ชาร์จความสุข! รีเซตปอด กอดกระบี่ 3 วัน 2 คืน

ชาร์จความสุข! รีเซตปอด กอดกระบี่ 3 วัน 2 คืน

หากพูดถึงจังหวัดท่องเที่ยวในภาคใต้ เชื่อแน่ว่าจังหวัดกระบี่ คืออันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวต้องนึกถึง เพราะจังหวัดริมทะเลอันดามันแห่งนี้มีเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยสถานที่เที่ยวมากมาย ทั้งหมู่เกาะทะเลสวยงามและมีชื่อเสียงโด่งดัง จนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างหลงใหลใฝ่ฝันบินมาสัมผัสความสวยงามชาร์จพลังความสุขกันเกือบตลอดทั้งปี

และด้วยความงดงามของจังหวัดกระบี่ที่สามารถมาเที่ยวได้ทั้งปี และมีของดีให้เราชมมากกว่าที่คิด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงได้ยกขบวนบรรดาบล็อกเกอร์ นิสิตนักศึกษา และประชาชนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว แชต แชร์ และถ่ายภาพ ซึ่งผ่านคัดเลือกจากการร่วมสนุกในเฟสบุ๊กแฟนเพจ EGAT Fans รวม 80 ชีวิต ออกเดินทางไปเปิดประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรม Unseen EGAT "Power of Clean" พลังสะอาดชาร์จความสุข @ กระบี่

 

Day 1

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่ได้เราไปเยือนกัน นั่นคือ การนั่งเรือหัวโทงไปเที่ยว "เขาขนาบน้ำ" แลนด์มาร์คของเมืองกระบี่ นอกจากจะได้เห็นความสวยงามมหัศจรรย์ของภูเขาที่หินปูนฝาแฝดขนาบไปกับสายน้ำแล้ว เรายังสามารถเดินเที่ยวชมในถ้ำที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พร้อมกับการจำลองการใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคก่อน ๆ ไว้อย่างน่าสนใจ

มาเยือนเขาขนาบน้ำท่องเที่ยวอย่างเราๆ ไม่ได้แค่มาชมกันเฉยๆ แต่พวกเรายังทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ปลูกต้นโกงกางไว้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน และช่วยป้องกันการชะลอกัดเซาะชายฝั่งได้อีกด้วย 

ทำกิจกรรมกันเสร็จเราก็ได้เดินทางไปกินอาหารทะเลพื้นบ้านปักษ์ใต้กันที่ร้านขนาบน้ำวิว ร้านอาหารบนเรือนแพ ที่ล้อมรอบด้วยหมู่บ้านชาวประมงและป่าชายเลย กินอิ่มก็ไปเที่ยวบ้านเกาะกลาง ชุมชนชาวมุสลิม ที่มีกิจกรรมสนุกๆ มากมายให้พวกเราได้ชมและได้ร่วมเรียนรู้

สำหรับการเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะกลางนั้นต้องใช้สามล้อพ่วงข้างบิดกันไป โดยจุดแรกที่เราได้ร่วมกิจกรรม คือ การเพนท์ผ้าบาติก" ที่นักท่องเที่ยวสามารถมานั่งวาดลวดลายและแต่งแต่มสีสันด้วยตัวเองได้ และถ้าใครติดใจความงามของผ้าบาติกที่นี่ ก็สามารถอุดหนุนกลับไปเป็นของฝากกันได้ 

จากนั้นเราก็ไปชมการทำเรือหัวโทงจำลองที่ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเรือหัวโทงจำลองเกาะกลาง ที่นี่มีการทำเรือหัวโทงและเรือพื้นบ้านประเภทอื่นๆ จำลองให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันแบบใกล้ชิด และยังสามารถอุดหนุนกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

และเดินมาอีกไม่ไกล เราก็ได้สนุกกับการเรียนรู้ การปลูกข้าวพันธุ์สังข์หยด ข้าวคุณภาพดีที่เปี่ยมด่วยคุณค่าอาหาร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาชมนาข้าวของชาวบ้านและอุดหนุนกลับบ้านได้เช่นกัน

 

Day 2

วันที่สองของการมาเยือนกระบี่ เราได้เดินทางไปชมแหล่งท่องเที่ยวแบบ Unseen กับธรรมชาติที่บริสุทธิ์สวยงามของจังหวัดกระบี่กันตั้งแต่ โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่เรานั่งเรือสปี๊ดไปชมกัน ก็คือ อ่าวพระนาง เป็นอ่าวเดียวที่เที่ยวได้ทั้งทั้งถ้ำพระนางที่อยู่ปลายสุดของหาด และชายหาดที่ขาวสะอาด น้ำทะเลใส คลื่นลมสงบก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่ แม้มีคนค่อนข้างมากแต่บรรยากาศก็เป็นส่วนตัว

จากนั้นก็นั่งเรือไปชมทะเลแหวก ปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำลง บริเวณดังกล่าวจะเป็นสันทรายเชื่อมเกาะสามเกาะ คือเกาะหม้อ เกาะทัพ และเกาะไก่ ให้นักท่องเที่ยวเดินไปมาระหว่างเกาะได้ โดยช่วงเกาะหม้อและเกาะทัพความยาวสันทราย 70 ม. ส่วนเกาะทัพถึงเกาะไก่ความยาวประมาณ 200 ม. น้ำทะเลบริเวณสันทรายใส น่าเล่น

มาเที่ยวทะเลกระบี่แล้วถ้าไม่ได้ลงดำน้ำชมปะการังกันสักหน่อยก็ดูเหมือนจะมาเสียเที่ยว ว่าแล้วเราก็แวะดำน้ำแบบสน็อกเกิ้ลชมความงามของทะเลกระบี่กันแบบจุใจ บอกเลยว่าธรรมชาติที่นี่ยังสวยงามมาก ถ้ามีโอกาสต้องมากันสักครั้งให้ได้


บ่ายๆ เราเดินทางไปชาร์จความสุขกันต่อ ด้วยการพายเรือคายัคเที่ยว "อ่าวท่าเลน" ป่าชายเลนผืนใหญ่ ที่มีแนวเขาหินปูนสลับกับธรรมชาติสวยๆ ให้เราชมเพลินตา ตลอดระยะทางการพายเรือประมาณ 7 กิโลเมตร ในช่วงแรกๆ นักท่องเที่ยวจะต้องพายทวนน้ำและกระแสลม

แต่พอพายไปเรื่อยๆ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ความงามจากธรรมชาติรอบกาย จะทำให้การเดินพายเรือผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถ้ามีโอกาสบอกเลยว่า เป็นหนึ่งในกิจกรรมสุดสนุกๆ ที่คุณต้องตื่นเต้นและประทับใจไม่ลืม

 

Day 3

หลังจากพักผ่อนกันอย่างเต็มที่เช้าวันใหม่ พวกเราทุกคนได้ออกเดินทางไปทำกิจกรรมปล่อยลูกปลากระพงขาวกว่า 70,000 ตัว ลงสู่คลองปกาสัย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก EGAT เพื่อให้มันเติบโตเป็นอาหารและสร้างรายได้ให้กับชุมชนชาวบ้านคลองปกาสัยกันต่อไป

จากนั้นเราก็ยกทีมกันไปลงเรือเที่ยวชมคลองปกาสัย คลองเล็กๆ ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่าชายเลน อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาหารและแหล่งสร้างรายได้จากการทำอาชีพจับปู ปลาจากคลองนี้ขายอีกด้วย

คลองปกาสัย เป็นอีกหนึ่งหนึ่งที่ยังดูอุดมสมบูรณ์มาก มาที่นี่นอกจากเราจะได้นั่งเรือชมวิวสวยๆ แล้วเรายังได้ชมการดำน้ำเก็บถ่านหินของชาวบ้านด้วย ซึ่งใต้ท้องน้ำของลำคลองปกาสัยนั้นอุดมด้วยถ่านหินลิกไนต์อยู่เป็นจำนวนมาก

ตื่นตาตื่นใจกับถ่ายหินใต้น้ำแล้ว เราทุกคนยังได้มีโอกาสเข้าชมไปโงแรมโรงไฟฟ้ากระบี่ ที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 และทุกวันนี้ก็ยังเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าให้ภาคใต้อยู่ แม้จะเป็นแค่บางช่วงก็ตาม ทริปนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การ

ท่องเที่ยวที่สนุกและประทับใจกับกิจกรรมดีมากมายๆ ต้องขอบคุณการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่พาพวกเรามาเปิดตาเปิดใจกับเรื่องราวสนุกๆ ที่ได้มาเยือนในครั้งนี้