3 ร้านเปิดใหม่…เอาใจนักกิน สำหรับเดือนสิงหาคม

3 ร้านเปิดใหม่…เอาใจนักกิน สำหรับเดือนสิงหาคม
iPick

สนับสนุนเนื้อหา

3 ร้านอาหารเปิดใหม่ที่จะมาเอาใจเหล่าคนรักการกินในเดือนสิงหาคมนี้ ที่รับรองว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน แล้วอร่อยไปกับแหล่งรวมร้านอาหารดี ๆ มากมายจาก www.ipick.com แอปพลิเคชั่นที่คัดสรรร้านอาหารคุณภาพ แล้วอย่าลืมกดไลค์เพจเพื่อติดตามข่าวอร่อย ๆ กันที่ ipickth และ IG : ipickth  

Char

ถ้าถามถึงสเต็กดี ๆ Char ที่โรงแรม Indigo คงเริ่มติดโผในลิสต์ของใครหลาย ๆ คนด้วยเนื้อที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี กับผีมือของเชฟชาวฝรั่งเศสอย่าง Lionel Vinatier ผู้ที่เคยทำงานอยู่ที่ Maxim’s ใน Groove@CentralWorld

Char ยังคงรักษาคอนเซปต์ของโรงแรม Indigo เอาไว้ด้วยการนำเรื่องราวในละแวกนั้นมาดีไซน์ได้อย่างกลมกลืน ทั้งผนังย้อนยุคที่วาดเป็นรูปดาราไทยรุ่นเก๋าหลากหลายท่านอย่าง มิตรชัย บัญชา และ อาภัสรา หงสกุล โดยบนชั้น 26 เป็นรูฟท็อปที่สามารถมองเห็นได้ทั่วกรุงเทพฯ แถมยังมีวงดนตรีแจ๊สที่เล่นให้ฟังกันสด ๆ ในค่ำคืนวันพฤหัสฯ และยังมี ดีเจมาเปิดเพลงให้ฟังทุกสุดสัปดาห์

จานแนะนำได้แก่ Foie Gras Ballotine (730 บาท) จานรองท้องเย็น ๆ ที่ใช้ระยะเวลาในการทำถึง 4 วัน เพื่อที่จะให้ได้สัมผัมที่นุ่มที่สุด หรือจะลองสั่ง สเต็กปลาค็อด (710 บาท ต่อ 200 กรัม) Lobster Ravioli (1,020 บาท) ที่เสิร์ฟมาเป็นแบบลาซานย่าก็ดีไม่แพ้กัน

แล้วเตรียมมีดให้พร้อมกับเนื้อ Tomahawk พรีเมียมเกรด A5 จาก AACo’s Darling Downs Wagyu ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเนื้อที่มีความดีงามในตัวของมันอยู่แล้ว แต่ถ้าใครอยากที่จะเพิ่มเติมอย่างอื่นลงไปก็ลองทรัฟเฟิลมันบดหรือครีมผักโขมก็ได้

มิกซ์โซโลจิสต์อย่าง Francesco Moretti ผู้ที่เคยทำงานอยู่ที่ Louis XXV Restaurant Club ในปารีส และได้ร่วมงานกับ Joseph Boroski ที่นี่ในกรุงเทพฯ เป็นคนจัดการกับลิสต์ค็อกเทลของที่ Char ซึ่งลิสต์ที่มีซิกเนเจอร์ค็อกเทลมากกว่า 10 ตัว แถมหลาย ๆ ตัวยังได้แรงบันดาลใจจากบทกวีอีกด้วย

แก้วโปรดของเราคือ Kanagawa ( 300 บาท) ที่ผสมเซนฉะ วอดก้า น้ำเชื่อมกลิ่นกุหลาบ มะนาว น้ำตาลทรายแดง และบ๊วยเค็ม หรือจะลองเพิ่มความสดชื่นกับอีกแก้วอย่าง Lovers Confession ( 320 บาท) แก้วที่ผสมทั้งจิน ทับทิม ไข่ขาว โหระพา เลมอนบิทเทอร์ ขิง และแตงกว่า ส่วนใครที่ชอบทานไวน์ ก็จะหลงกับโปรโมชั่นไวน์ที่นี้ ทุก ๆ วันพฤหัสฯ จ่ายเพียง 700 บาท ก็ได้ดื่มไว้แบบไม่อั้น

รายละเอียดร้าน : http://www.ipick.com/bangkok/th/restaurant/30010284

Cocotte

Cocotte ร้านที่บริหารโดย The Kitchen Restaurant & Bistro ที่มีร้านอาหารทั้งในจังหวัดภูเก็ต พัทยา และสมุย ซึ่งที่นี่จะเสิร์ฟอาหารที่ทำจากวัตถุดิบวัตถุดิบในท้องถิ่นและสามารถหาได้ทานได้ตลอด โดยมีเชฟหนุ่มมากความสามารถอย่างเชฟ Jeriko Van der Wolf ผู้ที่เคยทำงานที่ร้านดังอย่าง D’ark เป็นหัวหน้าเชฟ โดยเชฟ Jeriko ได้กล่าวว่า “วัตถุดิบในท้องถิ่นและสามารถหาทานได้ตลอดเป็นคอนเซ็ปต์แรกของพวกเราเลย ซึ่งพวกเราจะใช้วัตถุดิบออร์แกนิกให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ โดยทุก ๆ จานเราจะใช้วิธีการปรุงแบบเรียบง่ายเพื่อที่จะให้ได้รับรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบ”

Cocotte ตั้งอยู่ใน 39 Boulevard เป็นร้านที่มีบรรยากาศสบาย ๆ แต่เท่ขรึมด้วยการตกแต่งร้านที่ใช้วัสดุเป็นเหล็ก แล้วมีกระดานดำ และรูปสัตว์บนกำแพงที่วาดด้วยมือ และยังมีมุม Delicatessen ที่โชว์ทั้ง Cold Cuts ชีส และไวน์ให้ได้เห็นกันอีกด้วย โดยลูกค้าสามารถเลือกนั่งใกล้กับครัวก็ดี หรือจะเลือกนั่งเป็นโต๊ะแบบกลุ่มสำหรับหลายคนก็ได้เช่นกัน แถมยังมีโซฟาหนังริมหน้าต่างที่จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าที่นั่งอื่น ๆ

ซึ่งในคลังของเชฟ Jeriko จะมีทั้งผักที่มาจากโครงการหลวง เนื้อจาก Sloane และชีสนมแพะจาก Vivin ส่วน Cold Cuts ชีส และเนื้อวัวจะนำเข้ามาจากประเทศสเปน ฝรั่ง อิตาลี และออสเตรเลียตามลำดับ โดยเชฟ Jeriko ยังกล่าวอีกว่า “ผมจะมีความสุขมาก ๆ ถ้าเราสามารถใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นทั้งหมด แต่น่าเสียดายเพราะคุณภาพของเนื้อในท้องถิ่นนั้นยังไม่คงเส้นคงวา และถ้าเราจะปรุงอาหารสักจานออกไป เราก็จะเลือกใช้แต่วัตถุดิบที่ดีที่สุด”

เราแนะนำให้ลอง Cocotte Truffle Camembert (560 บาท) เป็นจานที่เสิร์ฟชีสมาพร้อมกับขนมปังและสลัดในตระกร้าเล็ก ๆ หรือจะลองอีกจานอย่าง Cocotte Board (1,490 บาท) เป็นจานรองท้องที่มากับชีสและ Cold Cuts ถึง 5 แบบ และเป็ดฉีก

ซึ่งคำว่า Cocotte แปลว่า ไก่ ในภาษาฝรั่งเศส ทำให้หลายคนอาจจะไม่อยากพลาดไก่อายุ 90 วันย่าง (490 บาท) โดยไก่ของที่นี่นั้นมาจาก 3 แหล่งหลัก ๆ นั่นคืออินทนนท์ เขาใหญ่ และนนทบุรี ไก่จะหมักเพื่อความนุ่มถึง 2 วัน แต่ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถสั่ง Australian Wagyu Tomahawk (เริ่มที่ 2,880 บาท/1.2 กิโลกรัม) มาแชร์กันได้ แถมที่นี่ยังมีจานที่โดดเด่นอีกจานอย่าง รีซอตโต้เห็ดโมเรล (520 บาท)

ปิดท้ายมื้อด้วยของหวานอย่าง Cocotte Tiramisu (260 บาท) หรือจะเป็นจานที่เสิร์ฟมาได้อย่างสวยงามอย่าง Pavlova (320 บาท)

รายละเอียดร้าน : http://www.ipick.com/bangkok/th/restaurant/30010305

Touche Hombre

การมาถึงของ 72 Courtyard ยิ่งทำให้ย่านทองหล่อคึกคักขึ้น เพราะได้นำร้านอาหารจากหลาย ๆ ประเทศมาเปิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Touché Hombre ร้านอาหารสไตล์เม็กซิกันจากเมลเบิร์น ที่นำเข้ามาโดยทีมฮิป ๆ อย่าง Sapparot Group ที่อยู่เบื้องหลังร้านที่ได้รับความนิยมหลากหลายร้านอย่าง Rocket Coffeebar และ Lady Brett

เราจะตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ด้วยแสงสีเขียวจากไฟนีออน ภาพจิตรกรรมฝาผนัง และกำแพงอิฐ ส่วนชั้นบนจะเป็นกึ่งรูฟท็อปบาร์จะมีกำแพงที่ถูกเพ้นท์กราฟฟิตี้ดูลึกลับน่าค้นหาโดย Nychos

หลากหลายจานในเมนูของที่นี่จะเป็นสไตล์เม็กซิกันสมัยใหม่ ซึ่งทุก ๆ จานจะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากวิสัยทัศน์ของ Executive Chef ของ Sapparot Group อย่างเชฟ Patrick Martens โดยในแต่ละจานที่เน้นการใช้วัตถุดิบจากโครงการหลวง ส่วนเครื่องเทศอย่างพริกจะนำเข้ามาจากเม็กซิโกทุก ๆ สองสัปดาห์

เริ่มต้นมื้อด้วยจานทานเล่นแบบดั้งเดิมอย่าง Elotes Callejeros (120 บาท) หรือจะเป็นจานเบา ๆ อย่าง Cengrejo เป็นสลัดปูนิ่มที่ผสมทั้งข้าวโพด ทับทิม ส้มโอ หัวหอมและ Crema de Mexicana (380 บาท)

ทีมงานในครัวภูมิใจมาก ๆ กับตอร์ติญ่าโฮมเมด ด้วยขนมปังเหนียวนุ่มชิ้นบางที่ทำด้วยแป้งข้าวโพดและข้าวโพด ซึ่งเราลองได้กับจานคลาสสิกอย่าง Pollo de Habanero (225 บาท) จานนี้จะถูกจับคู่มากับไก่ย่างซัลซ่า ชีสเยิ้ม ๆ และอาร์ติโชค แต่ถ้าอยากจะลองจานที่ท้าทายมากกว่านั้นต้องลอง Pato y Foie Gras Taco (350 บาท) ด้วยตอร์ติญ่าเมล็ดฟักทองที่ราดมาบนเป็ดย่างและส้ม แล้วทาด้วยซอสที่ใช้เครื่องเทศและวัตถุดิบของเม็กซิโกกว่า 30 ชนิด

ในส่วนของบาร์จะดูแลโดยมิกซ์โซโลจิสต์ Sebastian De La Cruz ที่พร้อมจะเสิร์ฟแก้วพิเศษ ๆ ที่เน้นเตกิล่าและ Mescal ซึ่ง Warren Lucas ผู้จัดการทั่วไปของ Touché Hombre กล่าวว่า “ทุก ๆ คนในย่านนี้ได้สัมผัสกับค็อกเทลดี ๆ มากมาย แต่ค็อกเทลของเราจะต่างออกไป และมันจะไม่ใช่แค่คนในย่านนี้ที่จะได้ลอง คนทั่วกรุงเทพฯ ก็จะได้สิ่งที่น่าตื่นเต้นเช่นกัน”

ลอง Trick Me (290 บาท) แก้วที่ผสมทั้งเตกิล่า แอปริคอตและเลมอน จะมีรสชาติคล้าย ๆ กับมาร์การิต้า แต่จะแตกต่างตรงที่ใช้ Mescal ผสมกับชา หรืออีกแก้วอย่าง Suavemente ที่มีส่วนผสมเป็น Mezcal, Sweet Vermouth ส้ม เลมอน และโซดา

รายละเอียด : http://www.ipick.com/bangkok/th/restaurant/30009104

ติดตามร้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายที่นี่ : http://th.ipick.com/article/349/

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว