ตามหาความงามที่ซ่อนอยู่ "หมู่บ้านคีรีวงกต"

ตามหาความงามที่ซ่อนอยู่ "หมู่บ้านคีรีวงกต"
เลาะ แมกกาซีน

สนับสนุนเนื้อหา

ปลายฝนต้นหนาวกับเรื่องราวการเดินทางอันแสนมหัศจรรย์ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ในอ้อมกอดแห่งขุนเขา

ลมเย็นๆ พัดผ่านร่างไปในขณะที่กำลังยืนสัมผัสกับกลิ่นหอมๆ ของพื้นดินและต้นไม้ กับความงดงามของสายหมอกและก้อนเมฆ ธรรมชาติได้สรรค์สร้างไว้ให้เกิดดินแดนอันน่าจดจำแห่งนี้

เราตกหลุมรักในบรรยากาศโดยรอบได้อย่างง่ายดาย นี่ไม่ใช่ดินแดนที่ห่างไกลเกินเอื้อม แต่ที่นี่คือบ้านคีรีวงกต จังหวัดอุดรธานี

531668
ออกจากตัวเมืองอุดรมุ่งหน้าไปทางหนองคายบนถนนมิตรภาพ เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอบ้านผือ จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้คือ หมู่บ้านคีรีวงกต อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี

เราออกเดินทางจากอุดรในช่วงค่ำๆ เพราะต้องการจะไปเก็บบรรยากาศยามเช้าที่หมู่บ้านในวันรุ่งขึ้น

จากการศึกษาเส้นทางการเดินทางใน Google Map มาเป็นอย่างดีแล้ว เราจึงเลือกที่จะพักค้างคืนกันในตัวอำเภอน้ำโสมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากปลายทางของเรานัก

ตื่นเช้ามาจะได้มุ่งเข้าสู่หมู่บ้านคีรีวงกตได้เลย (แลดูเตรียมพร้อมนะ) ที่พักในอำเภอน้ำโสมส่วนใหญ่อยู่แถวๆ หลังโรงพยาบาลน้ำโสม ขับรถเลือกดูกันได้เลย

เช้าวันรุ่งขึ้น เราออกจากที่พักตอนตีห้า ก็ยังคงเชื่อมั่นในข้อมูลเส้นทางที่เตรียมไว้อยู่ จากตัวอำเภอน้ำโสมเรามุ่งหน้าสู่อำเภอนายูง

เช้ามืดในวันนั้นมีเพียงรถเราคันเดียวในเส้นทางเล็กๆ คดเคี้ยวนั่น เริ่มเอะใจกันแล้วว่า “หลง” รึเปล่านะ แต่คุณเนวิเกอร์ก็ยังส่งเสียงให้ตรงไปเรื่อยๆ นี่นา

ขับไปตามทางบนถนนขรุขระเป็นระยะๆ นั้นจนฟ้าเริ่มส​าง​ ทำให้เราพบว่าเส้นทางของเรานั้นไม่ได้เดียวดายเสียทีเดียว ต้นไม้ ภูเขา สายหมอก อยู่รอบๆ ตัวเรา

นี่มันดินแดนมหัศจรรย์อะไรกัน คำถามที่แล่นเข้ามาในหัว หมอกที่ลอยฟุ้งๆ เต็มไปหมดตามทางข้างหน้าและภูเขาที่วางตัวอย่างสลับซับซ้อน


766287
926217

นี่ฉันอยู่ในจังหวัดอุดรธานีจริงๆ หรือนี่ ถ้าหากเราจะหลงทางจริงๆ ก็ต้องถือว่านี่เป็นรางวัลปลอบใจที่มีคุณค่าและน่า​จดจำ​ต่อคนหลงทางมากๆ ขอบคุณอะไรก็ตามที่พาหลงมาทางนี้้

ขับตามสายหมอกไปสักพักใหญ่ เราสังเกตป้ายข้างทางได้ว่ากำลังนำทางไปสู่วัด​ป่าบ้านเพิ่ม​ เมื่อขับเลยวัดไปหน่อยจะเข้าสู่หมู่บ้าน เห็นได้จากยานพาหนะที่ใช้ทำมาหากิน

ซึ่งมีแค่แบบเดียวนั่นคือรถอีแต๊ก ก็ช่วยยืนยันว่าเราใกล้ที่หมายเข้าไปทุกทีๆ แล้วสายหมอกก็พาเรามาถึงหมู่บ้านคีรีวงกตในที่สุด

ถึงแล้ว แล้วยังไงต่อนะ ไปหาชาวบ้านที่พอจะให้ข้อมูลอะไรได้บ้างกันดีกว่า

เห็นคุณลุงนักการคนหนึ่งเดินอยู่แถวนั้นพอดี คุณลุงเป็นเป้าหมายและที่พึ่งเดียวของเราในเวลานั้น

เราถามคำถามอย่างคนที่ไม่รู้จะเริ่มอะไรตรงไหนในเวลานั้นว่า ถ้าจะดูหมู่บ้านนี้ในมุมที่สวยที่สุดจะต้องไปที่ไหน

คำตอบที่เราได้รับอย่างที่ไม่อยากจะเชื่อหู​ของ​ตัวเองออกมาจากปากของชายผู้ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเรานั้นว่า “ก็ดูจาก​ที่​ไร่ของลุงนี่แหละ” (นี่ลุงโม้รึเปล่าคะ ทำหน้างงทั้งทีม)

ถึงแม้จะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง แต่ด้วยสีหน้า น้ำเสียง และแววตาแห่งความเป็นมิตรไมตรีที่คุณลุงมอบให้ก็ทำให้เราอยากไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาสักครั้ง

เราจึงร้องขอให้คุณลุงพาไปในสถานที่​ที่ว่า​นั้น ลุงก็ไม่รอช้า พาเราขึ้นรถโฟร์วีลของลุงเองมุ่งหน้าสู่ไร่อัมรินทร์ หรือไร่พ่อขวัญ หรือไร่ลุงสุรินทร์ซึ่งเป็นชื่อของคุณลุง ในทันใด

ใครเอารถเล็กมาก็ขอบอกไว้เลยว่าให้จอดไว้ในหมู่บ้านได้เลย เพราะเส้นทางสู่ไร่อัมรินทร์นั้นยากลำบากพอตัว ถนนขรุขระและฝนที่ตกทั้งคืนทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง

แต่ก็เพิ่มความน่าตื่นเต้นในเส้นทางที่จะนำเราไปจุดหมายปลายทางได้ไม่น้อย คุณลุงสุรินทร์ไม่ได้เปิดไร่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

แต่เพื่อให้ญาติ เพื่อนพ้อง และคนสนิทได้ขึ้นไปชมความสวยงามของหมู่บ้านในพื้นที่ของลุงเอง เห็นไหมว่าเราโชคดีแค่ไหน


357566

เมื่อขับขึ้นไปถึงบ้านคุณลุงบนไร่ เราก็ต้องจอดรถไว้แล้วเดินขึ้นเขาต่ออีกสักหน่อย คุณลุงยังใจดีทั้งแบกขวดน้ำทั้งถางหญ้านำทางให้เรา

เราที่เหลือแค่เดินสะพายกล้องคนละตัวยังเหนื่อยเลย ไม่นานเมื่อถึงจุดที่คุณลุงภูมิใจนำเสนอ ในตอนนั้นเราตกอยู่ในภวังค์ของทิวทัศน์และบรรยากาศโดยรอบ 360 องศา

อย่างที่ไม่ต้องมีคำบรรยายอื่นใด ความงดงามของหมู่บ้านเล็กๆ ในดินแดนอีสานของเราอยู่ตรงหน้านี้แล้ว ลมเย็นและหมอกฟุ้งลอยอยู่ในระดับสายตาช่วงเช้า

384254
623364

หากมองมาจากอีกฝั่งของยอดเขา เราคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกหมอก​เหล่านั้น​ปกคลุมด้วยเช่นกัน ถ้าได้จิบกาแฟร้อนๆ สักถ้วยคงเข้ากับบรรยากาศน่าดู

พระอาทิตย์ในวันนั้นคงทำงานหนักไม่เบา เพราะกว่าจะเบียดตัวส่องแสงมายังหุบเขาก่อกวนให้สายหมอกจางตาก็เป็นเวลาเกือบแปดโมงเช้า

ในตอนนั้นเองทำให้เรามองเห็นหมู่บ้านคีรีวงกตที่อยู่เบื้องล่างจากมุมที่คุณลุงภูมิใจนำเสนอว่าเป็นมุมที่สวยที่สุด ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ในหุบเขา

โอบล้อมไว้ด้วยความงดงามของธรรมชาติในทุกมุมมอง ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราได้มาเจอกับคุณลุง

576776

สิบโมงเช้าเรามีนัดกับผู้ใหญ่อ๋อยเพื่อนั่งรถอีแต๊กล่องแก่งและกินข้าวป่าริมน้ำตก​ ​ก่อนถึงเวลานัดเรากินข้าวง่ายๆ กันที่ร้านค้าในหมู่บ้านใกล้กับโรงเรียน

คนในหมู่บ้านนี้มีน้ำใจมาก เจ้าของร้านค้าขับมอเตอร์ไซค์พาเราไปส่งที่บ้านผู้ใหญ่อ๋อย

ผู้ใหญ่อ๋อยเป็นผู้ใหญ่บ้านคีรีวงกต นักท่องเที่ยวท่านใดต้องการร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวในหมู่บ้านสามารถติดต่อ​​ผู้ใหญ่อ๋อย​และทำการนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อยสักสามวัน​

เนื่องจากผู้ใหญ่จะนำทีมชาวบ้านเตรียมกิจกรรมและการต้อนรับไว้ให้ ค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนอยู่ที่ 900 บาทต่อคน

​เป็นค่าใช้จ่าย​สำหรับการล่องแก่งโดยรถอีแต๊ก, ข้าวป่าริมน้ำตก, การค้างคืนแบบโฮมสเตย์ 1 คืน, อาหารและประเพณีพื้นบ้าน ในฤดู​ที่​น้ำลดจะมีกิจกรรมพิเศษคือการจับปูโดยมีค่าสนับสนุนเพิ่มขึ้นอีก 100 บาท​

เราเริ่มต้นออกเดินทางกันที่บ้านผู้ใหญ่ ระหว่างนั้นเราได้เห็นกรรมวิธีการทำที่คีบน้ำแข็งที่ทำจากไม้ไผ่โดยป๋าผ่าย ป๋าผ่ายเป็นคนขับรถอีแต๊กให้เราในทริปนี้


906333

นักท่องเที่ยว 1 กลุ่มจะได้รับแก้วน้ำ, ช้อนตักอาหารและที่คีบน้ำแข็งกลุ่มละ 1 ชุดให้กลับไปเป็นที่ระลึกด้วย

สถานีแรกของเราคือสวนเงาะของผู้ใหญ่อ๋อย จอดรถแล้วลงไปสอยเองฟรีๆ เก็บไว้กินระหว่างทางได้เลย รสชาติหวานชื่นใจ ​หากใคร​ติดใจ​ก็สามารถ​ขอซื้อ​หิ้วใส่ถุงกลับบ้านได้​

343277

แล้วการผจญภัยของเราบนรถอีแต๊กกับสายน้ำในลำธารเล็กๆ ก็เริ่มขึ้น สองข้างทาง​เป็นพื้นที่ทำกิน​ของชาวบ้าน ปลูกข้าวโพดบ้าง ทำนาบ้าง

บางช่วงเป็นอุโมงค์ต้นไม้ ความลึกของน้ำประมาณเท่าหัวเข่า ลึกสุดเท่าเอว น้ำไหลตลอดทาง เอาเท้าแตะน้ำรู้สึกเย็นสบาย บางช่วงต้องลงเนินที่ค่อนข้างชัน ต้องจับราวที่นั่งไว้ให้ดี

เป็นการล่องแก่งที่แหวกแนวและสนุกสนานมาก แถมมองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียวเย็นสบายตา

367714

สถานีปลายทางน้ำตก ตอนที่เราไปถึงก็เห็นชาวบ้าน​เตรียมหุงหาอาหารกันตรงนั้นไว้รอแล้ว อาหารแต่ละอย่างแค่ดูก็รู้แล้วว่าทำด้วยความปราณีตและตั้งใจ

558261
829083

ตั้งแต่ข้าวเหนียวห่อใบบัว ที่นึ่งในกระบอกไม้ไผ่ส่งกลิ่นหอมแตะจมูก แกงปลาใส่หยวกกล้วยในถ้วยกระบอกไม้ไผ่รสชาติถือว่าเด็ด

ส้มตำอย่างที่ชาวบ้านเขาตำกินกันเอง ปีกไก่บ้านเสียบไม้ย่าง ปลาจากน้ำตกเอามาเผาเนื้อหอมหวาน และน้ำจิ้มเครื่องเทศมะขามเปียก

แค่นึกถึงก็น้ำลายไหลแล้ว เสร็จจากมื้อเที่ยง เราก็เดิน นั่งเล่น พักผ่อนกันตามอัธยาศัย พออิ่มเอมกับบรรยายกาศกันแล้ว เราก็ได้เวลาร่ำลาคีรีวงกต

เราเก็บเกี่ยวความประทับใจของการใช้ชีวิตง่ายๆ ความสุขที่ราบเรียบ มิตรภาพและไมตรีของผู้คนรอบข้าง ความงดงามที่ซ่อนตัวอยู่ของธรรมชาติในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้

ได้เติมเต็มพลังในหัวใจกลับไปพร้อมกับความทรงจำดีๆ ที่เมื่อใดได้นึกถึงก็ทำให้ยิ้มได้เสมอ

 เส้นทางการเดินทางเลาะของเรา

-ส่วนใหญ่แล้วคนมักเดินทางไปบ้านคีรีวงกตด้วยเส้นทางอุดร-นายูงโดยไม่เข้าอำเภอน้ำโสม ลองใช้เส้นทางน้ำโสม-นายูง
ดูสิ ทางอาจจะเล็กหน่อยแต่สองข้างทางสวยงามมาก

ผู้ใหญ่อ๋อยก็แนะนำให้ใช้เส้นทางนี้เพราะใกล้กว่าเส้นทางแรก
   -เตรียมโลชั่นกันยุงติดตัวไปด้วย ยุงป่ามันโหดมาก

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ หมู่บ้านคีรีวงกต