:: เที่ยวประหยัดเมืองกระบี่ กินโรตี พิชิตวัดถ้ำเสือ เที่ยวไม่เบื่อทัวร์ 4 เกาะ ::

:: เที่ยวประหยัดเมืองกระบี่ กินโรตี พิชิตวัดถ้ำเสือ เที่ยวไม่เบื่อทัวร์ 4 เกาะ ::

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวทริปกระบี่ ที่เพิ่งไปมาสัปดาห์ที่แล้วนะคะ ทริปนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีตั๋วโปร
ของ AirasiaGo จองที่พักได้บินฟรี ก็เลยจองไปกระบี่ดีกว่าไม่ได้ไปนานแล้ว แล้ววาก็มีภารกิจ
สำคัญมากกกก ที่อยากจะไปขึ้นเครื่องแอร์เอเชียให้ได้ นั่นก็คือ ไปซื้อลิปของมิสทีน
ที่มีขายบนเครื่องเท่านั้น 5555 เป็นสีแดงลิมิเตด สวยมาก เลยเหมาะเหม็ง ที่จะจองตั๋วในครั้งนี้
(เหตุผลไร้สาระมากค่ะคุณ) เปาเป็นว่าทริปนี้วาจะไปเที่ยวแบบประหยัด ใครๆก็ไปได้
จะเป็นยังไงมาดูกันจ้า
เอาล่ะ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า  วาก็ไปขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมืองค่ะ ไฟล์ทราวๆ 9 โมงเช้า
รถติดมากกก จนเกือบดรอปกระเป๋าไม่ทัน โชคดีที่พยายามเช็คอินผ่านมือถือมาก่อน
เหลือแต่ดรอปกระเป๋า มาที่เคาท์เตอร์สายไป 5 นาที ก่อนปิดรับกระเป๋า เค้าประสานงานให้
ในที่สุดก็ทันจนได้ เย่!!!
ขึ้นเครื่องไปแล้วก็ใจจดใจจ่อกับ mission แรกที่ตั้งใจไว้มาก นั่นก็คือการซื้อ Lip Tube สีลิมิเตด
จากมิสทีน อิอิ คือต้องรอเค้าขายอาหารเสร็จ ถึงจะเริ่มขายของที่ระลึก แล้วก็นั่งรอไม่หลับเลยจ้า
ตั้งใจมากจริงๆ ในที่สุดก็ได้มาครอบครอง เย่!! เค้าบังคับขาย 2 สี ราคา 200 บาท
ก็ถือว่าโอเค ราคาปกติ หลับได้แล้ว!
ไม่นานนัก เครื่องก็ลดระดับลง เห็นวิวที่คุ้นตา ป่าโกงกางด้านล่าง เอาล่ะเรากำลังจะแลนดิ้ง
ที่สนามบิน จังหวัดกระบี่กันแล้วค่ะ วันนี้อากาศดี แต่เมฆค่อนข้างเยอะ ขอให้ฝนไม่ตกทีเถิดด
รับกระเป๋าเรียบร้อยก็ตรงออกไปซื้อตั๋วรถ Shuttle Bus เข้าเมืองกันดีกว่า มี 2 ราคา
คือลงในตัวเมืองกระบี่เลย 90 บาท หรือไปลงที่อ่าวนาง 150 บาท เค้าบอกว่าไปส่ง
ได้ถึงโรงแรมเลย ลองบอกคนขับก่อนนะคะ ว่าจะลงตรงไหน
วาจองที่พักมาเป็น อ่าวนาง มิติ รีสอร์ท อยู่แถวๆอ่าวนางซอย 11 ห่างจากทะเลนิดนึง จองตอน
ราวๆ ตี 1 ก่อนเดินทาง ที่ agoda.com คือเลือกไปเลือกมา ก็จบที่อันนี้ ห้องพักน่านอน ไม่แพง
เรากะจะไปเที่ยวตลอดวันอยู่แล้ว เลยเอาห้องถูกๆหน่อย เน้นเที่ยว ชิลล์ รถก็มาส่งที่หน้าโรงแรม
มาถึงยังไม่ได้เวลาเช็คอินนะ ต้องเช็คอินบ่ายสอง แต่เค้าก็ใจดี ให้เช็คอินได้เที่ยงครึ่งเลย
เพราะห้องว่าง เราก็ถามเค้าเรื่องเช่ารถมอเตอร์ไซต์ เค้าก็ติดต่อเช่ารถให้ ได้มาเป็น สกูปปี้ ไอ
วันละ 200 บาท (ถูกมาก) เค้าประสานงานกับร้านรถเช่าให้ สะดวกสบายมาก ที่ร้านรถเช่า
เอามอเตอร์ไซต์ และสัญญาเช่า มาทำให้ที่โรงแรมเลย เค้าบอกว่า ถ้า walk in ไปเช่าคงไม่ได้
เพราะรถเค้าหายบ่อยแล้ว ไม่ค่อยให้คนไทยเช่า แล้วถ้าไป 2 คน ก็ยึดบัตรประชาชนไปเลย
ทั้ง 2 คนอีกด้วย เอาเถอะ เราไม่ได้มาขโมยรถอยู่และยืมขับ 2 วันเท่านั้น จ่ายไป 400 บาท
แล้วด้วยความที่ไม่ได้ไปทัวร์ 4 เกาะมา 6 ปีได้แล้วมั๊ง เลยซื้อทัวร์ 4 เกาะ แบบเรือหางยาว
(เพราะถูกดี) ในโบร์ชัวร์บอก 600 บาท แต่ทางโรงแรมลดให้เหลือ 450 บาท
(ราคาเท่า 6 ปีที่แล้วเลยนะ) เลยตัดสินใจซื้อทัวร์ไม่ยากนัก เกาะไม่ไกลมาก แล้วมากระบี่
ต้องนั่งเรือหางยาวนี่ล่ะ เลยไม่ได้สนใจ ราคาแบบสปีดโบ๊ตเทาไหร่ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ
คนละ 900 บาทเลยทีเดียว
ทุกอย่างพร้อมแล้วก็เอากระเป๋าไปเก็บที่ห้อง วาได้ห้องพักแบบ mountain view ชั้น 4
ที่นี่มีลิฟท์นะคะ ก็ขึ้นลิฟท์ไป ห้องที่วาอยากได้จริงๆ คือห้องมุม 401 ซึ่งวันนั้น มีคนพักแล้ว
มันเห็นวิวภูเขาเต็มๆ ห้องกว้างมากเลยไม่เป็นไร เอาไว้วันหลัง วาได้ห้อง 410 ค่ะ
เป็นห้องธรรมดา สีชมพู (ห้องจะมีหลายแบบ หลายสี)
ห้องน้ำสะอาดดี มีสายชำระ มีฝักบัวน้ำอุ่น ไม่มีอ่างอาบน้ำ
ห้องธรรมาดามากๆ เหมือนพวกเซอร์วิตอพาร์ทเมนท์ แต่ก็ดูน่านอน ดูดี อยู่สบายๆ ค่ะ ห้องจะใช้
เฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ มี บิวท์อิน มีโต๊ะ เป็นไม้หมด เลยดูดี แต่ งง กับเก้าอี้พลาสติกสีแปร๊นมาก
ทำไมไม่ทำเก้าอี้เป็นไม้ด้วย จะได้เข้ากันกว่านี้ ฮ่าาๆๆ แต่เอาเถอะ คืนละ 800 เอาไรมาก
ได้เท่านี้ถือว่าดีงามค่ะ
ระเบียงห้องกว้างใช้ได้ มีราวตากผ้าให้ มีเก้าอี้พลาสติกสีแปร๊น เอาไว้นั่งชมวิว แล้ววิวก็ โอ้โห
เริ่ดอยู่ mountain view จริง คือภูเขามันใหญ่มาก ห้องแถบนี้ทั้งหมด ก็ mountain view
เอาล่ะ เมื่อทุกอย่างโอเค มีที่ซุกหัวนอนแล้ว 5555 แล้วก็เตรียมออกไปตามหา mission ที่ 2
ที่วาตั้งใจมากระบี่เลย นั่นก็คือ ขนมจีน-ไก่ทอด โกจ้อย เสริชกูเกิ้ลเจอมาว่า มีสาขาขายอยู่
ในเมืองกระบี่ แต่มันปิด บ่ายโมง เลยรีบบึ่งไปดูทันที จากอ่าวนางเข้าเมือง ราวๆ 15  กิโลเมตร
ฝนตกไม่บอกไม่กล่าว เลยต้องแวะซื้อเสื้อกันฝน แล้วไปต่อ
มาถึงก็นั่นแหล่ะ ไม่ทัน (T.T) ร้านปิด ขายหมดไปก่อน เลยแวะไปทานที่ร้าน ขนมจีนป้าต้อม
อร่อยมากกกกกกกกก มากจนลืมถ่ายรูป เค้าปิด 13.30 ไปถึงก็ใกล้จะเก็บแล้วล่ะ ได้ไตปลา
ก้นหม้อมากิน อร่อยมาก รสชาติดี แต่เผ็ดอลัง มีผักให้กินเต็มพิกัด เสียดายไก่ทอดหมด
ไม่งั้นคงฟินกว่านี้
เลยแวะซื้อไก่ทอดข้างทางมากินตามขนมจีนไป Smiley
mission ที่ 3 ที่ตั้งใจไว้ก็คือ โรตีหน้าห้างโวค แต่มันเริ่มขาย 6 โมงเย็นแหน่ะ เลยมีเวลาอีก
หลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลา ก็เลยพยายามเสริชหาที่ๆไม่เคยไปดู ก็ลงตัวที่ วัดถ้ำเสือ
ที่ก่อนไป มีกระทู้ที่คนแชร์กันเยอะเลย เค้าไปขึ้นด้านบนตอนเช้าตรู่ เห็นทะเลหมอก
เห็นแสงสีสวยๆ รูปสวยมาก ก็อยากไปเห็นบ้าง ถึงแม้จะบ่ายแล้ว แต่ก็ ลองดูค่ะ ก็มุ่งหน้า
ออกจากเมืองไปนิดเดียว ก็มีทางเลี้ยวซ้าย แล้วก็เข้าไปที่วัด ไม่ยากนัก
ไปถึงก็จะเห็นเป็นเจดีย์อะไรซักอย่างที่กำลังสร้างกัน มีให้ทำบุญปั๊มพระด้วยตัวเอง เอาพระไปวาง
ไว้ด้านบนเจดีย์ที่กำลังสร้าง (ตอนนี้อาจจะสร้างเสร็จแล้วมั๊งคะ) วาก็เลยไปทำด้วยค่ะแปลกดี
จ่ายเงินหย่อนตูไป 100 บาท (มีเงินทอนให้หยิบเอง 1 บาท แต่ไม่ได้หยิบมา)
เริ่มแรกเค้าจะเอา ดินสีขาวๆ ที่มีส่วนผสมสำหรับทำพระผงมาแล้ววางไป บนแท่นพิมพ์พระวันเกิด
ของเรา เค้าจะถามวันเกิดแล้วพาไปอันที่เป็นวันเกิดเราค่ะ  แล้วให้เราดึงคันโยกๆ 2-3 ครั้งแรงๆ
ก็จะได้ออกมาเป็นรูปพระ ทีนี้ ให้เอาแผ่นทองที่เขียนชื่อนามสกุลเราลงไป วางลงไป แล้วปั๊มอีกที
ให้แผ่นทองติดอยู่กับพระ แล้วเค้าก็ตัดเอาส่วนเกินออกไป ก็จะได้พระที่พิมพ์เองกับมือ ออกมา
ตอนนี้ดินยังเปียกๆอยู่ เค้าบอกว่า แปปนึงพระก็จะแห้งและแข็งขึ้นเอง ให้เราเอาไปบูชา ไหว้พระ
เป็นอันเสร็จพิธี ดีจังไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ชอบๆ
เสร็จแล้วก็เดินไปทำบุญสร้างระฆังใหญ่ เพื่อไปแขวนบนเจดีย์อีกเช่นกันค่ะ มีแม่ชีมายืนพูดให้เรา
ว่าตาม ขอพร ดีมากๆเลย ดูจริงจังมาก แล้วก็เอาเหรียญๆแบบนี้ ค่อยๆหย่อนใส่ลงไปในราง
อธิฐานขอพรแล้วก็ทำบุญไป 100 บาท รู้สึกว่าเป็นการทำบุญที่ได้บุญทันทีเลย แบบอิ่มเอิบใจ
บอกไม่ถูก
เรียบร้อยจากการทำบุญ ก็ได้เวลาพิชิตบันได 1,237 ขั้นกันแล้วค่ะ ตอนที่ขึ้นไปนี่ไม่กลัว ไม่ท้อ
ไม่อะไรทั้งนั้น เพราะมองไปที่เป้าหมายอย่างเดียว วารู้ตัวเองว่า อ้วน กำลังขาไม่มี เดินไม่ไหว
แต่ใจสู้ซะอย่าง ยังไงวันนี้ก็ต้องถึงชั้นบนสุดให้ได้ ต้องไปให้เห็นกับตา ก่อนขึ้นเราก็ชิวสุดๆ
ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย
คือไม่คิดว่าจะสาหัสใดใดๆ กะไปชิว คือ มีกระเป๋าสะพายข้างอันนึง ใส่พวกแว่นตา เงิน โทรศัพท์
ที่ชาร์ตแบต มีกระเป๋ากล้องอันนึง ขวดน้ำ ไซส์เล็ก 1 ขวด แล้วก็ ไก่ทอด 4 ชิ้นข้าวเหนียว 2 ห่อ
เป็นเสบียง 55555 ทั้งหมดนี้ สำหรับ 2 คน ที่ขึ้นไปด้วยกันนะคะ
ผ่านไป 300 ขั้น อีกคนเริ่ม งอแง ไม่ยอมไป จะลงท่าเดียว น้ำขวดเล็กแบ่งกันกินเริ่มหมด
มันเหนื่อย แทบขาดใจมากกกกก วาก็ไม่ไหวนะ พักทุกขั้นบันไดเลย ขาก็ปวด น่องก็ปวด
แต่ใจสู้ เท่านั้นจริงๆ มีคนเดินตามมาบ้าง ผ่านไปบ้าง คนไทย ฝรั่ง เหนื่อยมากทุกคน
หายใจลึกๆ ไม่พูดไม่คุย ก็ไม่ช่วยอะไร 55555555
เหนื่อยแบบหายใจไม่ทัน แต่ก็ดันทุรังกันไปเรื่อยๆ ครึ่งทางก็ นั่งยาวววววว
ตอนนี้ใจเริ่มมากันละ ยังไงก็ไม่ลง เราไม่เร่งตัวเอง ขึ้นถึงกี่โมงก็ช่าง พักตลอดก็ไม่เป็นไร
เอาให้ถึง วัดใจตัวเองให้ได้ สู้โว้ยยยย
ราวๆ ขั้นที่ 8-900 อยู่ๆก็มีหมาโกลเด้นเดินขึ้นมา เราก็ เย้ยยยยย ตกใจ มาจากไหน ซักพัก
ก็มีพระเดินตามมา อ่อ ตัวนี้เป็นหมาวัด ตามพระขึ้นมาทำงาน 5555 เห็นพระเดินไปเดินมา
ซ่อมไฟตามบันได นั่นนี่ ก็เข้าใจว่าพระวัดนี้ต้องแข็งแรงนะนี่ เดินกันขนาดนี้เชียว
ก็แวะเล่นกับหมาหน่อยนึง แล้วหมาก็ขึ้นนำไปก่อน โอ้โห เชื่อเค้าเลย นำไปก่อนเลย
พี่จะรีบตามไป พี่จะไม่อายหมา 5555555
ช่วงหลังๆจากเจอหมาแล้วแรงฮึดก็มา ไม่นานนักก็ขึ้นไปถึงค่ะ ด้านบนสุดของบันได ใช้เวลาร่วมๆ
2 ชั่วโมง ในการเดิน ขึ้นไปก็เจอ ก๊อกน้ำดื่มก่อนเลย เป็นน้ำกรองที่สามารถใช้ขวดที่เรากินหมด
แล้วถือขึ้นมาเนี่ยแหล่ะ กรอกน้ำใส่ขวดกินได้สบายใจเลย เป็นน้ำที่อร่อยที่สุดในทริปนั้น พูดเลย!
ขึ้นไปด้านบนนั้น มันที่สุดแล้วจริงๆ นอกจากจะชนะใจตัวเองได้ วิวข้างบนก็ มุมกว้างพาโนรามา
อลังการ สุดยอดมาก มีทั้งวิวเขา สไตล์กระบี่ วิวบ้านคน วิวป่า และวิวเมือง เห็นเขาขนาบน้ำด้วย
อากาศดี สบายใจ ดีใจที่ได้ขึ้นมาเห็นด้วยตัวเอง
ถ่ายรูป รัวๆ ไม่ยั๊งเลย หน้าโทรมมาก แต่ก็จะถ่ายล่ะนะ อุตส่าห์ขึ้นมาได้ถึงนี่
เพราะนี่ถ้าเอากล้องใหญ่มา คงแบกขึ้นบันไดคอหัก ลำพังจะเดินไม่มีกล้อง ก็จะแย่แล้วเนี่ย >.<
อันนี้เบามาก สบายเลย เอาที่ว่างกระเป๋าใส่ไก่ทอดมากินแทน 5555
หยิบเสบียงไก่ทอดขึ้นมากินให้หายเหนื่อย มีน้องโด้ หมาวัดพันธุ์โกลเด้น ตัวเดิม
มานั่งจ้องหน้าทำตาปริบๆใส่ด้วย 5555555555 เอ้ามาๆแบ่งกันๆ
ไหว้พระ แล้วก็นั่งเล่นกินลมนานมาก ฟ้าเริ่มมืดลง ก็คิดว่าได้เวลากลับลงไปซักที กลัวเดินๆแล้วมืด
กลางทาง คงไม่สนุกเท่าไหร่ ข่าวว่า มีลิงเต็มไปหมดเลย เดี๋ยวลิงมาแย่งของ ลงกันเถอะ
ขาลงแทบวิ่ง เพราะมันง่ายกว่ามาก แต่ตรงชันๆก็ระวังหน่อย แต่เร็วกว่าตรงที่ไม่ต้อง
พักเหนื่อยนาน แต่ก็เริ่มร้าวๆปวดขานิดนึงเหมือนกัน พอช่วง 3-400 ขั้นสุดท้ายก่อนถึงพื้น
เจอฝูงลิงนั่งขวางบันได แบบ ยกครอบครัวมากันเลยทีเดียว เห่ยยยยยย มันจะมาทึ้ง
ดึงผมอะไรเราไหมนะ
ตอนนั้นเก็บกล้อง เก็บกระเป๋า ถุงพลาสติก ขวดน้ำ เก็บหมด แล้วค่อยๆเดินผ่านลงไปช้าๆ
มีดราม่าเกิดขึ้นนิดหน่อยๆ คือลิงตัวนึงพยายามจะดึงขวดน้ำไป แต่ก็ยื้อกันมาได้ แล้วบางตัว
ก็เกาะขาดึงๆ อารมณ์ ขอขนมหน่อยยย แต่ก็ไม่น่ากลัวมากนัก คือเดินผ่านไปเลย
อย่ามามัวกลัว มันก็ไม่ได้ทำอะไร
พอลงไปข้างล่างกว่าฝูงที่นั่งอยู่แล้ว ก็เลยแอบถ่ายรูปนิดนึง ซูมเอา อยากถ่ายรูปลิงเบบี๋
มีเยอะมาก ตัวเล็กๆเต็มเลย กลัวแม่มันจะกัดเอามากแบบหวงลูก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผ่านไปด้วยดี ปวดขาสุดๆ แวะไปดูอีกบันไดนึง เป็นทางขึ้นวนอุทยาน เห็นแล้ว อะโหไม่ไหว
เอาไว้ทริปหน้า บึ่งมอเตอร์ไซต์ เข้าเมือง ไปหาโรตีกินดีกว่า
พอถึง 4 แยกมนุษย์โบราณ ห้างโวค ก็เจอโรตี เปิดขายแล้ว ไม่มีคนเลยเพราะมาตอน 6 โมงนิดๆ
วันนี้ไม่มีถนนคนเดินด้วย เลยยังไม่มีคน ก็สั่งโรตีกรอบ ของโปรดมากิน กับ ชาเย็น กาแฟเย็น
เปรมปรีด์มาก โรตีกรอบร้านนี้มันแผ่นบางๆ กรอบๆ ทอดกำลังดี ไม่รู้สึกว่าอมน้ำมันเท่าไหร่
แล้วก็สั่งแบบเอากลับไปกินที่โรงแรมต่ออีก 1 ถุง mission 3 complete แล้วววว
ฟ้ามืดลง ก็บึ่งมอเตอร์ไซต์กลับอ่าวนาง หลงทางเบาๆ ที่กระบี่จะมีภูเขาตั้งตระหง่านเป็นระยะๆ
เป็นจุดเด่นของที่นี่เลย ตอนกลางวันก็สวยดี แต่กลางคืนนี้ มันดูดำทะมึน หลอนไม่ใช่เล่นๆ
ถนนบางเส้นมืดมาก หลอนเลย ฮ่าาาา
.....
วันนี้ พระอาทิตย์ตกตอนกำลังกินโรตีอยู่ เลยไม่ได้เห็นแสงพระอาทิตย์ตกน้ำสวยๆเลย
แต่แอบเห็นฟ้าสวยๆ ตอนระหว่างทาง ก็ถ่ายรูปบนมอเตอร์ไซต์ วิ่งไปด้วย ถ่ายรูปไปด้วย
กล้องสมัยนี้ฉลาดแหะ
ถึงที่พักก็สลบเลยค่ะ ไม่มีแรงไปหาข้าวเย็นกิน แต่กินโรตีก็อิ่มอืดอยู่ เลยไปได้ ลูกชิ้น
ไม้ละ 10 บาท หน้า 7-11 มากิน 5 ไม้ อิ่มจริงจัง แล้วก็นอนดีกว่า มีจองไปเที่ยว 4 เกาะ
ของพรุ่งนี้ เค้านัด 9 โมง รถมารับที่รีสอร์ท เดี๋ยวค่อยไปหา อะไรกินอีกทีเช้าเลยละกัน
คร่อกกกกกกก !
เช้าอีกวัน บึ่งมอเตอร์ไซต์มาที่ปากซอย มองขวา เห็น Familymart มองซ้ายเห็น 7-11 และ
ร้านไก่ทอด! เลยไปจอดหน้า 7-11 ก็เห็นว่ามีร้านข้าวแกงอยู่ติดกับ 7-11 เลย ขายเป็นข้าวราดแกง
ที่เป็นแกงใต้ มีปลาทอด ไข่ อะไรแบบนี้ด้วย มีข้าวหมกไก่ด้วยนะ รอดแล้วมื้อนี้! แต่วาก็กิน
ข้าวราดแกงไตปลา ของโปรดอยู่ดี พร้อมกับไปซื้อไก่ทอดที่หน้าร้านมากินด้วย อร่อยจัง
น้ำพริกผักแถมฟรีด้วยค่ะ
อิ่มแล้วก็กลับที่พักเตรียมตัวรอรถของบาราคูดัสมารับ นั่งรออยู่ที่ชั้นล่างของโรงแรม ตรงสระว่ายน้ำ
ตรงนี้มีห้องพักริมสระ 2 ห้อง คือห้อง 101 กับ 102 อยากพักห้องนี้เหมือนกันนะ แต่เวลา
มีคนมาเล่นน้ำหน้าห้อง อาจจะรำคาณนิดนึง วิวตรงสระว่ายน้ำนี่สวยดีจังเลย
พร้อมไปเกาะแล้วฮ่ะ! (ป้ากลัวแดดเฟร่อ)
9 โมงนิดๆ รถก็มารับไปส่งที่อ่าวนาง เช็คชื่อ รับสติ๊กเกอร์ แล้วก็ขึ้นเรือกันค่ะ วาจองแบบ
เรือหางยาวมา แต่เรือที่ได้ไปวันนี้เป็นเรือไม้ขนาดใหญ่ ในโบร์ชัวร์เขียนว่า Big Boat
ก็โอเคนะ เรือใหญ่ดี จุได้หลายคน ไม่โคลงเคลงดี ไปแบบนิ่งๆไม่น่ากลัว แต่ข้อเสียคือ
เทียบฝั่งไม่ได้ ต้องลุยน้ำลงไปเกือบถึงสะโพก กว่าจะได้ขึ้นเรือ เรียกว่าเปียกตั้งแต่
ต้นทริปเลยทีเดียว
ทัวร์ 4 เกาะวันนี้ ไกด์บอกว่า จะไปที่ไร่เลย์ก่อน ตรงหาดถ้ำพระนาง ไม่นานนักก็ไปถึงค่ะ ก้าวแรก
เมื่อถึงหาดคือ แดดดีมาก ร้อน! แต่รู้สึกว่า ที่นี่ สวยกว่าที่เคยมาเยอะเลยแหะ หรือตอนนั้น
จำไม่ค่อยได้แล้วก็ไม่รู้ แต่ วิว บรรยากาศ ความสะอาด มันยังโอเคทีเดียว
ที่นี่เค้าให้เวลา 50 นาที ก็เดินเล่นถ่ายรูปกันไป มาถึงก็ขอ Selfie ซักหน่อย เย่!
 เดินเล่นไม่นานก็ครบเวลา ปีนกลับขึ้นไปบนเรือ แล้วไปที่จุดหมายต่อไปค่ะ นั่นก็คือ ทะเลแหวก
ซึ่งรวมเกาะทับ เกาะหม้อ เกาะไก่ 3 อัน แล้วมีสันทรายเชื่อม แบบเดินหากันได้ สันทรายจะชัดก็
ขึ้นอยู่กับ น้ำขึ้นน้ำลงค่ะ คราวก่อนที่มา มันไม่แหวก เดินผ่านไม่ได้เลย ลึกเท่าอก วันนี้พอเดินได้
เป็นน้ำราวๆ ต้นขาค่ะ
เค้าให้เราทานข้าวที่นี่เลย เมื่อก่อนที่เคยมาเค้ายื่นข้าวกล่องให้กล่องนึง แห้งแล้งมาก วันนี้เค้า
เปลี่ยนเป็น กล่องพลาสติก มีข้าวอยู่ข้างใน ให้เราหยิบคนละกล่อง แล้วไปรอรับกับข้าวอีก 3 อย่าง
เหมือนโรงอาหารเลย 55555 ได้มาเป็นไก่ผัดขิง ผัดผัก จืดๆทั้งคู่ ให้ฝรั่งกินได้ แล้วก็ไก่ทอด
รสชาตดีค่ะ อิ่มตื้อเลยล่ะ แล้วก็ไปถ่ายรูปเล่นกัน
ไม่นานนักเค้าก็เรียกขึ้นเรือ ไปดำน้ำต่อค่ะ ไปจอดดำน้ำตรงแถวๆหัวไก่ ของเกาะไก่
อ้อมๆไปข้างหลังหน่อย วาว่า มันไม่ค่อยมีอะไรอ่ะ คือเรือมันใหญ่ด้วย เค้าก็ปล่อยให้ลง
ห่างจุดที่มีประการังหน่อย ถ้าจะดูต้องว่ายห่างออกไปเอง
ใครไม่รู้มองกล้องตูทำไม 55555
แต่น้ำนิ่ง แล้วก็มีฝรั่งว่ายไป เลยว่ายตามไป ก็มีปลาเยอะดีค่ะ แต่ประการังมันเฉยๆอ่ะ
ไม่มีอะไรตื่นเต้น ที่เยอะก็คงเป็นปลาเสือ ที่เยอะมาก คงมีคนเอาอาหารให้ตลอดเวลา
คนมี ปลาเลยมารุมขนาดนี้
แล้วก็ขึ้นเรือ ไปต่อที่ เกาะปอดะค่ะ เป็นเกาะสุดท้ายของทริปนี้ ทุกที่ไม่ห่างกันมาก ชิลล์ๆ สบายๆ
มาถึงก็ปล่อยฟรีสไตล์ 1 ชม. ใครใคร่ถ่ายรูปจัดไป หรือใครใคร่นอนก็ตามสบาย ที่นี่มีร้านค้า
สวัสดิการด้วยนะ อ้อๆ ลืมบอก ที่ทะเลแหวกก็มีค่ะ Coke กระป๋องละ 60 บาท ตามนั้น
ใครอยากฟิน ซื้อติดมากินเองจะดีกว่า ที่ทัวร์ให้น้ำเปล่าคนละขวดเท่านั้นจ้า
วาก็ไปลากเตียงผ้าใบมากางนอน(ฟรี) หลับกันยาวๆ เพลินมาก หลับใต้ต้นไม้ วิวเป็นทะเล
เวลาผ่านไปไวมาก เค้าเรียกกลับขึ้นเรือแล้ว
แล้วเค้าก็มาส่งที่อ่าวนางค่ะ แล้วก็แบ่งให้เราขึ้นสองแถว แยกไปส่งตามโรงแรม เป็นอันว่าจบทริป
เรียบร้อย กลับถึงโรงแรม ก็อาบน้ำแล้วบึ่งมอเตอร์ไซต์ไปหาขนมจีนกินต่อ (ขนมจีนอีกแล้วววว)
คือเห็นว่า ไม่ไกลจากโรงแรมมาก มีร้านขนมจีนอยู่ เปิดบ่ายๆ เป็นขนมจีนแบบ ตักเอง ไม่ถึงกับ
Buffet นะ แค่หยิบขนมจีนแล้วไปตักเองเท่าที่จะพอใจ 1 ครั้ง ในราคาจานละ 40 บาท ซึ่งวาก็
จัดแกงไตปลามา เต็มจานเลย ปรากฏว่า มันเผ็ดมากกกกกกกก ทุกร้านจะให้ไม่ค่อยเยอะ
เพราะแบบนี้นี่เอง เผ็ดว้อยยย 555
อิ่มแล้วก็ไปเที่ยวเล่นที่อ่าวนาง แวนซ์มอเตอร์ไซต์ไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอ ร้านอาหารข้างทาง
เหมือนตลาดนัดโต้รุ่งเลย รวมอาหารรถเข็นเพียบ แวะดูราคาก็ไม่แพงมากนะ อาหารตามสั่ง
50 บาท โรตีมีหลายร้าน อันละ 20 บาท ลูกชิ้นทอด หมึกย่าง กุ้งทอด น้ำปั่น ผลไม้ เพียบ
เพลินเลย แต่ก็อิ่มขนมจีนมาแล้ว เลยได้ โรตีกรอบ มากินนิดหน่อย ถ้าอร่อยจะมาซื้ออีก!
(ปรากฏว่า อร่อยมว๊ากกกกก)
โรตีกรอบ ฟูๆ อร่อยใช้ได้ 20 บาท จากอ่าวนาง
กลับถึงที่พักก็หลับยาวเลยจ้า สะดุ้งตื่นมาอีกที ฟ้าจะมืดแล้ว รีบบึ่งไปดูพระอาทิตย์ตกกันดีกว่า
ข่าวว่าพระอาทิตย์ตกฝั่งทะเลคงสวยดี แต่ลืมคิดไปว่า โรงแรมไม่ได้ติดหาด ต้องบึ่งมอเตอร์ไซต์
ไปอีกเลยไปไม่ทัน แต่ก็ยังพอได้เห็นแสงสีสวยๆ ของท้องฟ้าหลังพระอาทิตย์ตกไปแล้วบ้าง
 
Smiley
สนุกกันพอแล้ว ก็ไปซื้อโรตีที่ร้านเดิม แล้วก็กลับที่พัก นอนนนนน พรุ่งนี้กะไว้ว่าจะตื่นแต่เช้า
ไปเที่ยวหนองทะเล เห็นมาจากกระทู้ว่าบรรยากาศยามเช้า สวยงาม ก็เลยรีบเข้านอนค่ะ
เช้าตรู่ก็รีบตื่น ราวๆ 6 โมงออกจากที่พัก ไปที่หนองทะเล ราวๆ 6 กิโลเมตร ไปช้าเกินไป
ไปถึงก็พระอาทิตย์ขึ้นสูงละ เลยไม่ได้เห็นตอนฟ้าเป็นสีๆสวยเลย ที่นั่นมีบ้านคนเยอะไปหมด
เราไปนั่งถ่ายรูปเค้าก็มองๆ เลยไม่กล้าเข้าไปข้างในอีก
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เลยลองใช้ โหมดพระอาทิตย์ตก ดู มันจะปรับโทนสีให้เป็นแบบออกส้มๆ
ทำให้ดูแสงอาทิตย์ กำลังจะลับขอบฟ้า หรือกำลังจะขึ้นก็ได้แหล่ะ เหมือนมาทันตอนมัน
กำลังขึ้นป่ะ จริงๆขึ้นไปแล้ว แดดจ้าเลย แหะๆ หลอกตัวเองเฟร่ออออ ไว้คราวหน้าจะพยายาม
เข้าไปถ่ายน้องเป็ดข้างในให้ได้เลยยย
ไหนๆก็ตื่นเช้าขนาดนี้แล้ว ก็เลยบึ่งไปเที่ยวหาดใกล้ๆดู ก็ไปที่หาดคลองม่วง เงียบมาก
ไม่ค่อยมีอะไรเลย เลยคิดว่าไปหาอะไรกินดีกว่า อยากกินติ่มซำหาๆในกูเกิ้ล ก็มึนๆ
เห็นเค้าว่าร้านติ่มซำมีแต่ในเมือง แต่ตอนนั้นก็ยังเช้าอยู่ ไปในเมืองก็ได้ไปลองดู
(มารู้ทีหลังว่าที่อ่าวนางมีติ่มซำเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้มีจริงป่าว)
ระหว่างทางจากคลองม่วง ไปอ่าวนาง ก็ผ่านหมู่บ้านช้าง (คิดเอาเอง) เห็นเค้าเอาช้างออกมา
เดินไปเดินมา แต่ละตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ดูมีความสุขดีจัง เป็นบ้านหลายๆหลังรวมกันอยู่
ช้างเยอะมากเลย แอบจอดถ่ายรูปแปปนึง  ไม่นานนักบึ่งไปจนถึง ในเมืองค่ะ จิ้มมั่วๆมา
ได้เป็นร้านนี้ ติ่มซำ@กระบี่ แต่ที่เสริชเจอมันคือ กระบี่ ติ่มซำ นะ
เข้าไปเค้าก็ให้ไปเลือกติ่มซำที่อยากกินในตู้แช่เย็น เค้าไม่มีป้ายราคาบอกไว้ มารู้ทีหลัง
คือ เข่งละ 20 บาท ก็เลือกกันใหญ่ไม่ได้สนใจราคาเลย หลายอย่างน่ากิน หยิบๆๆ
แล้วเค้าก็เอามาเสริฟที่โต๊ะค่ะ พร้อมกับ สั่งโจ๊กไปด้วย เห็นในรูปหน้าตาดีเชียว โจ๊กไข่เยี่ยวม้า
ราคา 40 บาท จัดมาเหมือนในรูปเป๊ะ น่ากินอ่ะ สรุปหมดไป 300 บาท รวมติ่มซำรวมน้ำ รวมโจ๊ก
สำหรับอาหารเช้า
อิ่มแล้วก็กะว่าเดี๋ยวแวะไปถ่ายรูปที่เขาขนาบน้ำ ปูยักษ์ แล้วก็กลับอ่าวนางเก็บของเตรียมเช็คเอาท์
ที่โรงแรมเช็คเอาท์ 11.30 น. ต้องคืน มอเตอร์ไซต์เวลาเดียวกัน แล้วก็กะว่าจะเรียกรถ Shuttle Bus
มารับด้วยเลย
มิชชั่น คอมพลีสทุกอย่างก็กลับมาที่โรงแรมค่ะ ราวๆ 9.30 เอง คือเช้ามาก ตื่นเช้ามันดีแบบนี้นี่เอง
นอนกลิ้งเกลือกได้อีกนานกว่าจะได้เวลาเช็คเอาท์ แต่ในที่สุดก็ถึงเวลาต้องไปแล้วจริงๆค่ะ โทรหา
Shuttle Bus ได้ความว่า รถรอบ 11.30 เต็มแล้ว Smiley เลยจองรอบ 12.30 แทนก็ได้ แล้วก็
ให้เค้ามารับที่โรงแรมเลย ปกติเค้าจะจอดที่แถวๆ Mcdonald อ่าวนางนะคะ แต่โทรไปเค้าบอก
เค้าจะมารับ ดีจัง
นั่งรอไม่นาน รถก็มารับ แล้วก็มาส่งที่สนามบิน ใช้เวลาร่วมๆ 1 ชม. ค่ะ วามีบินไฟลท์ 16.00 นใ
ก็มาชิลล์ไม่ได้รีบอะไรเลย กะมานั่งหลับรอที่สนามบินอยู่แล้วล่ะ แต่ถ้าใครมีไฟล์ทด่วนๆ
ก็เผื่อเวลานิดนึงนะคะ บางทีมันเลทกว่านั้นเยอะ เพราะเค้าแวะรับคนไปทั่วเลย
มาถึงสนามบิน ดูในจอ เคาท์เตอร์เช็คอินยังไม่เปิด เลยไปเช็คอินที่ตู้คีออสก์ แล้วก็ได้
ปริ๊นใบออกมา งงๆ อ้าว แล้วกัน จะแปะสติ๊กเกอร์ที่กระเป๋าเองได้ไง ไม่เคยทำ ฮ่าาา
เลยเดินไปต่อแถวที่เคาท์เตอร์ แล้วบอกเค้าว่า ขอ Drop Bag หน่อยค่ะ เช็คอินมาแล้ว
เค้าก็ทำให้อย่างดี ตัวโล่งแล้ว ไปหาข้าวกินดีกว่า
ลานจอดรถ หน้า Terminal 2 คือสวรรค์ค่ะ ตรงนี้มีทั้ง ข้าว ขนม เครื่องดื่ม ราคารับได้ขายอยู่
เห็นพนักงานสนามบินมากินทั้งนั้นเลย ข้อเสียคือ ร้อนมาก แต่ข้อดีคือ ไม่แพง หยวนๆกันไป
เค้าจะมีเป็นข้าวกล่อง อาหารตามสั่งค่ะ กล่องละ 45 บาท ก็เลือกๆแล้วยื่นให้เค้า เค้าจะ
เอาไปใส่จานให้ วันนั้นวาก็จัดข้าวหมูกระเทียมไข่ดาว 45 บาท สบายไปอีก 1 มื้อ อ่อ
มาม่ากระป๋องละ 25 บาทนะคะ กาแฟเย็นราวๆ 30-40 บาท ตามสะดวกเลย อิ่มแล้ว
ก็เข้าไปนั่งรอที่เกตค่ะ
เกตที่นี่ มองเห็นเครื่องบินชัดเจน วิวดีงามมาก
ไม่นานนักก็ขึ้นเครื่องค่ะ วันนี้ได้นั่งเครื่อง ตัวการ์ตูน Line ด้วย น่ารักจังงงงง
อากาศดี ท้องฟ้าโปร่ง เป็นอันจบทริปนี้อย่างมีความสุขค่ะ
 
ทริปนี้.... แฮปปี้มาก เพราะเหมือนได้ไปเที่ยวตามใจปารถนา อยากไปไหนก็ไป อยากกิน
อะไรก็ไปเสาะหา เป็นอีกทริปที่เหนื่อย แต่สนุกมากค่ะ ทริปนี้จ่ายเงินเองล้วนๆ แต่ก็ไม่แพง
เพราะเลือกโรงแรมกลางๆ จองตั๋วโปรโมชั่น ใครๆก็เที่ยวได้นะสมัยนี้ ขอแค่ให้วางแผนดีๆ
ติดตามโปรให้ดี วาจองตั๋วเครื่องบิน 2-300 บ่อยมาก แฮปปี้ 555555
-------------------------------------

ทริปนี้หมดค่าใช้จ่ายไป

- ตั๋วเครื่องบินรวมโหลดกระเป๋าไปกลับ 2000 บาท
- ที่พัก 1690 บาท
- ทัวร์ 900 บาท
- เช่ามอเตอร์ไซต์ 2 วัน + ค่าน้ำมัน 500 บาท
- ค่ากินและอื่นๆจิปาถะ 1000 บาท
หารแล้วตกคนละ 3000 นิดๆ รวมทุกอย่าง ถือว่าประหยัดไหมนะ 5555

-------------------------------------
เอาล่ะค่ะ ในที่สุด รีวิวทริปกระบี่ ทริปนี้ ก็จบเพียงเท่านี้ค่ะ มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบี่
การเดินทาง การท่องเที่ยว ก็ถามมาได้เลยนะค๊า ขอบคุณที่เข้ามาชมรีวิวของวาค่ะ
พบกันใหม่ทริปหน้า... ขอบคุณ และสวัสดีค่าาา บ๊าย บายยยย

มีอะไรสอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามทริปการเดินทาง รีวิวไร้สาระของวาได้ที่

Facebook : นังนู๋วา
Blog : www.nangnoowa.com
IG : aiwa555
Youtube : aiwa555
email : aiwa555@hotmail.com

 

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว