JAPAN ON A BUDGET เที่ยวญี่ปุ่นไม่แพงอย่างที่คิด ตอนที่ 4 ที่พักหลักร้อย กับจักรยาน ในเกียวโต

JAPAN ON A BUDGET เที่ยวญี่ปุ่นไม่แพงอย่างที่คิด ตอนที่ 4 ที่พักหลักร้อย กับจักรยาน ในเกียวโต

เกียวโตขึ้นชื่อว่าที่พักแพงงงง มีแต่คนแนะนำให้เราพักโอซาก้า แต่ที่พักที่เกียวโตทริปนี้ของเรา กลายเป็นที่พักที่ถูกที่สุดในทริป และเป็นที่พักที่ประทับใจที่สุดด้วยค่ะ

ขอเล่าตั้งแต่ตอนจองจาก Airbnb เลยนะคะ เหตุผลที่ทำให้เราสนใจที่พักนี้คือ
1.ราคาถูกเวอร์มากๆ คืนละ 2,500เยน หรือประมาณ 700 กว่าบาท สำหรับ 2 คนนะ
2.พิกัดไม่ไกลจาก ย่าน Arashiyama ที่เราอยากใช้เวลาชิลแถบนั้นนานๆ
3.อ่านในรีวิวบอกว่ามีจักรยานให้ยืมใช้ฟรี2คัน

Screenshots_2015-10-23-11-39-43
https://www.airbnb.com/rooms/6508162

ปัญหาคือ เจ้าของลงรูปไว้แค่รูปหน้าบ้าน กับรูปห้องนอนที่ว่างเปล่าไม่มีอะไรในห้องเลย (ปูฟุตองเวลานอน) รีวิวคนที่ไปพักมาแล้วก็โอเค มีติเรื่องความสะอาดบ้าง ซึ่งเราไม่มีปัญหาคิดว่าก็คงเหมือนบ้านคนทั่วไป ก็เลยลองส่งข้อความไปคุยกับเจ้าของที่พักดูก่อน ปรากฏว่าเจ้าของที่พักชื่อเคนจิ สื่อสารภาษาอังกฤษได้ เคยมาอยู่เชียงใหม่ด้วย คุยกันถูกคอดี ก็เลยกล้าจองค่ะ

จองแล้วเราถึงจะทราบพิกัดที่แน่นอนของที่พัก ขอไม่แปะพิกัดให้นะคะ (เพื่อความเป็นส่วนตัวของคนในบ้านพัก) ก่อนเดินทางทุกครั้งเราจะศึกษาย่านที่พักจาก google และ google map ก่อนไป ว่ามีร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ, มีอะไรน่าสนใจตรงไหนบ้าง เดินทางยังไง
ใกล้ถึงวันที่จะเข้าพัก เราก็ติดต่อนัดหมายเวลาเข้าพัก สรุปว่าเคนจิจะมารับที่สถานี Subway ที่ใกล้ที่สุดคือ สถานี Uzumasatenjinkawa
เคนจิมาตรงเวลานัดเป๊ะๆ ตัวจริงดูเป็นผู้ชายเซอร์ๆ ที่ friendly เคนจิขับรถมารับเราที่สถานีด้วยตัวเอง ใช้เวลาประมาณ 5นาทีก็ถึงบ้านพัก

หน้าตึก

ประตูบ้าน

บ้านหลังนี้เป็น Share house ที่ต้องใช้ห้องครัว และห้องน้ำร่วมกัน แต่มีห้องนอนส่วนตัว ที่นี่มีคนญี่ปุ่นเช่าอยู่แล้ว 3คน และมีห้องว่าง 1ห้อง เคนจิเลยปล่อยเช่าในairbnb

ห้องอาบน้ำ
ห้องน้ำ

ห้องของเราผิดจากที่คิดมากๆ เพราะเคนจิเตรียมไมโครเวฟ, ตู้เย็น, ไดร์เป่าผม, โต๊ะญี่ปุ่น ไว้ให้ในห้องครบเลย มีผ้าเช็ดตัวให้ด้วย ทั้งที่บอกไว้ใน Airbnbว่าไม่มีให้ (ผ้าเช็ดตัวเก่าหน่อย แต่ก็สะอาดดี) แถมยังเตรียมแผนที่ และร้านอาหารแนะนำย่านนี้ แปะผนังไว้ให้ด้วย

DCIM100MEDIA

นอกจากจักรยาน 2คัน พร้อมที่ล็อค เราสามารถใช้ครัวและเครื่องซักผ้าได้ด้วย เคนจิเตรียมผงซักฟอกไว้ให้พร้อมเลย มีประโยชน์กับเรามากเพราะเราไม่ชอบแบกเสื้อผ้าเยอะๆ เอาเป้มาแค่คนละใบ ค้างที่นี่ 2คืน มีเวลาให้ผ้าแห้ง เลยได้โอกาสตื่นเช้าซักผ้าใส่ซ้ำค่ะ

ข้อดีบรรยายมาเยอะแล้ว บอกข้อเสียด้วยดีกว่าเนาะ

1.ห้องนอนเป็นห้องพัดลม ไม่มีแอร์และฮีทเตอร์ ช่วงเราไปเย็นสบายดี นอนไม่เปิดพัดลมยังได้ แต่ถ้ามาหน้าร้อนจัด หรือหนาวจัดก็คงแย่อยู่

2.ความสะอาดไม่เท่าโรงแรม ก็ราคาแค่นี้ คิดซะว่าค้างบ้านเพื่อนละกัน

3.จักรยานเก่าหน่อย คันนึงมีเกียร์ อีกคันไม่มี แต่ก็ปั่นได้โอเคทั้งคู่นะ

ใครอยากใช้ Airbnb บ้าง ลองอ่านลิ้งนี้นะค้า

" วิธีสมัคร Airbnb ให้ได้ส่วนลด800บาท ในการจองครั้งแรก " 

วันนั้นเรามาถึงที่พักก็เย็นแล้ว เลยถือโอกาสปั่นจักรยานสำรวจหาของกินแถวที่พักซะเลย ไปเจอห้างท้องถิ่นชื่อ Kyoto family เราชอบห้างท้องถิ่นแบบนี้มากกกกกก เพราะของราคาถูก มักจะมีของเด็ดหายาก และลดราคาบ่อย เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้เราชอบพักย่านคนท้องถิ่นมากกว่าย่านที่เที่ยว ห้างนี้เล็กๆ แต่มีครบทั้ง supermarket Aeon, Uniqlo, Daiso, ร้านชาเขียว

เราไปช่วง Aeonกำลังลดราคาอาหารพอดีเลย ที่นี่จะเริ่มลดประมาณทุ่มสองทุ่ม เริ่มจาก30%-50%-70% ยิ่งดึกยิ่งลดเยอะ

ทันถ่านทอดสดแปะป้ายลดราคาพอดี ปรับจาก30เป็น50% เห็นมือคุณแม่บ้านญี่ปุ่นไม๊ แปะปุ๊ปหยิบปั๊ปค่าาา แย่งมิทัน
ทันถ่ายทอดสดแปะป้ายลดราคาพอดี ปรับจาก30เป็น50% เห็นมือคุณแม่บ้านญี่ปุ่นไม๊ แปะปุ๊ปหยิบปั๊ปค่าาา แย่งมิทัน

ไอติมชาเขียวที่ขายในร้านชาเขียวอร่อยมากกกกกก ให้เป็นที่สุดในทริป

280เยน เท่านั้น
280เยน เท่านั้น

Daisoที่นี่ของเยอะมากกก ทั้งขนม, ของใช้, โซนเครื่องสำอางค์นี่ไม่ได้มีทุกสาขานะคะ แต่ที่นี่เพียบเลยย

20150831_183205

20150831_183158

เราได้ติดมือมาเยอะเลยเลยค่ะ มาส์คกระชากวิญญาณ, มาส์คเม็ด, น้ำยาล้างแปรง, eye shadow, ที่เขียนคิ้ว ในรูปนี่บอกเลยว่าเด็ดทุกชิ้น โดยเฉพาะที่เขียนคิ้ว ลองใช้ครั้งนึงแล้วไปซื้อมาอีก 10 อัน ใช้ดีมาก เขียนง่าย ติดทน ทั้งน้ำตาลเข้มน้ำตาลอ่อน แต่เราชอบสีอ่อนมากกว่านะ ชอบมากกว่าของ Etude อีก

ในรูปนี้แค่ที่ซื้อมารอบแรก ไปกวาดมาอีกหลายสิ่งเลย

Uniqlo สาขานี้ของลดล้างสต๊อคเยอะมากค่ะ สังเกตว่าของลดราคาจะอยู่ท้ายซอยแต่ละซอย เจอของลดเยอะสุด70%เลย ได้ของจากสาขานี้เยอะสุดเลยค่ะ

ไม่ไกลจาก Kyoto family มีร้านซูชิสายพานเปิด 24ชั่วโมง เคนจิแนะนำว่าถูกและอร่อย คืนที่สองได้ลองชิมแล้วก็เด็ดจริงค่ะ จานละ 100เยน แถมมีชาเขียวให้ชงกินเองด้วย

DCIM100MEDIA

บรรยากาศยังกับร้านเกมส์ออนไลน์ เป็ด 24hrอีกต่างหาก

 

 

 

C360_2015-10-25-16-03-34-575

นอกจากหยิบตามสายพาน ใครอยากกินอะไรก็กดสั่งจากจอ touch screen ได้เลย ลองกดสั่งดูชอบเวลาสั่งอาหารแล้วมีชินคันเซนพามาส่ง สนุกมากกกก

C360_2015-10-25-16-03-57-338
เมนูเพิ่มเติม

C360_2015-10-25-16-02-44-210

ช๊อปปิ้งเสร็จก็กลับไปกินข้าวที่บ้าน เจอคนญี่ปุ่น 1 ใน 4 คนที่เช่าบ้านเคนจิอยู่ กำลังทำกับข้าวในครัว เราเลยเอาของกินที่ซื้อมา ไปแบ่งเค้าชิมด้วย ได้โอกาสทำความรู้จักกันนิดหน่อย เค้าทำงานเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น อยู่โรงเรียนไม่ไกลจากที่นี่ เค้าเล่าให้ฟังว่า เคนจิเคยไปอยู่ที่ไทย มีบ้านอยู่ที่เชียงใหม่ด้วย ส่วนที่เกียวโตก็เป็นเจ้าของบ้านเช่าหลายที่เลย

ทุกเย็นหลังเลิกงาน คนในบ้านเช่าจะมานั่งกินเบียร์แล้วก็เม้ามอยกัน ดูเป็นบ้านที่อบอุ่นดีนะ

วันรุ่งขึ้นเราซักผ้าตากไว้แล้วก็ออกไปปั่นจักรยานกัน ตอนแรกว่าจะปั่นตามแผนนี้ค่ะ

http://www.kctp.net/en/tour/goloden_tour.html
http://www.kctp.net/en/tour/goloden_tour.html

แต่จากที่พักเรา ใกล้ Arashiyama มากกว่า ถ้าไปเริ่มจาก Kinkakuji ต้องปั่นไปไกลกว่าจะเจอที่เที่ยว กลัวหมดกำลังใจปั่นซะก่อน เลยเลือกปั่นสวนทางกับเค้าแทน เราลืมนึกถึงเรื่องความชันค่ะ เดี๋ยวจะบอกว่ามีผลมากขนาดไหน

Untitled

เส้นทางที่เราปั่นจริง ประมาณนี้ค่ะ ปั่นไปประมาณ 20กิโลได้

วิธีดูความชันของพื้นที่ที่จะปั่นไป เราสามารถดูได้จาก google map เลยค่ะ จะมี terrain ให้ดูในเมนู เส้นหนาจะมีตัวเลขกำกับความสูง (เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง) แต่ละเส้นห่างกัน 100 เมตร และเส้นบาง จะห่างกันเส้นละ 20 เมตร โดยไม่มีเลขกำกับ ต้องไปไล่จากเส้นหนามาก่อน สำหรับเส้นบางต้องมองดีๆหน่อยนะคะ บางครั้งเส้นบางจะซ้อนอยู่กับถนน หรือเส้นอะไรอื่นๆ

สำหรับ function terrain นี้จะใช้ได้เฉพาะกำลังขยายบางช่วง กำลังขยายสูงสุดจะใช้ไม่ได้ค่ะ ลองซูมเข้าออกดู จะประมาณได้ว่า ระยะทางสูง 20 เมตร จะต้องไต่ไกลแค่ไหน ในเส้นที่เราปั่นย้อนเนี่ย 20 เมตร ต้องไต่ภายในระยะทางแค่ไม่เกิน 300 เมตรเท่านั้นเอง

เริ่มแรกเราปั่นไปทางตะวันตก ไป Togetsukyo bridge และป่าไผ่ Arashiyama ก่อนค่ะ เพราะใกล้ที่พักเรามากกว่า ถนนที่เกียวโตจะมีลักษณะเป็นตาราง ซึ่งถ้าจับเส้นหลักได้ก็จะตรงตลอดเลยค่ะ ปั่นค่อนข้างง่าย ไม่หลงทิศ เวลาปั่นไปก็จะมองเห็นภูเขา Arashiyama ไปด้วย C360_2015-09-01-22-31-27-386

ปั่นไม่ถึง 10นาที ก็ถึง Togetsukyo bridge บรรยากาศดี  ร่มรื่นเย็นสบายมาก ขนาดเขียวๆยังสวยขนาดนี้ ถ้ามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยขนาดไหน

เราปั่นข้ามสะพานไป แล้วก็ปั่นข้ามกลับ ไปผ่านวัด Tenryuji แค่เดินเล่นรอบๆ ไม่ได้เสียเงินเข้าไป  เป้าหมายเราอยู่ที่ป่าไผ่ค่ะ ผู้คนมากมายมารวมตัวกันที่นี่ มาผิดเวลาไปหน่อย เราจอดจักรยานไว้หน้าทางเข้า ที่มีศาลเจ้าอยู่ข้างหน้า แล้วก็เดินเล่นเข้าไปจนสุดทางเลย คนจะน้อยหน่อย ไม่ได้เงียบสงบ ฟังเสียงไผ่แบบที่จินตนาการไว้ แต่ก็สวยดี

C360_2015-09-18-19-54-10-257

ซื้อ soft cream ชาเขียวแถวนั้นกินแล้วก็มีแรงปั่นต่อ  ผ่านวัดไหนเราก็แวะทุกวัด ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไปคือ Hirosawa pond

C360_2015-09-20-20-53-45-925

กรี๊ด คนไร้หน้าอยู่กลางทุ่งนา แอบลงไปช่วยเค้าไล่กานิดนึงค่ะ ระหว่างทางผ่านทุ่งนาเขียวขจี ยาวไปจนถึง Hirosawa pond เลย

DCIM100MEDIA

ที่ผ่านมาก็ปั่นกันชิวๆ แต่ทางหลังจากนี้เริ่มชันขึ้นๆๆเรื่อยๆ เกือบจะหันหลังกลับอยู่หลายรอบ ดีที่มีคนไปด้วยกัน คอยหลอกอยู่หลายรอบว่าใกล้ถึงแล้ว ต่อไปไม่ชันแล้ว 555 แต่ในที่สุดเราก็หมดแรง อยู่แถววัด Ninnaji ก็เลยหาร้านนั่งพักกินข้าวก่อนค่ะ ค้นใน google map เจอร้านข้าวแกงกะหรี่ร้านนึงรีวิวดี เลยลองแวะดู

PicsArt_1445871638624

เป็นร้านเล็กๆน่ารัก เมนูเด็ดคือข้าวแกงกะหรี่ไข่ แต่วันนี้เราไม่มีโอกาสได้ลองเพราะหมดเกลี้ยง เหลือแค่ แกงกะหรี่ไก่ กับแกงกะหรี่ผักโขม เป็นเครื่องแกงสไตล์อินเดีย จานละ 900yen รสชาติโอเค แต่ไม่ได้ประทับใจเท่าไหร่ ที่ประทับใจคือความน่ารักของเจ้าของร้านค่ะ ตอนที่เรากำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ฝนก็ตกหนักมากกกกก จักรยานเราจอดหน้าร้านเปียกเต็มๆ เจ้าของร้านเลยเอาผ้าขนหนูสีขาวใหม่เอี่ยมมาให้เช็ดจักรยาน และยกให้เราไว้ใช้เลยอีกต่างหาก ใจดีจัง

ขนาดว่าอิ่มท้องแล้ว มีแรงปั่นขึ้นเนินไปได้อีกหน่อยก็หอบแฮกละค่า

C360_2015-09-12-13-48-27-264

ปั่นไปปั่นมาเลยวัด Ryoanji ไปโผล่ที่วัด Kinkakuji เฉยเลย วัดนี้ไม่มีทางเลยแน่นอน เพราะเป็นวัดมหาชน ทัวร์ลงเต็มๆ คนเยอะจนทำให้เราหมดอารมณ์ชมความสวยงามของวัดไปซะอย่างงั้น

C360_2015-09-18-19-47-19-781

ถึงตอนนี้ฝนก็ตกลงมาอีกครั้ง พอปั่นฝ่าไปได้ พอตกหนักเข้าก็หลบเข้า Supermarketข้างทาง เดินเล่นจนทั่วจนเบื่อ ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหยุด เลยตัดสินใจปั่นฝ่าฝนไป Nijo castleต่อ ดีที่เรามีหมวก และเสื้อคลุมผ้าลื่นๆช่วยให้เสื้อข้างในไม่เปียก และเสื้อคลุมยังแห้งเร็วด้วย

จาก Kinkakujiไป Nijo castleสบายมาก ปั่นลงเนินไปยาวๆเลยระหว่างทางเจออะไรน่าสนใจก็แวะค่ะ

ร้านเบเกอรี่ 100เยน
ร้านเบเกอรี่ 100เยน

ผ่านร้านเบเกอรี่ราคาเดียว 100yen ทั้งร้าน เห็นป้าย 100 มีหรือจะพลาด ขนมน่ากินทั้งนั้นเลยค่ะ ลองซื้อมาชิม 2ชิ้น ขนมปังชาเขียวอร่อยสมกับที่อยู่เกียวโต ชาเขียวเข้มข้นมาก

C360_2015-09-03-12-39-31-622

แวะไปแวะมาไปถึง Nijo castle ตอนใกล้จะปิดแล้วพอดี เลยไม่เสียเงินเข้า ปั่นเล่นรอบๆพอ หลังจากนั้นก็จอดทิ้งไว้แถวสถานีรถไฟ แล้วขึ้นรถไฟไปกินข้าวกับเพื่อนที่สถานีเกียวโตค่ะ

!!!ข้อควรระวังในการปั่นจักรยาน!!!

เพราะใครๆในญี่ปุ่นก็ใช้จักรยานกัน หลังๆนี่จึงมีเหตุการณ์อุบัติเหตุจากจักรยานบ่อยขึ้น ล่าสุดในโตเกียวมีข่าวคนปั่นจักรยานขณะที่แชทบนมือถือไปด้วย ลงเนินมาชนคนเดินอย่างแรง จนคนเดินถนนรายนั้นเสียชีวิต ทำให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับการใช้จักรยานขึ้นอีกมาก กฎหมายด้านล่างนำมาจากประกาศของสถานฑูตไทยประจำกรุงโตเกียวค่ะ

กฎหมายการขับขี่จักรยานในญี่ปุ่นมีดังนี้

1. การวิ่งบนถนนจะต้องวิ่งทางฝั่งซ้ายของท้องถนนเท่านั้น ยกเว้นกรณีต่อไปนี้ที่สามารถนำรถขึ้นมาวิ่งบนทางเท้าได้ แต่การจักรยานขึ้นมาขี่บนทางเท้าต้องขี่ให้ชิดฝั่งถนนและขี่ช้าๆ และต้องให้สิทธิผู้เดินเท้าได้ใช้ทางก่อน

กรณีที่มีป้ายอนุญาตให้วิ่งได้

ผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กอายุยังไม่ถึง 13 ปีบริบูรณ์

คนชราที่อายุมากกว่า 70 ปี และผู้พิการทางร่างกาย

กรณีที่มีสิ่งกีดขวางบนท้องถนน เช่น รถจอดขวางทางอยู่

2. ห้ามเมาแล้วขับ หากฝ่าฝืนจะโดนโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน1,000,000 เยน

3. ห้ามซ้อนสอง ยกเว้น กรณีให้เด็กอายุไม่ถึง 6 ปีบริบูรณ์นั่งซ้อน

4. ห้ามขี่คู่ขนานไปพร้อมกัน 2 คัน

5. ต้องเปิดไฟหน้ารถทุกครั้งเวลาขับขี่ตอนกลางคืน

6. ห้ามใช้โทรศัพท์ระหว่างขี่จักรยาน

7. ห้ามสวมใส่หูฟังระหว่างขี่จักรยาน

8. ห้ามกางร่มขณะขี่จักรยานในวันฝนตก ให้สวมใส่ชุดกันฝนแทน

9. ให้ชะลอหรือหยุดรถทุกครั้งก่อนจะเลี้ยวหรือออกมาจากซอยเพื่อเข้าสู่ถนนใหญ่

ที่สำคัญที่สุดคือ หากถูกตำรวจจับในข้อหาละเมิดกฎจราจรนั้น ไม่สามารถที่จะอ้างว่าไม่รู้กฎในกรณีใดๆทั้งสิ้น

จริงๆแล้วถนนที่เกียวโตหลายๆจุดค่อนข้างแคบ และไม่ได้มีเลนจักรยานเป็นกิจจะลักษณะ ก็ต้องปั่นไปบนถนนนั่นแหละค่ะ ปั่นเรียงหนึ่ง และชิดซ้ายเข้าไว้ ทำตามกฎจราจร ไฟแดงไฟเขียว แต่บางครั้งก็จูงไปข้ามทางม้าลายด้วย บางช่วงที่มีฟุตปาทกว้างๆก็อาจจะไปอิงอาศัยกับเค้าได้บ้าง เราไม่ใช่คนปั่นจักรยานประจำอาศัยว่าคนที่ไปด้วยปั่นจักรยานในกรุงเทพฯอยู่แล้ว เราเลยสบายใจ อีกอย่างคือ ในญี่ปุ่นเราไม่ค่อยถูกคนขับรถเบียดเบียนมากนัก เรียกว่าทำใจสบายๆ ค่อยๆปั่นไป ถ้ารถเค้าแซงไม่ได้ เค้าก็จะรอเราข้างหลังเอง ถึงจะต้องปั่นบนถนนบางช่วง แต่คนใช้รถใช้ถนนที่นี่เคารพกันดีค่ะ

ใครสนใจอยากปั่นจักรยานที่เกียวโตแต่ที่พักไม่มีให้ ก็เช่าเอาได้นะคะ วันละประมาณ 1,000 เยน แบบไฟฟ้าก็มีวันละ 1,500 เยนค่ะ มีให้เลือกหลายร้านเลย แบบที่มีสถานีให้คืนได้หลายสถานีก็มีค่ะ ไม่ต้องย้อนกลับมาคืนที่เดิม สดวกมากเลย ถ้ามีโอกาสลองมาปั่นกันนะคะ ปั่นเท่าที่ไหว ไม่จำเป็นต้องปั่นไกลๆ เส้นที่ปั่นง่ายมากๆเลยก็คือริมแม่น้ำ Kamo ค่ะ วิวสวย แถมทางเรียบๆตรงๆยาวๆ อยากแวะเที่ยวข้างทางตรงไหนก็แวะ รับรองว่าปั่นจักรยานเที่ยวแล้วสนุก ได้เปิดมุมมองใหม่ๆแน่นอนค่า ^^

 

ความเดิม ตอนที่แล้ว

"ตอนที่1 JAPAN "BUS" PASS ทางเลือกคนงบน้อย"

"ตอนที่ 2 คุมงบยังไง ไปไหนมาบ้าง"

"ตอนที่ 3 ยูกะตะ ณ เกียวโต"

ติดตามตอนต่อไปได้ทาง http://travel.sanook.com/blog/author/earnonabudget/

และอย่าลืมแวะมาคุยกันที่เพจ www.facebook.com/earnonabudget นะค้า

 

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว