7 แนวทางตั้งกระทู้ ให้ดูเป็น 'ฮิปสเตอร์'

7 แนวทางตั้งกระทู้ ให้ดูเป็น 'ฮิปสเตอร์'
247 City magazine

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับคนที่เล่น pantip และสิงสถิตย์อยู่ในห้อง Blue planet อาจพอสังเกตเห็นว่าเดี๋ยวมีกระทู้รีวิวท่องเที่ยวแนวนึงที่ฮิตมากถึงขั้นกลายเป็นเทรนด์ไปเลย ไม่แน่ใจว่ากระทู้แนวนั้นมีคำนิยามว่าอย่างไร แต่คนส่วนใหญ่เรียกการตั้งกระทู้แนวนั้นว่า ‘กระทู้ท่องเที่ยวแนวฮิปสเตอร์’ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะได้รับความนิยมขึ้นทุกๆ วัน ถ้าคุณอยากจะตั้งกระทู้แนวฮิปสเตอร์บ้างมันต้องทำยังไง เราจะมาขอชี้ทางสว่างกันชัดๆ ไปเลย เพื่อใครอยากจะตั้งกระทู้แนวฮิปสเตอร์เพิ่มสีสันให้ชีวิต เพิ่มเลเวลความอิปฯ ให้ตัวคุณเองบ้าง  

1

วิธีที่ 1 : ภาพประกอบต้องซีด หัวใจของกระทู้ท่องเที่ยวเลยก็คือ ‘ภาพ’ ถ้าอยากจะตั้งกระทู้ท่องเที่ยวแบบฮิปสเตอร์ขั้นสุดที่ไม่เล่าเรื่องด้วยภาพ อันนั้นก็ Beyond Hipster เกินไป สังคมไทยยังไปไม่ถึง ดังนั้น ภาพคือหัวใจสำคัญ แต่ฮิปสเตอร์จะโพสต์ภาพธรรมดาๆ มันผิดกฎ ฮิปสเตอร์ต้องโพสต์ภาพสีซีดๆ ซีดเหมือนโดนไฮเตอร์กัดสี ซีดเหมือนหมอกลงทั้งวัน ทั้งที่จริงๆ ภาพนั้นถ่ายกลางแดดจ้าเลยจ้าาาา แล้วหมอกมาจากไหนเฮ้ย! ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนแรกที่ระบุว่าภาพถ่ายของฮิปสเตอร์ต้องซีด ยิ่งซีดเท่าไหร่ ยิ่งโคตรฮิปสเตอร์เลย ความสวยของภาพไม่สำคัญเท่ากับความซีด #จำไว้   

  2

วิธีที่ 2 : ชื่อเรื่องห้ามธรรมดาโลกไม่จำ ถ้อยคำหัวกระทู้ของชาวฮิปสเตอร์ต้องครุ่นคิดทุกบรรทัดตั้งแต่ชื่อเรื่องจนถึงเนื้อใน จะตั้งชื่อเรื่องธรรมดาๆ แบบ ‘เที่ยวโตเกียว 5 วัน 4 คืน’ หรือ ‘เที่ยวแม่ฮ่องสอน ปาย ปางอุ๋ง 7 วัน 8 คืน’ แบบนี้ไม่ได้ ธรรมดาเกินไป มันต้อง ‘เมื่อร่างกายต้องการทะเล ฉันจึงต้องแบกเป้ไปหามัน’ เป็นไง ดูครุ่นคริด มีสัมผัส คล้องจองลงตัว สุดๆ หรือ ‘เดินทางคนเดียวไม่เหงา ถ้าเรากล้าที่จะเปิดใจ’ โอโห้! ไปเที่ยวแค่ 4 วัน แต่เหมือนพบสัจจะธรรมจักรวาล ดูเป็นคนเข้าใจโลกขึ้นทันที หรือ ‘แบ็คแพ็คหนีแม่มาเชียงใหม่ ได้อะไรกว่าที่คิด’ คือ...ป่านนี้แม่รู้แล้วล่ะลูกว่ามาเชียงใหม่    

3

วิธีที่ 3 : ถ้อยคำด้านในกระทู้ต้องครุ่นคิดกับชีวิต เมื่อหัวเรื่องครุ่นคิด แสดงความทรงภูมิปัญญา และการตื่นรู้บนโลกใบนี้ผ่านการเที่ยวเชียงใหม่แค่ 3 วันแล้ว เนื้อหาด้านในจะมาเล่าทำว่าฉันไปทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรไม่ด้ายยยยย (เสียงสูง) มันผิด ผิดมากๆ ด้วย มันต้องอารัมภบทยืดยาวเยิ่นเย้อ ทว่าทุกถ้อยคำล้วนมีความหมาย ยิ่งเขียนเหมือนคนเข้าใจชีวิตมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้การเดินทางและกระทู้นี้ดูทรงคุณค่า เช่น “ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า  การที่เราตัดสินใจก้าวออกมาจากชีวิตเดิมๆ เพื่อแสวงหาความตื่นเต้นใหม่ๆ ให้ชีวิตอย่างเช่นการเดินทางนั้น จะนำมาซึ่งสิ่งตอบแทนที่เราไม่สามารถหาได้จากที่ไหนเลย เพราะประสบการณ์บางที่มีค่าก็มาจากการกระทำ และการกล้าตัดสินใจไปเกาะล้านคนเดียวครั้งนี้มันทำให้เรารู่ว่า บลา บลา บลา” (คือ... ไปเกาะล้านคนเดียว 2 วัน 1 คืน แต่ทำไมอธิบายเหมือนเดินทางไปชมพูทวีปกับคณะพระถังซัมจั๋งวะ )     

4

วิธีที่ 4  : เ ว้ น ว ร ร ค เ ย อ ะ ๆ แ ล ะ ไ ม่ ลื ม # เ ป็ น แ พ ก ร ะ ทู้ ข อ ง ฮิ ส เ ต อ ร์ ต้ อ ง เ ว้ น ว ร ร คเ ย อ ะ ๆ แ บ บ นี้ อ ย่ า ถ า ม ว่ า เ พ ร า ะ อ ะ ไ ร  # เ พ ร า ะ ผ ม ก็ ไ ม่ รู้ เ ห มื อ น กั น  รู้ แ ต่ ว่ า พิ ม พ์ ลำ บ า ก ชิ ป ห า ย เ ล ย อ่ า น แ ล้ ว รำ ค า ญ ไ ห ม อ้ อ อ ย่ า ลื ม ว่ า ต้ อ ง ติ ด # ด้ ว ย น ะ ไ ม่ รู้ # ทำ ไ ม เ ห มื อ น กั น ติ ด ๆ # ไ ป # เ ถ อ ะ # น ะ    

5

วิธีที่ 5 : ยังไม่ครบสูตรถ้าในกระทู้ไม่มี 2 ประโยคสำคัญเหล่านี้ กระทู้แนวท่องเที่ยวของฮิปสเตอร์ถูกบัญญัติไว้โดยบิดาแห่งฮิปสเตอร์ว่าถ้ากระทู้สมบูรณ์ต้องประกอบด้วย 2 ข้อความนี้ปรากฎอยู่ในเนื้อหาด้วย

  1. นี่คือกระทู้แรกของเรา - เพื่อเป็นการแสดงความสดใหม่ให้โลกได้รับรู้ว่ากระทู้แนวท่องเที่ยวของเรานั้นไม่เหมือนใคร
  2. ยืม ID เพื่อนมา - เพื่อเป็นการบอกชาวออนไลน์ให้โลกรู้ว่าฉันเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรหรอกนะเรื่องตัวตนบนโลกออนไลน์ฉันก็แค่พอใจอยากจะตั้งกระทู้ แล้วเดี๋ยวฉันก็จะเร้นกายหายไปไม่สนใจด้วยว่ากระทู้จะได้รับความนิยมแค่ไหน (เอาจริงๆ คือกด F5 ทุก 10 นาทีดูคอมเมนต์ด้วยซ้ำ) 

          สำหรับใครที่อยากทำธุรกิจออนไลน์ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนมาก แนะนำว่าทำธุรกิจให้เช่า ID ในพันทิปน่าจะได้ลูกค้าฮิปสเตอร์เยอะอยู่ทีเดียว    

วิธิที่6 : รูปตัวเองลงไปเถอะเยอะๆ โดยปกติกระทู้รีวิวทั่วไปนั่นจะลงรูปของวิว สถานที่ และอื่นๆ มากกว่ารูปของ จขกท. (ย่อมาจาก เจ้าของกระทู้) แต่กระทู้รีวิวท่องเที่ยวของฮิปสเตอร์ต้องลงภาพตัวเองเยอะกว่าวิว (จนบางทีก็งงว่า นี่ จขกท. เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าว่านี่ Pantip ห้องบลูแพลนเน็ตนะ ไม่ใช่ IG ส่วนตัว ) เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตน แต่ภาพแนวฮิปสเตอร์จึงต้องแม้จะถ่ายหน้าตัวเอง แต่จะเอามือปิดใบหน้าซีกนึง หรือเอาใบไม้ปิดมันทั้งหน้าไปเลย นัยว่าฉันไม่ได้อยากจะมีตัวตนอะไร ฉันไม่แยแสโลกออนไลน์เท่าไหร่หรอก และอย่าลืมว่าทุกภาพต้องมีแคปชั่นเก๋ๆ ดูบรรลุแล้วซึ่งโสดาบันด้วยจะดูเป็นฮิปสเตอร์ขั้นสุด นอกจากนั้นเราก็จะได้เห็นภาพถ่ายมือกับตั๋วรถไฟ กระเป๋าใบใหญ่ ถ่ายเท้าตัวเอง อยู่ในกระทู้นี้ด้วย แน่นอนทุกภาพต้องซีด ใครไม่ซีดถือว่าไม่สุดในทางนี้    

6

วิธีที่ 7 : อย่าลืมฝากช่องทางการติดต่อทั้งหมดที่ทำได้ ท้ายที่สุดของการตั้งกระทู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวฮิปสเตอร์ Pantip ก็คือ การฝากช่องทางสื่อสารของตัวเองทั้ง Facebook ส่วนตัว, Facebook Fan page,YouTube,IG, Line ID, e-mail, Pinterest ฯลฯ นี่ถ้าสามารถใส่เลขที่บ้านได้ก็คงจะใส่ไปแล้ว    

7

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 7 ขั้นตอนที่ทำให้คุณสามารถตั้งกระทู้แบบฮิปสเตอร์ใน Pantip ได้อย่างมือโปรโดยไม่ต้องกลัวใครจับได้ว่าคุณไม่ใช่ฮิปสเตอร์ตัวจริง หรือคุณเป็นประเภท Wanna be Hipster ไม่ยากไปใช่ไหมลองสิ ลองสิ

 

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว