ครั้งแรกของศิลปินไทยกับนิทรรศการเดี่ยวในแกลเลอรี่ร่วมสมัยระดับโลก

ครั้งแรกของศิลปินไทยกับนิทรรศการเดี่ยวในแกลเลอรี่ร่วมสมัยระดับโลก
S! Travel (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา



ในแวดวงศิลปะระดับโลกต่างรู้กันดีว่า นิวยอร์กคือเมืองที่เป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัย เป็นเมืองที่ศิลปินจากทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะได้แสดงงานที่นี่ และในหมู่ของศิลปิน รวมถึงคนที่สนใจงานศิลปะนั้น อโกร่าแกลเลอรี (Agora Gallery) ซึ่งอยู่ใจกลางย่านศิลปะอย่างเชลซี คือชื่อที่รู้จักกันดีในฐานะแกลเลอรีแสดงผลงานแนวนี้ที่ติดอันดับต้นๆ ของโลกและสั่งสมชื่อเสียงมานานกว่า 30 ปี  

จึงนับเป็นข่าวดีของวงการศิลปะไทยที่ บรรเจิด เหล็กคง ศิลปินชาวไทย จะนำผลงานประติมากรรมของเขาบินลัดฟ้าไกลถึงนิวยอร์ก เพื่อจัดแสดงในนิทรรศการเดี่ยว “Banjerd Lekkong Solo Exhibition” ที่อโกร่าแกลเลอรีในเดือนพฤษภาคมนี้ ด้วยการสนับสนุนของสิงห์ปาร์ค เชียงราย ภายใต้หัวเรือใหญ่อย่าง สันติ ภิรมย์ภักดี โดยมีการจัดแถลงข่าวเกี่ยวกับความสำเร็จของศิลปินไทยครั้งนี้ไปเมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา ที่สยามพารากอน พร้อมจัดแสดงผลงานให้คนไทยได้ชมกันก่อนอีกด้วยในวันนั้นและวันที่ 12 เมษายน

การเดินทางสู่ระดับโลกของศิลปินอนาคตไกลครั้งนี้ไปพร้อมกับความวิจิตรงดงามของวรรณคดีไทยที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านงานประติมากรรมเหล็กทั้ง 15 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นชิ้นงานที่สร้างจากตัวละครในเรื่อง “รามเกียรติ์” อย่าง “หนุมาน” และ “ทศกัณฐ์” ไปจนถึง “สิงห์” ชิ้นงานที่จัดเป็นหนึ่งในไฮไลท์อีกชิ้นของงานแสดงครั้งนี้



 

จุดเริ่มต้นในการทำงานศิลปะของบรรเจิดเริ่มมาจากการทำงานในอู่ซ่อมรถซึ่งเป็นกิจการของพ่อตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา จนเติบโตเป็นช่างเหล็กที่มีความชำนาญ เมื่อประกอบกับความรักในศิลปะที่สะสมมาจากการได้เห็นประติมากรรมรามายณะตามโบราณสถานในอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา และความสามารถด้านการออกแบบที่ได้จากการเรียนด้านสถาปัตยกรรม องค์ประกอบทั้งหมดได้หล่อหลอมให้เขาริเริ่มสร้างประติมากรรมจากเหล็กกล้า 

“มีแต่คนพูดว่าทำไมถึงทำงานแบบนี้ ตอนแรกไม่คิดว่าจะทำ คิดมา 6-7 ปี ตอนนั้นทำงานด้านสถาปัตย์ เน้นทำสถานบันเทิง พอเริ่มเกิดพิษเศรษฐกิจถึงได้มาลองทำเป็นชิ้นเป็นอัน” ศิลปินหนุ่มเล่าถึงช่วงแรกที่เขาเริ่มมุ่งมั่นทำงานศิลปะอย่างจริงจังท่ามกลางความไม่เข้าใจของคนรอบข้าง

ผ่านมากว่าทศวรรษ นับจากผลงานจากเหล็กกล้าชิ้นแรกของเขาที่เป็นรูปองค์พระพิฆเนศ บรรเจิดได้สร้างสรรค์ประติมากรรมชิ้นอื่นๆ อีกกว่า 40 ชิ้น โดยตั้งชื่อผลงานเหล่านี้ว่า “ศิลปะเหล็กคง” ตามชื่อนามสกุลของตัวเอง โดยทุกงานนอกจากจะแสดงถึงความมีอัตลักษณ์แล้ว ยังเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่งานศิลปะจากเหล็กที่มีความอ่อนช้อยราวใช้มือวาดเหล่านี้



ความสวยงาม ความมีเอกลักษณ์ และความแปลกใหม่ของวัสดุที่ใช้เป็นเหตุผลที่ทำให้งานของบรรเจิดได้รับการยอมรับในระดับโลก เป็นความสำเร็จที่มาจากความตั้งใจที่จะทำผลงานศิลปะแบบชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น ไม่มีการทำซ้ำ อีกทั้งแต่ละชิ้นยังสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบที่มาพร้อมกับการใช้ทักษะช่างอย่างชำนาญ จนได้ออกมาเป็นผลงานที่น่าภูมิใจ

“จนถึงทุกวันนี้ ถือเป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิต ผมเชื่อว่ามันเป็นความใฝ่ฝันของคนทำงาน ผมมีความตั้งใจว่า สักวันหนึ่ง ผมจะทำให้คนต้องใส่สูท เพื่อเดินเข้ามาดูผลงานของเราให้ได้ นั่นคือ เราอยากจัดแสดงงานในแกลเลอรี ระดับประเทศหรือระดับโลก หลังจากนั้นผมเริ่มทำเว็บไซต์ และส่งผลงานไปเสนอแกลเลอรีต่างๆ ทั้งยุโรป อเมริกา สิงคโปร์ อังกฤษ จนได้รับการติดต่อจากอโกร่าแกลเลอรีที่นิวยอร์ก ให้นำผลงานมาจัดแสดง” บรรเจิดเปิดใจถึงก้าวสำคัญในชีวิต

แต่การจะนำผลงานไปจัดแสดงถึงนิวยอร์กนั้น แม้จะได้รับคำเชิญจากแกลเลอรีก็จริงแต่ก็ยังต้องอาศัยทุนรอนไม่น้อย ซึ่งนับเป็นความโชคดีของเขาที่ได้เจอกับคนที่เข้าใจในเรื่องนี้และพร้อมที่จะสนับสนุนอย่าง สันติ ภิรมย์ภักดี

“ผมเดินไปเสนอทุนหลายที่ จนได้มาเจอกับ คุณสันติ ภิรมย์ภักดี ซึ่งท่านเห็นคุณค่าของศิลปะ และอยากให้คนไทยได้ไปแสดงผลงานสร้างชื่อในระดับโลก สิงห์ปาร์ค เชียงรายจึงเข้ามาช่วยสนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้” บรรเจิดกล่าวถึงจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ช่วยให้ฝันของเขาเป็นจริง

“Banjerd Lekkong Solo Exhibition” ภายใต้คอนเซปต์ Metamorphosis จะจัดแสดงที่อโกร่าแกลเลอรีในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม – 9 มิถุนายนนี้ ติดตามผลงานเพิ่มเติมของ บรรเจิด เหล็กคง ศิลปินที่สร้างความภูมิใจในกับคนไทยครั้งนี้ได้ที่ www.lekkong.com

 

[Advertorial]