พาเที่ยว Gourmet Market@Em Quartier พบกับ 7 ที่สุดความมหัศจรรย์แห่งรสชาติระดับโลก!!!

พาเที่ยว Gourmet Market@Em Quartier พบกับ 7 ที่สุดความมหัศจรรย์แห่งรสชาติระดับโลก!!!

1_resize

เป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมงาน “Gourmet Market World’s Best Taste 2015 the 7 Wonders” (กูร์เมต์ มาร์เก็ตเวิลด์ เบสท์ เทสต์ 2015 เดอะ เซเว่น วอนเดอรส์) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ชุ้งชิ้งนี่ตระการตามากเลยค่ะ มีของดี ของแปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแยะเลย ฟังชื่องานก็คงพอเดาออกว่า ทางกูร์เมต์เค้าได้รวบรวม 7 กลุ่มสินค้าและวัตุดิบ จากทั่วทุกมุมโลก มาไว้ให้แล้ว คนที่หลงใหลในรสชาติ หรือคนที่ชอบทำอาหารเหมือนชิ้ง ห้ามพลาด! เลยค่ะ ไม่งั้นจะเชยนะจ๊ะ 555 เพราะเค้าอุตส่าห์ย่อโลกมาให้แล้ว ไปเปิดหูเปิดตาก็ยังดีเน๊าะ ซึ่งงานนี้จัดถึงแค่ 10 มิ.ย. 58 เท่านั้นค่ะ ดังนั้นต้องรีบๆหน่อย เอาหล่ะมาดูกันเลยดีกว่าว่า 7 wonders มีอะไรบ้าง?

 DSC05071 (2)_resize

มาถึง Wonder แรกสุด…

1) The Award Winning Taste เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ทีได้รับรางวัลการันตีคุณภาพและรสชาติจาก สถาบันที่ได้รับการยอมรับระดับโลก

DSC05014_resize

ที่สะดุดตาชิ้งมากๆก็คือ แฮมขาหมูดำ แห่ง คาบสมุทรไอบีเรีย ที่อยู่ในกระเป๋าสีดำปักด้วยอักษรสีทองใบนั้นค่ะ เสียดายไม่ได้ยลโฉมเพราะอยู่ในกระเป๋า แฮมนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น “Best Ham in The World” เลยนะคะ เค้าจะใช้หมูดำสายพันธุ์ Iberian (ไอเบอร์เรียน) แท้ที่เลี้ยงอย่างอิสระตามธรรมชาติ ในเขตคาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เชื่อว่าเป็นแหล่งเลี้ยงหมูพันธุ์นี้ได้ดีที่สุด หมูดำพวกนี้เค้ากินลูกโอ๊คและสมุนไพรเป็นอาหารนะแจ๊ะ ทำให้ไขมันเยอะเป็นลายหินอ่อนสวยงาม และผ่านกรรมวิธีการบ่มซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของเค้า นานถึง 36 เดือนแหน่ะ รสชาติเลยอร่อยเป็นพิเศษ เก๊าอยากกิน! บอกเลย...

 

สินค้าอีกอย่างแคตนี้ก็ยังมีกรูแยร์ ชีส ฮาร์ดชีสสีเหลืองทองแบรนด์ EMMI Gruyere AOC ที่ส่งตรงจากแหล่งผลิตต้นตำรับ เมือง กรูแยร์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับคนรักชีสโดยเฉพาะด้วยนะคะ

 

ต่อมาด้วย 2nd wonder

2) Legacy Gourmet เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบกูร์เมต์จากแบรนด์เก่าแก่ระดับตำนาน ที่สืบทอดความลึกซึ้งของศิลปะแห่งรสชาติจากรุ่นสู่รุ่น แค่ฟังก็เก๋าแร้น อิอิ

DSC05076_resize

เลส์ แฟรส์ มาร์คชอง (LES FRÈRES MARCHAND CHEESE) แบรนด์ชีสเก่าแก่กว่า 135 ปี!!! จากเมือง Nancy ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของฝรั่งเศส แบรนด์ Marchand ออกเสียงว่า “มาร์คชอง” ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1880 ตอนนี้รันโดยทายาทรุ่นที่ 4 แล้วค่ะ โดยชีสที่เป็น Signature ของแบรนด์นี้ได้แก่

 

  • เปอติต โกรส์ ลอแรง (PETIT GROS LORRAIN) เป็นซอฟท์ชีส จากนมแพะสูตรพิเศษคิดค้นขึ้นโดยครอบครัว Marchand เอง เค้าจะบ่มในห้องใต้ดินที่ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ 11 องศา นาน 3-5 เดือนแหน่ะ ทำให้ชีสมีรสชาติเจ่มจ้น เนื้อสัมผัสละลายในปาก และทิ้งรสชาติละมุนติดลิ้นไว้

 

  • ชีสกามองแบรต์ (AOP NORMANDY CAMEMBERT) ซอฟท์ชีสเนื้อละมุนละไม แต่รสชาติเข้มข้น หอมมัน เนื้อสัมผัสละลายในปากแต่ไม่เหลว เค้าบอกว่าทำจากน้ำนมคุณภาพเกรดพรีเมียมจากแคว้นนอร์มังดี และบ่มด้วยกรรมวิธีพิเศษสูตรลับเฉพาะของตระกูล Marchand

 

สินค้าอีกอย่างในแคตนี้คือ น้ำส้มสายชูบัลซามิค ที่หมักนานถึง 25 ปี!!! จากเมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี แบรนด์ เทอร์รา เดล ทูโอโน (TERRA DEL TUONO) แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ดัง แบรนด์เก่าแก่ เริ่มกิจการตั้งแต่ปี ค.ศ.1892 ไปนับอายุกันเองนะคะ 555 เค้าบอกว่าน้ำส้มสายชูเค้าผ่านการบ่มด้วยเทคนิคประจำตระกูล จนได้รสชาติของบัลซามิคที่เป็นเอกลักษณ์

 

ถึงตอนนี้พักเบรกมาดู เชฟดังทั้ง7 ที่จะมาโชว์ทำอาหาร แถมเสิร์ฟให้ชิมแบบสดๆกันดีกว่าค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศนิดส์นุงเน้อ ^___<

1_resize

เพราะนอกเหนือจากความมหัศจรรย์ของอาหารทั้ง 7 แล้ว เหล่านักชิมอย่างเรา ยังจะได้ลิ้มลองความอร่อยจากกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารถึง 7 ท่านด้วยนะก๊ะ อิอิ อาทิ

  • Mr. Alan Casagrande De Moura from La Rustichella ทรัฟเฟิลมาสเตอร์ จาก ประเทศอิตาลี
  • Mr. Teo Velez Spanish Charcuterie Artisan ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพรีเมี่ยมแฮม จากประเทศสเปน
  • Mr. Masuo Wagyu Expert กูรูทางด้านเนื้อวากิว จากประเทศญี่ปุ่น
  • Mr. Dannie The Oyster Master ผู้เชี่ยวชาญด้านหอยนางรม
  • Mr. Eric Perez จากร้าน  Maccarons กูรูผู้เชี่ยวชาญขนมหวาน
  • Chef Vichit Mukura เชฟชาวไทยที่ได้รับการยอมรับระดับสากล
  • Mr. Ben & Mr. Dannie The Sorum Brothers Mixologist มิกโซโลจิสต์ชื่อก้อง

 

โดยกูรูผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดนี้  จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำให้ชิมตลอดการจัดงานเลยค่ะ แหม! แบบนี้ต้องแอบไปอีกดีก่า เพราะแอบเล็งทรัฟเฟิลมาสเตอร์ กับผู้เชี่ยวชาญด้านหอยนางรมไว้แร้น อิอิ

 

วันที่ไปเป็นคิวจาก Mr. Masuo Wagyu Expert กูรูทางด้านเนื้อวากิว จากประเทศญี่ปุ่นพอดี บุญแท้หนอ ^ ^

2_resize

3_resize

เมนูแรกเชฟย่างเนื้อวากิวลายหินอ่อนอย่างงามมาให้ชิมค่ะ เชฟบอกว่าเป็น เกรดซาชิมิ แต่อย่าให้ถึงกระนั้นเลย ย่างซักนิดดีก่า 555

7_resize

ดูจากสีหน้าชิ้งแล้วกันนะคะ ว่ามีความสุขขนาดไหน คือเนื้อนุ่มมากกกกกกกกกกก กรีสสสสสสสสสสสสสส

4_resize

ต่อมาเป็น ชาบูๆ ค่ะ เชฟสอนว่า พอนำเนื้อใส่ในน้ำเดือดให้นับ 1 ถึง 5 แล้วรีบยกขึ้นเป็นพอ!

6_resize

เชฟยังบอกอีกว่าน้ำที่ใช้ต้มเนื้อไม่ต้องทิ้งนะ สามารถใส่เส้นบะหมี่ อูด้ง กินได้ แต่สำหรับเชฟ เชฟชอบใส่ข้าวลงไป ปรุงอีกเล็กน้อยก็อาหย่อยแล้ว ^ ^

 

หลังจากอิ่มอร่อยแล้วก็ขอแชะภาพเป็นที่ระทึก เอ้ย! ระลึกกับเชฟหน่อยนะคะ ^ ^

8_resize

9_resize

10_resize

11_resize

เชฟที่ขึ้นโชว์ถัดมาคือเชฟ Erwin Eberharter จากออสเตรเลีย เป็นเนื้อวากิวย่างอีกเหมือนกัน แต่เชฟท่านนี้มีซอสหลากหลายให้เลือกเลย อร่อยไม่แพ้กันเลย ปัญหาเดียวคือกระโปรงเริ่มคับ 555 กลับมาที่ 3rd wonder ของเราดีก่าเน้อ

 

3) Innovative Creations ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารนวัตกรรมสุดล้ำ ที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้ แต่แตกต่างด้วยรูปลักษณ์นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการใส่ความคิดสร้างสรรค์ หรือเพิ่มความสะดวกสบายเข้าไปนั่นเอง อาทิ

DSC05016_resize

นวัตกรรมใหม่ของน้ำส้มสายชูบัลซามิค แบรนด์ Antica Acetaia della Marchesa จากประเทศอิตาลี ในรูปแบบ เพิร์ล ลักษณะประมาณไข่ปลาคาเวียร์ เค้าผลิตด้วยกรรมวิธีที่เรียกว่า “Spherification” ทำให้ได้เป็นเมล็ดเพิร์ลเจลนิ่มๆ เวลากัด ของเหลวข้างในจะแตกทะลักออกมาในปาก และยังคงรสชาติอร่อยเหมือนเดิม

 

ซึ่งกรรมวิธีนี้อยู่ในศาสตร์การทำอาหารรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Molecular Cooking ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ล่าสุดที่บรรดาเชฟและร้านอาหารดังทั่วโลกกำลังอินเลย! ลองนึกดูว่า จากเมนูสลัดที่ปกติจะใช้น้ำส้มสายชูบัลซามิคราดลงไป วันนี้เปลี่ยนเป็นหยอดบัลซามิคเพิร์ล ลงไปสัก  1 ช้อนเก๋ๆ เพิ่มความหรูหราขึ้นมาอีกหลายขั้นเลยแหล่ะ

 

มาเกือบครึ่งทางแล้วค่ะ และแล้วก็มาถึง 4th wonder

4) Wealth of The 7 Seas กลุ่มนี้ก็น่าจะโดนใจหลายๆคนอยู่น้า เพราะเป็นกลุ่มสินค้าอาหารทะเลที่ดีที่สุดแห่งฤดูกาล จาก 7 คาบสมุทรทั่วทุกมุมโลก!!! แค่ฟังหัวใจก็ละลายแล้ว ว่ามั้ยคะ?

* มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือแถบชายฝั่งประเทศอังกฤษ และฝรั่งเศส

* มหาสมุทรแอตแลนติกใต้

* มหาสมุทรอาร์กติกแถบกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย

* มหาสมุทรแอนตาร์กติกบริเวณประเทศนิวซีแลนด์

* มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือแถบชายฝั่งรัฐอลาสก้า

* มหาสมุทรแปซิฟิกใต้แถบชายฝั่งประเทศญี่ปุ่น

* มหาสมุทรอินเดียทางตะวันตกของทะเลอันดามัน

 

ทาง กูร์เมต์ เค้าคัดสรรเฉพาะสินค้าที่ดีที่สุดของฤดูกาลนั้นๆ ซึ่งแต่ละอย่างหาทานยากมาก แถมรับประกันความสด อร่อย  และหาซื้อได้ที่นี่ที่เดียว!!!

DSC05040_resize

DSC05086_resize

DSC05089_resize

DSC05108_resize

DSC05087_resize

  • อันนี้เค้าอยากกินมากกกกกกกกก เธอคือ “หอยนางรมไอริช สเตอร์ลิง” ซึ่งเป็นครั้งแรกในเมืองไทย และ Exclusive เฉพาะ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เท่านั้นนะแจ๊ะ! ส่งตรงมาจากฟาร์มของตระกูล Gallagher ตระกูลชาวไอริชเก่าแก่ที่สุดตระกูลหนึ่งในประไอร์แลนด์ ซึ่งมีประสบการณ์ทำฟาร์มเลี้ยงหอยนางรมมานานกว่า 100 ปี!!! 3ชั่วอายุคน!!! เค้าจะไม่เลี้ยงปนกับหอยนางรมชนิดอื่นเด็ดขาด! หอยนางรมแต่ละนางจะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถันฝุดๆ เพื่อให้ได้หอยนางรมที่เนื้อฉ่ำ และอร่อยจริงๆ ขนาดอยู่ที่ 160 กรัม ขึ้นไป ใช้เวลาในการเลี้ยงดูถึง 3 - 5 ปี!!! แม่เจ้า!

 IMG_1577_resize

และเนื่องจากหอยมีปริมาณที่จำกัดมาก หอยนางรมไอริชสเตอร์ลิง มักถูกจองไว้เฉพาะสำหรับครอบครัว เพื่อน และ ลูกค้า VIP ของตระกูล Gallagher เท่านั้น!!!  เช่น ผู้บริหารระดับสูงของกินเนสส์  รวมถึงภัตตาคารระดับมิชลินของดับบลินอีกด้วย!!! หาทานได้ยากฝุดๆ สำหรับประเทศไทยมีขายครั้งแรกที่งาน Gourmet Word’s Best Taste 2015 และเฉพาะที่ กรูเม่ต์มาร์เก็ต เท่านั้น ได้ข่าวว่ามีเพียง 400 ตัวเท่านั้นนะจ๊ะ รู้แล้วรีบบึ่งไปซื้อเลยค่ะ ตัวละ 329 บาทจร้า เก๊าจะกินให้ได้!

 

  • ปลาทูน่าครีบน้ำเงินโตธรรมชาติ หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า HON MAGURO ขนาดใหญ่กว่า 100 กก.  จากประเทศญี่ปุ่น เป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อาศัยอยู่ในน่านน้ำที่มีอุณหภูมิหนาวเย็น และลึกที่สุด ทำให้ ปลาทูน่า ครีบน้ำเงิน หรือ ฮอนมากูโร มีปริมาณไขมันแทรกในเนื้อมาก เนื้อเค้าเลยนุ่มเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเนื้อ  ในส่วนที่เป็น O-toro ที่เรียกได้ว่านุ่มจนแทบจะละลายในปาก ชาวญี่ปุ่นยกให้เป็นปลาที่ดีที่สุด สำหรับการทานแบบซาซิมิ ทำให้ปลาทูน่าครีบน้ำเงินเป็นปลาที่มี ราคาสูงที่สุดในโลก โอ้วววววว น่ากินอีกแย้ว กรีสสสสสสสส

 

  • ปลาฮาลิบัต อลาสก้า (ALASKAN HALIBUT) ขนาดใหญ่ถึง 80 kg. ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นปลาที่ชาวอเมริกันชื่นชอบที่สุด และมีราคาสูงเพราะรสชาติของเนื้อที่หวาน สีของเนื้อที่ขาวจัดราวกับหิมะ แถมเนื้อแน่น! อร่อย! โดยเฉพาะแก้มของปลาฮาริบัตมีรสหวานนุ่ม ถือเป็นเดลิเคซี่ที่มีราคาสูงมากค่ะ มีเสิร์ฟในร้านอาหารชั้นสูงเท่านั้น นอกจากนี้ยังอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีโปรตีน และแร่ธาตุสูง แต่แคลลอรี่ต่ำจ้า แจ่ม! จีจี

 

มาถึงสวรรค์ของคนรักเนื้อบ้างนะก๊ะ กับ 5th wonder

5) Best Breeds above the Rest ที่สุดของเนื้อวัวชั้นเลิศ เกรด Premium จากแหล่ง TOP 5 ของโลก! อาทิ

DSC05032_resize

DSC05110_resize

  • Argentina Beef

หนึ่งประเทศที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นแหล่งผลิตเนื้อวัวดีที่สุดของโลก จากวัวสายพันธุ์ Aberdeen Angus ที่ถูกเลี้ยงในท้องทุ่งอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้ได้เนื้อชั้นเลิศ มีไขมันน้อย แต่ได้รสชาติเนื้อเข้มข้น และกลิ่นหอมอย่างมีเอกลักษณ์

DSC05094_resize

  • Japanese Ohmi Beef เนื้อโอมิ หนึ่งในสามของเนื้อวากิวที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่นก็มาจ้า พวกเราน่าจะคุ้นกับคำว่า “มาร์เบิลสกอร์” กันอยู่แล้ว เจ้านี้โด่งดังในเรื่องมาร์เบิลสกอร์มากๆ ทำให้เนื้อโอมินุ่มละมุน ละลายในปาก วัวพันธุ์โอมิเติบโตในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ของเมือวชิงะอันเป็นเมืองทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นคือทะเลสาบบิวะชึ่งครอบคลุม 60 %

 

  • US Certified Angus Beef (CAB) ANGUS ส่งตรงจากประเทศสหรัฐอเมริกา เนื้อ CAB ถูกจัดอยู่ใน ระดับ USDA Modest Choices และ USDA Angus Prime หรือระดับที่ดีที่สุดของมาตรฐานการจัดเกรดเนื้อ โดดเด่นด้วยลายไขมันที่สวย เนื้อแน่นมีไขมันน้อย แต่มีรสชาติที่นุ่มลิ้น

DSC05031_resize

•          Aีustrallian Grass-Fed Beef วัวเค้าจะถูกเลี้ยงเลี้ยงด้วยการปล่อยในทุ่งหญ้า ให้วัวเดินกินหญ้าไปเรื่อยๆ ซึ่งเนื้อวัวที่ผ่านการเลี้ยงด้วยหญ้านี้จะมีไขมันน้อย เหมาะกับคนที่รักสุขภาพ แถมวัวที่กินหญ้ายังดูดซับสารสี (pigment) จากหญ้าที่เรียกว่า แคโรทีน (carotene) ด้วย ทำให้ไขมันที่พอจะมีแทรกอยู่ในเนื้อน้อยๆนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนๆ และยิ่งทำให้รสชาติเนื้อดียิ่งขึ้น

 

•          New Zealand Beef สุดท้ายเป็นเนื้อจากนิวซีแลนด์ที่มีชื่อเสียงอย่างยาวนาน ในเรื่องความเป็น Natural Beef เนื่องจากนิวซีแลนด์มีภูมิอากาศดี ทำให้หญ้าซึ่งเป็นอาหารหลักในการเลี้ยงวัวมีคุณภาพที่ดีไปด้วย

 

มาถึง 6th wonder ที่ชิ้งตื่นตาตื่นใจไม่น้อยค่ะ

6) The World’s Finest Fresh Produce ซึ่งก็คือบรรดาผักสดและผลไม้ชั้นเลิศที่ดีที่สุดในฤดูกาล ส่งมาจากแหล่งเพาะปลูกที่ดีที่สุดจากทั่วโลก อีกแล้วคร้าบบบบบ เค้าบอกว่า “ถ้าโลกได้กิน คุณต้องได้กิน!” อาทิ

DSC05077_resize

  • หน่อไม้ฝรั่งขาว (WHITE ASPARAGUS) จากฝรั่งเศส เกิดมาเพิ่งเคยเห็นค่ะ เค้าบอกว่าเป็นราชินีแห่งบรรดาพืชผัก สีขาวนวล ลำต้นอวบเชียวนะเธอ ผิวเนียน เนื้อนุ่ม รสชาติหวาน โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิของประเทศฝรั่งเศสประมาณเดือนต้นมีนาคม – ปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่สำคัญมีแร่ธาตุนานาชนิดเลย ทั้งวิตามินเอ ซี เลยช่วยบำรุงผิว รวมถึงแคลเซียม และฟอสฟอรัสด้วยนะซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปัสสาวะไม่ปรกติ ลดกรดในลำไส้ สาวกไดเอทน่าจะชอบเพราะมีแคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต และไขมันต่ำ

DSC05078_resize

  • ถัดมาเป็นแอปเปิ้ลจิ๋ว น่ารักมั่กๆ เค้าเรียกว่า แอปเปิ้ลร็อคอิต (ROCKIT APPLES) เธอมาจากสวนแถบ Hawke’s Bay ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศนิวซีแลนด์ สีแดงสด เนื้อแน่น ลูกเล็กจิ๋ว แต่หวานฉ่ำนะจ๊ะ Packaging ดีงาม ทันสมัย เหมาะมากที่จะพกไว้เป็น Healthy Snack

DSC05080_resize

IMG_1744_resize

อดใจไม่ไหวเลยพาเธอกลับบ้านมาด้วย เล็กน่ารักมั้ยคะ หวานฉ่ำจิงๆค่ะ

DSC05079_resize

IMG_1745_resize

  • ตามมาติดๆด้วย ซันโกลล์กีวีกีวี เนื้อสีทอง (SUNGOLD KIWI) จากประเทศนิวซีแลนด์ รสชาติเค้าหวานชุ่มฉ่ำ แถมมีวิตามันซีมากกว่าส้มถึง 3 เท่า!!! และมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าแอปเปิ้ลนะจ๊ะ กินลูกเดียวก็เพียงพอต่อปริมาณวิตามินซีที่แนะนำในแต่ละวัน เลิศ! เลยพากลับบ้านมาอีกแล้วค่ะ 555

 

กำลังเพลินเลยชิมิ มาถึง 7th wonder แล้วค่ะ ไวจุง

7) The Pride of Thailand ซึ่งก็คือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรไทย ที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก ในเรื่องของรสชาติและคุณภาพ มาดูจิ๊ มีอัลไลกันบ้าง?

DSC05029_resize

DSC05104_resize

DSC05105_resize

  • ข้าวสังข์หยด (SANG-YOD-RICE) สุดยอดข้าวพื้นเมืองของภาคใต้ปลูกมากแถบรอบลุ่มทะเลสาบสงขลา จ.พัทลุง และจ.กระบี่ สังเกตุว่าเมล็ดจะเรียวเล็ก ท้ายงอน เยื่อหุ้มเมล็ดจะมีสีแดงถึงแดงเข้ม และเพราะว่าปลูกในภูมิประเทศที่มีน้ำเค็มล้อมรอบ ข้าวสังข์หยดของที่นี่เลยแตกต่างจากที่อื่น คือหอม หุงขึ้นหม้อ และเคี้ยวนุ่ม

DSC05083_resize

DSC05085_resize

• มะพร้าวน้ำหอม Coco Easy นั่นเองค่ะ เคยเห็นแต่ในทีวี วันนี้ได้เห็นของจริงแร้น ^ ^ เก๋ๆด้วยนวัตกรรมในการใช้เลเซอร์เซาะผิวทำเป็นร่อง ติดที่เปิดฝาพร้อมดื่มได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องใช้มีดเฉาะให้ยุ่งยากอีกต่อไปค่ะ

 

ก่อนจะลาจากกันไป ชิ้งเก็บภาพกูรเมต์มาเก็ตสาขาดิ เอ็มควอเทียร์มาฝากค่ะ

DSC05016_resize

DSC05075_resize

DSC05082_resize

DSC05030_resize

DSC05092_resize

DSC05100_resize

DSC05101_resize

DSC05102_resize

DSC05113_resize

DSC05035_resize

DSC05098_resize

DSC05097_resize

DSC05103_resize

DSC05107_resize

DSC05090_resize

DSC05109_resize

สุดท้ายอย่าลืมนะคะ ถ้าใครอยากมาตื่นตาตื่นใจแบบชิ้ง ห้ามพลาดเลยค่ะ กับงาน “Gourmet Market World’s Best Taste 2015 The 7 Wonders” 'งานจัดจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน นี้เท่านั้น ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ดิ เอ็มควอเทียร์, ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว