DSC05302_resize

DSC05298_resize

DSC05448_resize

DSC05303_resize

DSC05341_resize

DSC05403 (2)_resize

DSC05433_resize

DSC05444_resize

DSC05440_resize

DSC05458_resize

 DSC05409 (2)_resize

DSC05436_resize

DSC05407 (2)_resize

DSC05411 (2)_resize

DSC05459_resize

ความรู้สึกของชิ้ง ชิ้งว่าคนที่มาร้านนี้ ไม่ได้มา...เพื่อกินให้อิ่ม หรือแค่อยากอร่อย เท่านั้นเพราะมัน Beyond platinum ไปแล้วจิงๆ! แต่ทุกคนตั้งใจมาเพื่อ เสพงานศิลปะ! เรียนรู้วัฒนธรรม! สัมผัสรสนิยม! และ ชื่นชมพรสวรรค์ ! ของผู้ชายที่ชื่อ  Randy! กับ คุณปิง! ค่ะ  ซึ่งชิ้งมั่นใจเหลือเกินว่าทั้งคู่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆออกมาให้โลกใบนี้ได้เรื่อยๆ และทำให้เรา Stunning! ได้ทุกครั้งที่ไปเยือน...