เมืองตาก...กับชีวิตที่ช้าลง

เมืองตาก...กับชีวิตที่ช้าลง

จะไปไหนมาไหนก็รวดเร็วไม่เสียอารมณ์ ไม่เคยพบกับคำว่าหลงทาง หรือ รถติด แต่จะมีเรื่องที่ผมเกือบจะคิดผิดอยู่เรื่องเดียว นั่นก็คือ ถ้าไม่ได้มาใช้ชีวิตช้าๆ ในจังหวัดตาก คงจะพลาดโอกาสในการพบกับความประทับใจไปอย่างน่าเสียดาย

การเดินทางครั้งนี้ของผมมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ จ.ตาก เพื่อไปร่วมพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) ณ วัดพระบรมธาตุ อ.บ้านตาก จ.ตาก  อันเป็นพิธีกรรมโบราณของชาวล้านนา ที่ถือปฏิบัติกันมานานหลายชั่วอายุคน พิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในในวันขึ้น 14 และ 15 ค่ำ เดือนเก้าเหนือ ซึ่ง จะอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม มิถุนายน (นับตามปฏิทินล้านนา) ปีนี้การจัดงานตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560  ในแต่ละปีวันที่และเดือนอาจจะไม่ตรงกัน

พิธีกรรมโบราณและสวยงามนี้ จัดขึ้นเพื่อบูชาองค์พระบรมธาตุ และเพื่อบวงสรวงเทพยดาช่วงก่อนถึงฤดูการทำนา ก่อเกิดเป็นขวัญกำลังใจแก่ชาวนาก่อนการลงมือทำนา  

ภายหลังเสร็จพิธีแล้ว ผมได้เดินทางกลับไปยังตัวเมืองตากเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อน สาเหตุที่ผมเลือกเมืองตาก เพราะว่าเป็นเมืองที่หลายๆ คนมักจะเดินทางผ่านเลยไป น้อยคนนักที่จะได้แวะพักหรือค้นหาสิ่งที่น่าสนใจที่อาจจะหลบซ่อนตัวอยู่ในเมืองเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำปิงสายน้ำที่มีความงดงามบริสุทธิ์

ที่พักที่ผมได้ใช้บริการก็คือ โรงแรมบีริช ตั้งอยู่ที่ถนนมหาดไทยบำรุง เป็นโรงแรมขนาดพอเหมาะพอควรไม่เล็กหรือใหญ่มากเดินไป พื้นที่ภายในห้องขนาด 32 ตารางเมตร ที่มาพร้อมกับราคา 650 บาท แถมอาหารเช้า ถือว่าสมเหตุสมผล ช่วงเวลาบ่ายสำหรับชายวัยกลางคนการได้นอนพักสักสองชั่วโมงในห้องแอร์เย็นสบายถือเป็นเรื่องสุดวิเศษ เมื่อตื่นขึ้นมาเรี่ยวแรงกลับคืนจึงได้พร้อมออกไปสำรวจเมืองน่ารักแห่งนี้กันต่อไป

บ่ายสี่โมงเย็นผมจอดรถยนต์ไว้ที่วัดสีตลาราม หรือ ในอดีตชาวเมืองตากเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดน้ำหัก ซึ่งมีที่มาจากในสมัยก่อนแม่น้ำปิงที่ไหลอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของวัด ถูกกระแสน้ำจากลำห้วยแม่ท้อไหลมาบรรจบแบบตัดเข้ากับแม่น้ำปิง จึงเกิดเป็นกระแสน้ำวนหักเข้ามายังท่าน้ำของวัด แต่ปัจจุบันกระแสน้ำได้เปลี่ยนทิศทางไปจากการถมดินสองฟากฝั่งแม่น้ำ จึงไม่มีกระแสน้ำวนให้เห็นอีก วัดสีตลารามเป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดตาก ภายในวัดร่มรื่นมีโบสถ์ที่สร้างขึ้นสไตล์ยุโรป อันเป็นศิลปะในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยอยุธยาน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก

ใกล้กันกับวัดสีตลารามเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวจีน ปัจจุบันเรียกกันว่า ตรอกบ้านจีน มีสภาพเป็นบ้านไม้เก่าโบราณทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม แสดงออกถึงฝีมือช่างที่มีความวิจิตรบรรจง บ้านแต่ละหลังมีอายุนับร้อยและหลายสิบปี ไม้ทุกแผ่นกระเบื้องทุกชิ้นที่ยังคงสภาพอยู่ราวกับพยายามบอกเรื่องราวความเป็นมาแต่ครั้งหลัง

นับเนื่องตั้งแต่สมัยก่อนรัชกาลที่ 5 มีพ่อค้าชาวจีนสองคนคือ นายบุญเย็น (ต่อมาได้นามใหม่ว่า หลวงนราพิทักษ์ ปลัดเมืองตาก) และนายทองอยู่ (ต่อมาได้นามใหม่ว่า หลวงบริรักษ์ประชากร) ได้ทำการค้าทางเรือขึ้นล่องระหว่างกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ ได้มาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองตาก จนได้รับรับการแต่งตั้งจากทางการให้ดูแลเรื่องการเก็บภาษีอากร และได้ขยายครอบครัวของตนออกไปเป็นชุมชนค้าขายขนาดใหญ่

หากลองพิจารณาดูแล้ว จะเห็นได้ว่าบริเวณตรอกบ้านจีนนี้ เคยเป็นชุมชนที่มีความรุ่งเรืองมาก่อน บ้านไม้แต่ละหลังได้ปลูกสร้างไว้อย่างสวยงาม ในสมัยนั้นคงใช้เงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่จะสามารถเนรมิต สิ่งปลูกสร้างสวยงามเช่นนี้ แม้ว่าปัจจุบันหลายๆ หลังจะไม่มีทายาทอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เราไม่สามารถเข้าไปชมภายในบ้านได้ เพียงความงดงามจากภายนอกก็ทำให้ผู้มาเยือนได้จินตนาการถึงความงดงามภายในได้อย่างชัดเจน

แสงแดดยามบ่ายอ่อนแผ่วลงไปทุกขณะ เป็นสัญญาณบอกถึงเราควรจะเคลื่อนย้ายไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์บริเวณริมฝั่งแม่น้ำปิง ในทุกช่วงเวลาเย็นบริเวณริมแม่น้ำปิงของตัวเมืองตาก จะมีผู้คนท้องถิ่นออกมาเดินเล่น บ้างก็ออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน กันตามความประสงค์ ใกล้กับหอกิตติคุณมีสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เป็นสะพานแขวนข้ามแม่น้ำปิง ที่สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2525 เปรียบเสมือนแลนด์มาร์คของจังหวัดตาก ชาวจังหวัดตากใช้บริเวณนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงเวลาที่แสงแห่งวันใกล้ลาลับ  

นอกจากความงดงามของสายแม่น้ำปิง และทิวเขาหลวงเบื้องหลังแล้ว อีกฟากถนนเป็นแหล่งอาหารเย็นของชาวเมือง มีร้านอาหารเล็กๆ พร้อมเมนูหลากหลายให้ได้เลือกรับประทาน หรือหากต้องการซึมซับบรรยากาศในแนวร้านอาหารริมแม่น้ำปิง ทางฟากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงก็มีร้านอาหารให้เลือกอยู่ประมาณ 4-5 ร้านเช่นกัน

เย็นย่ำของวันนี้ ผมเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์หน้าเมืองตาก สายผมพัดเย็นเข้ามาหลายระลอก ช่วยผ่อนคลายความคิดในระบบสมอง จนเผลอคิดไปว่า เมืองนี้มีความน่าอยู่เสียเหลือเกิน ช่างเป็นเมืองเล็กๆ ที่สงบงามตามวิถีเรียบง่าย การจราจรไม่วุ่นวายคับคั่งเหมือนดั่งเมืองใหญ่ จะไปไหนมาไหนก็รวดเร็วไม่เสียอารมณ์ ไม่เคยพบกับคำว่าหลงทาง หรือ รถติด แต่จะมีเรื่องที่ผมเกือบจะคิดผิดอยู่เรื่องเดียว นั่นก็คือ ถ้าไม่ได้มาใช้ชีวิตช้าๆ ในจังหวัดตาก คงจะพลาดโอกาสในการพบกับความประทับใจไปอย่างน่าเสียดาย

           

         

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว