ล่องเรือหรู Costa Victoria จากสิงคโปร์ สู่มาเลเซีย

ล่องเรือหรู Costa Victoria จากสิงคโปร์ สู่มาเลเซีย
S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

เรื่อง/ภาพ: สาวสุดเซอร์

ห๊ะ อะไรนะ? จะชวนไปล่องเรือเที่ยว "โอ้ มาย ก้อด!" ฟรุ้งฟริ้งกิ่งก่องแก้วซะเหลือเกิ๊นนนน

ในชีวิตเที่ยวมาก็มากมาย แต่ไม่เคยได้รับโอกาสเวอร์วังอลังการเช่นครั้งนี้ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเจ้าภาพใจดี Snookdee Tours & Travel ที่ชวนไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการล่องเรือสำราญสุดหรู Costa Victoria ตลอด 4 วัน 3 คืน สิงคโปร์-มาเลเซีย รอช้าอยู่ไยไปเที่ยวพร้อมกันเลย

คณะนัดเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมออกเดินทางด้วยสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (SQ) เที่ยวบิน SQ 973 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที หลับฝันดียังไม่ทันจบเรื่องเราก็มาถึงสนามบินซางฮี ประเทศสิงคโปร์ เป็นที่เรียบร้อย

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!!! เมฆครึ้มมาแต่ไกล เปิดอินเทอร์เน็ตโรมมิ่งตรวจสอบสภาพอากาศ พยากรณ์ได้ว่า ตั้งแต่วันที่เรามาถึงสิงคโปร์จวบจนวันเดินทางกลับ พายุเข้าตลอดเลยจ้า (ขอบคุณค่ะ!! เศร้าแป๊บ)

กว่าจะได้ออกจากสนามบินเราก็มีเวลาชื่นชมกับความเป็นสนามบินอันดับ 1 ของโลก (จัดอันดับปี 2553) ที่มีระบบการจัดการที่ดีเยี่ยม มีอาคารผู้โดยสารถึง 4 อาคาร รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ

สิงคโปร์เป็นเมืองที่ร่มรื่นจนมีคนเคยกล่าวไว้ว่า การขับรถในสิงคโปร์ก็เหมือนกับขับรถเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ เพราะตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากสนามบินไปสู่ตัวเมืองจะมีต้นไม้ให้ดูตลอดสองฝั่งถนน

รถบัสพาเรามาจอดที่ ‘Merlion' รูปปั้นครึ่งสิงโตครึ่งปลา สัญลักษณ์ที่ใครมาสิงคโปร์เป็นต้องมาถ่ายรูปเช็กอิน และแน่นอนคนที่จะมาอยู่ที่นี่ก็ต้องมหาศาลล้านแปด แย่งกันหามุมคลาสสิกจนแทบจะไม่มีแบ็กกราวนด์งามๆ ให้ปรากฏ อยู่ที่เมอร์ไลอ้อนได้ไม่นาน เมฆดำก็มาไล่ให้รีบขึ้นรถ

จากนั้นทัวร์ก็มาหยุดเอาฤกษ์เอาชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดการเดินทางด้วยการพามาชมลานน้ำพุ ‘Foutain of Wealth' ซึ่งอยู่ท่ามกลางหมู่ตึกซันเทค แม้ฝนจะตกหนักมากแต่คณะก็ไม่ยอมลดละ พยายามหามุมถ่ายรูปน้ำพุเบื้องหน้ากันจ้าละหวั่น เพื่อความปลอดภัยเจ้าหน้าที่จะคอยดูสภาพอากาศให้ว่าควรจะปล่อยให้นักท่องเที่ยวเดินออกไปยังลานน้ำพุหรือไม่

จนแล้วจนรอดฝนก็หยุดตกให้เราได้เดินเอามือไปสัมผัสกับน้ำพุจนได้ ฉันก็ได้แต่มโนว่าต่อจากนี้ความโชคดีก็จะอยู่กับฉันตลอดไป (ยิ้มมุมปากเบาๆ)

ด้วยความที่ฝนตกไม่หยุด จากโปรแกรมทัวร์ที่จะแวะ Old Parliament House ศูนย์รวมของงานศิลปะ ดนตรี การเต้นรำ (อดีตคือที่ตั้งรัฐสภาเก่าของสิงคโปร์) ชม Elephant Statue รูปปั้นช้างสำริดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้พระราชทานเมื่อเสด็จเยือนประเทศสิงคโปร์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1871 เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างไทย-สิงคโปร์

ชม Singapore Flyer ชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่สุดในเอเชีย และอีก 2-3 แห่งเป็นอันต้องยกเลิกไป แต่ด้วยสายเลือดคนไทยที่มีจิตใจแห่งการช้อปปิ้งเหนียวแน่น ทั้งคณะก็ลงความเห็นว่าขอเดินละลายทรัพย์ในศูนย์การค้าที่อยู่ใกล้ๆ ท่าเรือ Marina Bay ก็แล้วกัน

หลังจากทุกคนละลายทรัพย์และขึ้นมาบนเรือเรียบร้อย แบ่งห้องหับกันอย่างชัดเจน ก็ถึงเวลาที่ทุกคนต้องมารวมตัวฟังการสาธิตเพื่อการโดยสารและใช้ชีวิตบนเรือได้อย่างปลอดภัย

เสร็จแล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย สนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ มากมายบนเรือ เป็นต้นว่า ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ที่ถูกกว่าด้านนอก 30-50% แล้วแต่อย่าง ชิมอาหารสไตล์อิตาเลียน และห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติที่ให้เลือกอร่อยได้ไม่จำกัด

อิ่มแล้วก็มาชมโชว์พิเศษที่ทางเรือจัดไว้ให้แบบไม่ซ้ำ แวะคลับ เลาจน์ บาร์ต่างๆ ให้เลือกชิลล์อย่างไม่รู้เบื่อ ดื่มด่ำกับการว่ายน้ำในสระบนชั้นดาดฟ้าเรือ เข้าห้องสปา ฟิตเนส ยิม หรือจะเล่นคาสิโนเสี่ยงโชคก็ไม่มีใครว่า เรียกได้ว่ากิน เที่ยว ช้อป ชิลล์แบบอิสระสบายกายสบายใจจนลืมความเครียดและงานกองโตที่ทำงานไปชั่วขณะ

และสำหรับคนที่ติดโรค เอ้ย ติดโลกโซเชียลหนักมาก ขอบอกว่าต้องทำใจเพราะคุณจะโดนตัดขาดโลกภายนอกชั่วคราว (เฉพาะตอนอยู่บนเรือ) แต่จะมีแอพพลิเคชั่นของเรือสำหรับไว้ติดต่อ แชทเฉพาะกลุ่มได้ โทร.หาพรรคพวกว่าฉันอยู่นี่นะ เธออยู่ไหน มาเจอกันหน่อย คืนแรกบนเรืออาจจะตื่นเต้นเล็กน้อย เดินสำรวจกันสนุกสนาน กว่าจะได้เข้าห้องพักผ่อนก็ปาไปเกือบจะตี 2 แล้ว

วันที่สอง เรือสำราญ Costa Victoria ก็มาจอดทอดสมอ ณ เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย ขึ้นจากเรือนั่งรถบัสแวะเช็กอินเมืองมรดกโลก ศูนย์กลางการค้าเครื่องเทศในอดีตที่ผู้ค้าฝั่งตะวันตกกับผู้ขายฝั่งตะวันออกได้มาพบปะกัน

ทัวร์ปล่อยให้เราเก็บภาพบรรยากาศ การดำเนินชีวิตของผู้คนในเมืองมะละกาสักพักก็พาไปเยือน ‘Masjid Al-azim' ชมสถาปัตยกรรมที่งดงามของมัสยิดตามบานประตู พื้นผิวกระเบื้อง ลวดลายสถาปัตย์ฯ ของมัสยิดที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่น เป็นการผสมผสานระหว่างจีนและชวาเข้ากันอย่างลงตัว

จากนั้นก็ไปเยือน ‘จัตุรัสดัทช์' (Dutch Square) ที่ซึ่งผู้คนต่างเดินทางมาเยี่ยมชมความงามของตึกสีแดงโดดเด่น อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์ในศาสนาคริสต์ ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1753 ใกล้ๆ

กันมีทางเดินเท้าขึ้นไปยังป้อมปราการ ‘A' Fomosa' ที่โปรตุเกสได้สร้างไว้ก่อนจะเป็นสัญลักษณ์ที่ใครมามะละกาก็มักจะแวะมาเยี่ยมชมและถือเป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยงามอีกจุด

ไฮไลต์ของมะละกายังไม่หมดเพียงแค่นี้ แนะนำให้นั่งสามล้อสีสันเจิดจ้า สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น บางคันตกแต่งเป็นตัวการ์ตูนขวัญใจเด็กๆ คิตตี้ สีชมพูเวอร์วังอลังการ นั่งชมเมืองสักพักก็ถึงเวลาขึ้นรถบัสกลับสู่ท่าเรือ เพื่อล่องไปต่อยังเกาะปีนังในเช้าวันถัดมา

วันที่สาม ท้องฟ้าแจ่มใส หลังจากเรือสำราญลำหรู Costa Victoria ได้ทอดสมอ ณ เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย เรียบร้อย ก็ได้เวลาสำรวจรัฐปีนังแบบชิลล์ๆ และทริปนี้ดูเหมือนว่าสาวๆ จะเป็นผู้นำคณะ เพราะฉะนั้นสถานที่ที่ได้รับการโหวตจากลูกทัวร์ทั้งหลายก็จะมีแต่เรื่องช้อปปิ้ง-กิน กิน-ช้อปปิ้งเป็นหลัก

ด้วยความที่ปีนังเป็นเขตการปกครองเดียวที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวจีน สถาปัตยกรรมบ้านเรือนก็ยังมีเค้าของสไตล์โคโลเนียลหลงเหลือ บางคนแวะถ่ายตึกรามบ้านช่อง บางคนก็ขนเอาของฝากเต็มสองไม้สองมือ และที่ที่ไปกินและช้อปก็คือ ‘ไชน่าทาวน์' ซึ่งอยู่ในเมืองจอร์จทาวน์อีกที

ไชน่าทาวน์ คึกคักไปด้วยรถราและผู้คน มีของให้ซื้อหาเป็นของฝากมากมาย ช้อปกันเต็มอิ่มแล้วช่วงบ่ายก็แวะเยี่ยมชม ‘วัดไชยมังคลาราม' (Wat Chaiya mangalaram)

วัดไทยที่มีพระพุทธชัยมงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ในคราวเสด็จประพาสปีนังเมื่อปี 2505 เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ที่มีความยาว 108 ฟุต จนได้รับการจัดลำดับความใหญ่โตเป็นอันดับ 4 ของโลก

ออกจากวัดไชยฯ มาฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นที่ตั้งของ ‘วัดธรรมิการาม' (Wat Dhammikarama Burmese Buddhist Temple) วัดพม่าที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินอ่อน พระประธานประทับยืนที่อยู่ภายในอุโบสถ์ซึ่งตกแต่งด้วยไม้แกะสลักแบบล้านนาสวยงาม

หากมีเวลาเหลือๆ ก็สามารถเดินชมพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินอ่อนปางต่างๆ ด้านหลังพระอุโบสถ์ จะมีอยู่หลายองค์ ก่อนจะขึ้นเรือ เตรียมตัวปาร์ตี้หน้ากากอย่างสนุกสนาน กิจกรรมที่ทางเรือสำราญจัดไว้ให้อย่างหรูหรา ก่อนจะนอนหลับฝันดีไปพร้อมรอยยิ้ม

เช้าวันที่สี่ ถือเป็นกิจกรรมหลวมๆ ที่ทุกคนจะใช้ชีวิตบนเรือสบายๆ เข้าสปา เข้ายิม เล่นฟิตเนส แหวกว่ายไปในสระน้ำบนดาดฟ้าเรือ ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี และอีกมากมาย ประทับใจจนลืมไม่ลงแน่ๆ

กว่าเรือจะจอดเทียบท่าที่ท่าเรือ Marina Bay ประเทศสิงคโปร์ก็เกือบบ่าย คณะก็เตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินซางฮีด้วยเที่ยวบิน SQ 978 กลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

ตลอด 4 วัน 3 คืน เป็นอีกทริปที่มีความสุขสุดๆ ใครเคยเที่ยวสิงคโปร์-มาเลเซีย แบบนั่งเครื่องบินต่อรถบัสเที่ยว ลองเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางแบบใหม่โดยล่องเรือสำราญดูบ้างมั้ยล่ะ แล้วคุณจะพบว่ามีเรื่องเล่าให้เพื่อนฟังไม่ซ้ำทริปเดิมอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ : Snookdee Tours & Travel

โทร. 0 2743 2222 สำหรับการเดินทาง