4 เรื่องที่นักเดินทางตัวจริงไม่ควรพลาด เพื่ออรรถรสในทุกทริป

4 เรื่องที่นักเดินทางตัวจริงไม่ควรพลาด เพื่ออรรถรสในทุกทริป

     ทุกครั้งก่อนเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจุดหมายปลายทางจะเป็นที่ไหน เราเชื่อว่าส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นเรื่องของการเตรียมข้าวของเครื่องใช้ให้พร้อม ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง แต่สิ่งที่ Sanook! Travel อยากพูดถึงก็คือเรื่องอื่นๆ นอกกระเป๋าเดินทางที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสอย่างต่อเนื่องให้กับทุกทริป

     เรามาดูกันดีกว่า นักเดินทางตัวจริงเขามีทิปส์อะไรที่ทำให้เที่ยวได้อย่างสบายใจและสนุกเป็นพิเศษ

ห่างจากโลกโซเชียลได้ แต่ไม่ตัดขาดการสื่อสาร

  

     จริงอยู่ที่ว่าการเดินทางเป็นโอกาสให้เราได้ห่างจากโลกโซเชียลและชื่นชมกับสิ่งรอบตัวบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่หาข้อมูลเกี่ยวกับบริการโรมมิงหรือการหาซื้อซิมการ์ดในประเทศนั้นๆ เลย เพราะในทุกทริปอาจเกิดเรื่องที่คุณไม่คาดคิดมาก่อนก็ได้ ตั้งแต่หลงทาง ตกรถ ไม่สบาย จองที่พักพลาด ไปจนถึงอุบัติเหตุ และหากจำเป็นต้องติดต่อใครเพื่อขอความช่วยเหลือในสถานการณ์เหล่านั้น โทรศัพท์ของคุณก็ควรพร้อมสำหรับการติดต่ออยู่เสมอ

     เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มทริปทุกครั้งให้หาข้อมูลเกี่ยวกับซิมการ์ดของประเทศที่เราจะเดินทางไป ทั้งในเรื่องค่าบริการและพิกัดที่ขาย หลายประเทศสามารถหาซื้อได้ที่สนามบินหรือบริเวณใกล้เคียง หรือถ้าหาข้อมูลล่วงหน้าแล้วไม่เจอจริงๆ ให้ถามเจ้าหน้าที่สนามบินได้เลย เชื่อเถอะว่าคุณไม่ใช่คนแรกหรอกที่ถามเรื่องนี้กับพวกเขา ถ้าคะเนแล้วว่าระหว่างทริป คุณคงใช้ไม่เยอะ เพราะไม่ได้ต้องเช็คเมล์งานหรือติดโซเชียลตลอดเวลา กลับที่พักก็มี Wifi ใช้ ก็ให้เลือกโปรโมชั่นค่าบริการที่ถูกสุด เพราะจุดประสงค์ของคุณไม่ใช่เพื่ออัพรูปแบบเรียลไทม์ แต่เพื่อให้ติดต่อได้ตลอดเวลาในยามจำเป็น

หัดจำประโยคง่ายๆ ที่เป็นภาษาถิ่น

     “สวัสดี” “ขอบคุณ” “ราคาเท่าไหร่” เป็นตัวอย่างของคำพูดง่ายๆ ที่คุณควรจะจำให้ได้ก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้ในบางสถานการณ์แล้ว บางครั้งยังทำให้เจ้าถิ่นรู้สึกเป็นมิตรกับคุณได้อย่างง่ายดายด้วย และอาจขยายไปถึงประสบการณ์พิเศษๆ น่ารักๆ ที่เกิดขึ้นมาจากการพูดภาษาท้องถิ่นง่ายๆ นี่ล่ะ

     มีนักเดินทางคนหนึ่งเคยแชร์ประสบการณ์ให้ Sanook! Travel ฟังว่า แม้แต่ประเทศที่นักท่องเที่ยวเต็มเมืองอย่างญี่ปุ่น พอพูดภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ อย่างคำว่า “อร่อยมาก” กับเชฟซูชิในร้านที่มีชาวต่างชาติกว่าครึ่งร้าน เชฟก็ดูเหมือนจะใจดีกับเธอเป็นพิเศษ และแถมซูชินอกเมนูให้คนเดียวอีกต่างหาก

ส่องปฏิทินกิจกรรม



     บางคนเลือกไปบางประเทศก็เพราะตั้งใจจะไปอีเวนท์ที่จัดขึ้นที่ประเทศนั้น ที่เห็นได้ชัดก็คือคนที่ชอบไปมิวสิกเฟสติวัลต่างๆ แต่สำหรับอีกหลายคนที่ไม่ได้มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงขนาดนั้น ก็ยังสามารถซึมซับอรรถรสจากอีเวนท์ต่างๆ ได้ โดยหลังจากเรื่องตั๋วและวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ให้ลองเสิร์ชข้อมูลดูว่า เมืองและประเทศที่เราจะไปนั้นมีอีเวนท์น่าสนใจอะไรจัดขึ้นช่วงที่เราเดินทางบ้างหรือเปล่า

     วิธีนี้อาจทำให้คุณได้เจอกับเทศกาลอาหารเล็กๆ แต่อิ่มและอร่อยเวอร์ เทศกาลหนังอินดี้ที่ยังมีบัตรเข้าชมเหลือ คอนเสิร์ตฟรีเด็ดๆ ขบวนพาเหรดที่มีปีละครั้ง หรือร้านเสื้อผ้าแบบป๊อปอัพที่เปิดเฉพาะกิจแค่ไม่กี่วัน เท่านี้ก็เป็นอีกสีสันในการเดินทางแล้ว

อย่าลืมประกันเดินทาง



     ยอมรับตรงๆ ว่า Sanook! Travel เองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่มองข้ามเรื่องของการประกันภัยการเดินทาง ทั้งที่จริงแล้ว ประกันการเดินทางสำคัญมากสำหรับคนเดินทาง เพิ่งรู้ว่าค่าเบี้ยประกันต่อทริปนั้นน้อยกว่าค่าที่พักต่อคืนเสียด้วยซ้ำ จนกระทั่งเคยเจอประสบการณ์เที่ยวบินดีเลย์ แล้วเพื่อนร่วมทริปที่ซื้อประกันเดินทางไว้ได้เงินชดเชยจากประกันในกรณีนี้ ขณะที่เราทำได้แต่นั่งรอ ก็เลยเริ่มหันมาหาข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มขึ้น จนตอนนี้ประกันเดินทางกลายเป็น a must ในการเตรียมตัวเดินทางทุกทริปของเราไปแล้ว

     แล้วไม่ใช่แค่เราคนเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อคุยกับคนที่เดินทางบ่อยๆ หลายคนก็เห็นตรงกันว่า ข้อดีของการประกันภัยการเดินทางก็คือ ประกันเดินทางให้ความคุ้มครองหลายเรื่องมากในแบบที่ไม่เคยรู้มาก่อน แค่จ่ายค่าเบี้ยประกันตามวันเดินทาง

     ที่สำคัญยังทำให้เราเที่ยวได้อย่างอุ่นใจขึ้น เพราะรู้ว่าถ้ามีเหตุฉุกเฉินบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างท่องเที่ยว ประกันภัยก็จะดูแลให้ อย่างเช่น เวลาเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ กระเป๋าเดินทางชำรุดสูญหาย เที่ยวบินล่าช้า การพลาดการต่อเที่ยวบิน หรือแม้ต้องยกเลิกไฟล์หรือเลื่อนวันเดินทางฉุกเฉินก็จ่ายชดเชยค่าโดยสารและค่าที่พักให้ หรือหากตัวเราเองเจ็บป่วยหรือคนในครอบครัวเจ็บป่วยจนต้องเลื่อนวันเดินทางหรือจนต้องยกเลิกทริปประกันก็ดูแลให้ ความคุ้มครองยังขึ้นอยู่กับแผนที่เราเลือกว่าอยากให้ครอบคลุมแค่ไหน

     ซึ่งตัวเลือกที่อยากแนะนำคือ ประกันภัยการเดินทาง กรุงไทยพานิชประกันภัย เพราะมีความคุ้มครองให้เลือกหลายแผนตามความต้องการของแต่ละคน เบี้ยประกันเริ่มต้นถูกตั้งแต่หลักร้อย มีวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท แล้วยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ที่คอยช่วยเหลือตลอดตั้งแต่ออกจากบ้านจบทริปเดินทาง

     ข้อดีอีกอย่างของประกันภัยการเดินทาง กรุงไทยพานิชประกันภัย ก็คือ สามารถใช้ยื่นประกอบขอวีซ่าเชงเก้นได้ เพราะเป็นแผนประกันที่สถานทูตรับรองแล้ว ซึ่งหากเราเลื่อนวันเดินทาง ก็สามารถเปลี่ยนวันคุ้มครองได้อีก หรือเมื่อต้องเดินทางฉุกเฉินสามารถซื้อประกันภัยล่วงหน้าก่อนเดินทางได้ 2 ชั่วโมง ก่อนเดินทาง และยังสามารถซื้อประกันภัยเดินทางได้ด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์ ง่ายๆ เพียง 4 ขั้นตอนเท่านั้น

     อยากเตรียมตัวให้พร้อมในแบบนักเดินทางตัวจริงที่ต้องวางแผนให้รอบคอบเสมอก่อนเดินทาง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมทั้งซื้อประกันเดินทางผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่ http://bit.ly/2k2C2rM



[Advertorial]