Katana Shabu ชาบูเนื้อวากิว A5 ระดับเทพอลังการราวกับอยู่ในญี่ปุ่น!

Katana Shabu ชาบูเนื้อวากิว A5 ระดับเทพอลังการราวกับอยู่ในญี่ปุ่น!

วันนี้ Sanook! Travel จะพาไปชมร้านบรรยากาศแบบญี่ปุ่นสุด ๆ เฟอร์นิเจอร์ การตกแต่ง เครื่องแบบพนักงาน ทุกอย่างเป็นญี่ปุ่นไปหมด แต่อยู่ในประเทศไทย

นั่นคือร้าน Katana Shabu & Dining นั่นเอง ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 23 เมื่อมาถึงหน้าร้าน สิ่งแรกที่สัมผัสได้เลยคือการตกแต่งหน้าร้านแบบร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่น

img_1381
img_1382
นอกจากนี้พอเดินผ่านประตูหน้าไปแล้ว ก็ได้พบกับเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งร้านภายในด้วยสไตล์ญี่ปุ่นแบบแท้ เน้นใช้สีน้ำตาลเป็นหลักในการตกแต่ง

img_1100
img_1214
img_1371
img_1402

โดยภายในร้านจะมีการจัดโซนที่นั่งเป็นห้อง ๆ แบบส่วนตัว โดยแต่ล่ะห้องมีการตกแต่งที่แตกต่างกันไปแต่ยังคงอยู่ในพื้นฐานของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

img_1426
img_1428

img_1419
img_1421

img_1407
img_1408

และห้องที่เด็ดสุดของร้านก็คือห้องลับที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงหิน ที่สามารถเปิดเข้าไปใช้งานได้จริง เรียกได้ว่าเซอไพรซ์มาก ๆ แถมข้างในห้องยังตกแต่งได้อย่างสวยงามจริง ๆ

img_1389
img_1390
img_1391
img_1393
img_1400

เมื่อเดินเล่นรอบ ๆ ร้านจนท้องเริ่มหิว ก็ได้เวลามื้ออาหารของเรา และเชฟที่มาทำอาหารให้เราทานวันนี้ก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะเชฟ Fukuda คือเชฟที่ได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการเชฟกระทะเหล็ก ไทยแลนด์นั่นเอง

img_1325

เรียกได้ว่าพรีเมี่ยมตั้งแต่บรรยากาศร้านไปจนถึงเชฟของเราเลยทีเดียว และก็ถึงเวลาที่เรารอคอย คอร์สเมนูอาหารจานแรกได้มาเสิร์ฟเราแล้ว

img_1104
img_1107

โดยอาหารจานแรกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย เมนูเบา ๆ แต่ความอร่อยไม่ธรรมดา ชื่อว่า เมนู ครีมชีสฟองดรู โรยหน้าด้วยเห็ดทรัฟเฟ่อ จิ้มกับกุ้งบด และมันนารูโตะ รสชาตินุ่มละมุนสุด ๆ น้ำย่อยขึ้นมาเต็มท้องเลย

img_1115
img_1124
img_1140
img_1149

ยังไม่ทันหายฟินกับเมนูแรก เมนูที่ 2  ก็ตามมากับเมนู Kampachi Usukiri หรือซาซิมิปลาคัมปาจินั่นเอง เนื้อปลาสีสวยดูสดมาก ๆ เมื่อคีบชิ้นปลาเข้าปากบอกเลยว่าฟินสุด ๆ อยากจะขอเพิ่มอีกสัก 10 จานเลย

img_1156
img_1158

หลังจากผ่านซาซิมิสุดฟินไปแล้ว จานที่ 3 ก็เดินทางมาถึงโต๊ะเราเป็นที่เรียบร้อย นั่นคือเมนู ไข่ตุ๋นสูตรพิเศษของทางร้าน ราดด้วยซอสโฟร์กายัตเตอร์ และซอสเห็ดทรัฟเฟ่อและเห็ดพอนชินี ขอบอกเลยว่าไข่นุ่มมาก

img_1174
img_1179
img_1180

แบบละมุนในปาก พร้อมกับซอสรสชาติเข้มข้น เข้ากันแบบสุด ๆ กินได้แบบเพลิน ๆ เลย ส่วนจานที่ 4 ของเรา ปลา Karei ทอดเสิร์ฟพร้อมหัวไชเท้าชุบแป้งทอด รสชาติเข้มข้นขึ้นมากว่า 3 จานแรกมาก

img_1188
img_1190
img_1193

เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นคอร์สชาบูที่รอเราอยู่ ปลาทอดมาได้กรอบนอกนุ่มในกำลังดี เสิร์ฟมาในขนาดพอดีคำ จานต่อมาเป็นจานที่ 5 หอยนางรมและเนื้อลูกหว้าผัดเนยทับด้วยเนื้อยูริเนะและชีสราดซอส

นำไปย่างให้หอมในสไตล์ญี่ปุ่น ยอมรับเลยว่าหอยนางรมร้านนี้ตัวใหญ่มากเครื่องปรุงที่โรยหน้ามาพอย่างแล้วกลมกล่อมเป็นเนื้อเดียวกัน ทานคู่กับเนื้อหอยนางรมตัวยักษ์ ฟินมากจริง ๆ ทั้งหวานทั้งฉ่ำในคำเดียว

img_1218
img_1220
img_1227

หลังจากผ่านมา 5 เมนู พระเอกของเราก็ได้ออกมาอวดโฉมแล้ว นั่นคือ ชุดชาบูเนื้อ A5 นั่นเอง ซึ่งเนื้อ A5 ก็คือเนื้อวากิวญี่ปุ่นที่มีคุณภาพดีที่สุดนั่นเอง เป็นชาบูที่พรีเมี่ยมสุด ๆ

เนื้อ A5 ลายสวยมาก ลายเนื้อเปรียบเสมือนหินอ่อน ที่มีมันแทรกมาอย่างพอดีไม่มากไม่น้อยเกินไป เจ้าของร้านบอกว่าเนื้อร้านนี้จะสไลด์เสิร์ฟให้ลูกค้าทานแบบจานต่อจานไม่มีสไลด์ทิ้งไว้แน่นอน

img_1228
img_1230
img_1232

จึงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้ทานเนื้อวัวคุณภาพระดับ A5 ที่สดใหม่ ไม่สไลด์ข้างคืนไว้แน่นอน นอกจากเนื้อวากิว A5 แล้ว ก็ยังมีชุดผักเพื่อสุขภาพเสิร์ฟคู่กันมาได้ อัดแน่นไปด้วยผักใส่ชาบูสไตล์ญี่ปุ่นของจริง

img_1240
img_1245

มาถึงเรื่องรสชาติของชาบูกันบ้าง ขอบอกเลยว่าไม่ผิดหวังและอร่อยเกินคาดจริง ๆ ปกติเราเคยกินเนื้อชาบูมาบ้างก็ไม่คิดว่ามันจะต่างกันมากแค่ไหน

แต่เมื่อลองได้ชิมเนื้อวากิวของที่นี่ไปแล้วรู้สึกได้เลยว่าคุณภาพของเนื้อระดับพรีเมี่ยมจริง ๆ นุ่มละลายในปากแทบไม่ต้องเคี้ยวเลย เนื้อชุ่มฉ่ำผสมกับน้ำชาบูรสชาติเยี่ยมฟลุ้งอยู่เต็มปาก


img_1269
img_1273

หลังจากได้ชิมเนื้อแบบเพียว ๆ ไปแล้วเราลองมาทานแบบจิ้มน้ำจิ้มกันบ้าง ซึ่งที่ร้านก็มีน้ำจิ้ม 2 แบบให้เลือก คือ น้ำจิ้มงา และน้ำจิ้มพอนซึสูตรของทานงร้าน ซึ่งพอลองแล้วก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ กับน้ำจิ้มทั้ง 2 ชนิด

img_1272
img_1292

และทีเด็ดของร้านนี้ก็คือมีพนักงานใส่ชุดกิมิโนคอยทำชาบูให้เราทานเรามีหน้าที่แค่นั่งรอทานอย่างเดียว เป็นบริการที่ประทับใจจริง ๆ ประทับใจมากกับชาบูมื้อนี้

img_1296

นอกจากนี้ยังไม่หมดยังมีเมนูปิดท้ายนั่นคือ เส้นอุด้ง คิชิเมนอุด้ง จากนาโกยา ทานคู่กับน้ำซุปชาบู เหนียวนุ่ม และคล่องคอสุด ๆ

img_1337
img_1350
img_1359

เท่านั้นยังไม่พอ! เมนูสุดท้ายท้ายสุดสำหรับวันนี้ยังมีมาเสิร์ฟเราอีก เป็นของหวานแสนอร่อย ไอศกรีมวนิลา เจลาโต้ ราดด้วยไวท์โยเกิร์ต ด้านข้างเป็นพุดดิ้งนมสด ที่มีส่วนผสมของลูกพลีสโรยหน้าด้วย Mix Berry

เป็นเมนูของหวานที่หอมอร่อย และเข้ากันได้อย่างลงตัวจริง ๆ เป็นการปิดคอร์สที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันนี้

img_1364
img_1365

ตลอด 7 เมนูที่ทางร้านเสิร์ฟให้นั้นผสมผสานกับบรรยากาศภายในร้านทำให้เราเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความอิ่มอร่อย ความประทับใจ ตลอดคอร์สอาหาร

เรียกได้ว่าร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้เหมือนอยู่ญี่ปุ่นมากที่สุดที่หนึ่งในไทยเลย ส่วนอาหารก็จัดเต็มไปด้วยของพรีเมี่ยมคุณภาพระดับประเทศ คุ้มค่าต่อการมาทานจริงๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม 

ที่อยู่ : ซอยสุขุมวิท 23 แขวง คลองเตยเหนือ เขต วัฒนา กรุงเทพมหานคร

เบอร์โทรศัพท์ :  02 088 0706

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 17.30 - 22.30 น.

 

 

 

 

 

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว