3 วัน 2 คืน เที่ยวเพลินเมืองฮอยอัน

3 วัน 2 คืน เที่ยวเพลินเมืองฮอยอัน

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีแพลนไปเที่ยวแบบไม่ไกลจากประเทศไทยนัก "ทิชชี่" ขอแนะนำ ตามไปที่นี่เลย ฮอยอัน เมืองสุดเก๋ ประเทศเวียดนาม”

ที่นี่นอกจากเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์แล้ว ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย

เอาเป็นว่าอย่ารอช้า เวลาเรามีน้อย พร้อมแล้วตามทิชชี่ มาเที่ยวที่ฮอยอันกันเลยค่ะ

บอกก่อนทิชชี่เดินทางไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ฝนจะตกปรอยๆ เกือบตลอดทั้งวัน แต่อากาศดี เย็นชุ่มฉ่ำมากๆ (เป็นช่วงที่ควรไปเที่ยวที่สุด) จุดมุ่งหมายที่ไป นอกจากไปเสพย์ความสโลว์ไลฟ์ของการใช้ชีวิตและชมความงามของบ้านเมืองแล้ว ทิชชี่ยังตั้งใจไปเที่ยวงาน  “Hoi An Light Festival 2017”  ที่จัดขึ้นเป็นปีแรก ในวันที่ 27 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2560 ด้วยค่ะ (แม้งานจะผ่านไปแล้ว แต่รีวิวไว้ให้เพื่อนๆ เก็บไว้เป็นข้อมูลเผื่อเที่ยวในปีต่อๆ ไปเนอะ)

 

มาเริ่มกันที่วันแรกของการเดินทางเลยค่ะ วันที่ 2 กุมภาพันธ์

ทิชชี่บินลัดฟ้าสู่เมืองดานัง ด้วยสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ถึงสนามบินดานัง เวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ ค่ะ(เวลาที่เวียดนามเท่ากับประเทศไทย)

ลงเครื่องปุ๊บ มุ่งตรงไปชมความสวยงามยิ่งใหญ่ของสะพานมังกร หรือ “สะพานเกิ่วรอง” (Dragon Bridge) สะพานข้ามแม่น้้าฮันที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพของเมืองดานังเลยค่ะ

ความโดดเด่นของสะพานอยู่ที่ตัวมังกรสีทองขนาดใหญ่พาดยาวตลอดสะพานที่มีความยาว 666 เมตร กว้าง 37.5 เมตร ตอนกลางคืนจะมีการแสดงแสง สี พ่นน้้า พ่นไฟตระการตา แต่เสียดาย อย่างที่บอก เวลามีน้อยได้มายลโฉมเจ้ามังกรแค่ตอนกลางวันเท่านั้นค่ะ

ชมสะพานมังกรเสร็จ ท้องเริ่มร้องจ๊อกๆ แวะหม่ำๆ สิคะ รออะไร ร้านที่คณะทิชชี่ไปฝากท้องมื้อแรก คือร้าน “Madame Lan” ค่ะ

บอกเลยว่ามื้อแรกก็ฟินแล้ว อย่าถามว่าแต่ละเมนูเรียกว่าอะไรบ้าง บอกตรงๆ จำไม่ได้ เพราะทิชชี่มัวแต่ซัดโฮกอย่างเดียว 555 ไปกัน 8 คนค่าเสียค่าเป็นเงินไทยประมาณ 2,000 กว่าบาทเท่านั้นค่ะ ถือว่าราคาน่ารักนะ!

อิ่มแล้วไปเดินย่อย ชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ “ภูเขาหินอ่อน” (Marble Mountains) ที่มีชื่อเสียงอย่างมากของเวียดนาม

ที่นี่จะมีเนินเขาขนาดใหญ่เเละเล็กจำนวน 5 ลูก โดยตามความเชื่อของชาวเวียดนามเเล้วจะเรียกว่าภูเขาเเห่งธาตุทั้ง 5 (เหล็ก น้ำ ไม้ ไฟ ดิน)

ข้างบนจะมีเจดีย์ 7 ชั้น วัด และถ้ำ Huyen Khong เห็นสูงๆ หากไม่ไหวจะเดินขึ้นมีบริการขึ้นลิฟต์แก้วด้วยราคาไม่น่าจะเกิน 50 บาท

แต่หากจะเดินขึ้น ชมนู้นชมนี่ก็เพลินๆ อยู่เหมือนกัน พอขึ้นไปแล้วบอกเลยว่าหายเหนื่อยเลย วิวบวกกับอากาศที่เย็นสบาย มันดีงามมากๆ

 

หลังจากนั้นมุ่งหน้าไปยังเมืองฮอยอัน นั่งรถประมาณ 30 นาทีก็ถึงแล้ว ต่อด้วยเช็คอินเข้าที่พัก โรงแรมที่ทิชชี่พักชื่อว่า “Atlas Hoi An” เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมากๆ

ที่นี่ตั้งอยู่ที่กัม เฝอ ทำเลสะดวกสบายมากๆ อยากออกไปไหน แค่เดินๆ ไปแปบเดียวก็ถึงจุดมุ่งหมายแล้วค่ะ

แวะเก็บของ นั่งพักจนหายเหนื่อยแล้ว ลุยต่อค่ะ เดินมุ่งตรงไปยังจุดมุ่งหมาย ที่งาน “Hoi An Light Festival 2017”

แค่ย่างกายเข้าไปก็ประทับใจแล้ว เพราะ 2 ข้างทาง ประดับไปด้วยโคมไฟผ้าไหมที่สว่างสดใสไปทั่วเมือง ดีนะที่ทิชชี่ชาร์ตแบตกล้องและมือถือมาพร้อม จึงเก็บภาพได้มาแบบจัดเต็ม

งานนี้มี คอนเซ็ปต์ “Shades of Hoi An” ปิดไฟทั้งเมือง สร้างสีสันด้วย แสง สี และเรื่องราววัฒนธรรมของเมืองมรดกโลกอันล้้าค่า ผ่านไอเดียสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเทคนิคโปรเจคชั่น แมปปิ้ง มัลติมีเดีย และไลท์ อินสตอลเลชั่นเต็มรูปแบบ แสง สี เสียง ตระการตาสุดพลังค่ะ แต่ละจุด แต่ละโชว์ทำได้ดี ดูเพลินมากๆ

 

วันที่ 3 กุมภาพันธ์
ยังคงวนเวียนอยู่ที่ Hoi An City Walk บรรยากาศเมืองเก่าแก่อายุนับพันปีที่เต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมตกทอด อาคารบ้านเรือนสีเหลืองสดใส เป็นเอกลักษณ์ของเมืองฮอยอัน ทิชชี่ได้ไปเยี่ยมชมบ้านเก่าแก่ประจำตระกูล “บ้านเลขที่101” ที่โด่งดังที่สุดในเรื่องของความสวยงามเก่าแก่ บนถนนเหวียน ไท ฮอค บ้านไม้ 2 ชั้น อายุมากกว่า 75 ปี และอาศัยกันมา 5 รุ่นแล้ว ภายในแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ห้องนอน ห้องสมุด ห้องรับแขก และห้องครัวประดับด้วยเครื่องเรือนไม้เก่าแก่ที่ยังคงสภาพดังเดิมไว้อย่างดี

 

โปรแกรมต่อไปนี้เป็น Cooking Class ที่ Vy’s Market Restaurant & Cooking School

นอกจากได้ลองทำอาหารอันหลากหลาย สารพัดเมนูแบบเวียดนามสไตล์แล้ว ยังเป็นการฟินมากๆ ค่ะ เพราะได้ชิมอาหารเวียดนามฉบับดั้งเดิมกันแบบพุงกางกันไปเลย

โดยเฉพาะเมนู “บั๊ญแส่ว” หรือ “ขนมเบื้องญวน” ใครมาถึงเวียดนามแล้วไม่ได้ลองอาหารพื้นบ้านเมนูนี้ ถือว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ ทุกเมนูไม่ต้องพูดอะไรเยอะ หม่ำลืมอ้วนกันเลยทีเดียว....โอ๊ยยยยยย แค่นึกก็ฟินแล้ว

อิ่มแล้วเที่ยวต่อได้ค่ะ คิคิ ที่ต่อไปคือหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา “Thanh Ha Terracotta Park - Pottery Village” ภายในพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา มีให้ลองปั้นดินเผาด้วย (คล้ายที่เกาะเกร็ดบ้านเราเลยค่ะ) นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแบบย่อส่วนด้วย

กิจกรรมต่อไปล่องเรือ Basket Boat หรือ “เรือกระด้ง” ที่ The Field Restaurant เป็นเรือที่หน้าตาแปลกมากๆ กลมๆ คล้ายฝาชี ตอนแรกแอบเสียวนะ กลัวหมุนติ้วๆ เป็นวงกลม

แต่พอลงไปนั่งเท่านั้นแหละ เวียนหัวเบาๆ เลยค่ะ อิอิ คุณลุงคนพายเรือพายไปเรื่อยๆ ได้เห็นธรรมชาติ วิถีแบบบ้านๆ แล้ว ลืมความเวียนหัว เมาเรือไปได้ชั่วขณะค่ะ ^^

บอกแล้วว่าเวลามีน้อย ต้องรีบเก็บความประทับใจแบบรัวๆ ค่ะ สถานีต่อไป ชมฮอย อัน เธียเตอร์ (Hoi An Theatre) - Live Performance การแสดงที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี บ้านเมือง และผู้คนต่างๆ นักแสดงเล่นใหญ่กันมากกกกก แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่สนุกดีค่ะ

การแสดงจบ อารมณ์ไม่จบเดินชมเมืองฮอยอันวนไปค่ะ งานนี้เก็บภาพแบบรัวๆ ไม่มีเบื่อเพราะโคมไฟหลากสีสันที่แขวนตามบ้านเรือน และร้านค้าสวยมากจริงๆ

นอกจากความงามของแสง สีแล้วริมทางเดินยังมีอาหาร หรือขนมกรุบกริบ ให้นักท่องเที่ยวนั่งกิน ชิมกันแบบไม่มีเบื่อ

วันที่ 4 กุมภาพันธ์

ยังคงเดินกันต่อไป เช้านี้เดินชมย่านชุมชนชาวจีน ที่ “สมาคมฟุกเกี๋ยน” (Phuc Kien Assembly Hall) สมาคมเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองฮอยอัน

ที่นี่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์จีนหรูหรา ในสมาคมมี 3 อาคารหลัก คือ ศาลเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ศาลบรรพบุรษชาวฟุกเกี๋ยน และศาลเจ้าแม่ทับทิม(ทินเห่า) ที่นี่มีทั้งนักท่องเที่ยว และชาวเวียดนามเข้ามากราบไหว้ขอพรสิ่งศักด์สิทธิ์ทุกวัน

เดินเมื่อย โบกรถสามล้อปั่น หรือชาวบ้านเรียกกันว่า “ซิโคล่” อีกหนึ่งทางเลือกที่ห้ามพลาดเมื่อมาเวียดนามค่ะ นั่งชมเมืองบนสามล้อ ก็ได้อารมณ์ชิวๆ ไปอีกแบบนะ

ต่อด้วยช้อปปิ้ง ปิดจ๊อบทริปด้วยการเดินเที่ยว “ตลาดฮาน” ตลาดสด ที่ขายสินค้าพื้นเมืองมากมายของเมืองดานังค่ะ หอบหิ้วของ ต่อราคากันแปบๆ ก็หมดเวลาสนุกแล้วสิ ได้เวลาบะบายเวียดนามแล้วค่ะ 3 วัน 2 คืน

ต้องบอกเลยว่า เป็นช่วงเวลาที่ทิชชี่สนุกและประทับใจมากๆ ครั้งหน้าทิชชี่จะพาไปลุยเที่ยวไหนอีก รอติดตามคะ