"ดอยหลวงเชียงดาว" ขึ้นดอย ชมดาว กับสาวน่ารัก

"ดอยหลวงเชียงดาว" ขึ้นดอย ชมดาว กับสาวน่ารัก
S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นอีกหนึ่งทริปน่ารักๆ จากเจ้าของกระทู้หมายเลข 1476517 จากห้องบลูแพลนเน็ต เว็ปไซต์พันทิป ดอทคอม ที่พาคนรักเดินทางไปเที่ยว ขึ้นดอย ชมดาว สัมผัสอากาศหนาวที่ "ดอยหลวงเชียงดาว" เขาเล่าเรื่องได้น่ารัก สนุกๆ อ่านแล้วอยากไปเที่ยว Sanook!Travel เลยนำเรื่องการเดินทางของคู่รักนักเดินทางมานำเสนอ เผื่อวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ ใครอยากจะชวนหวานใจ ไปหาความอบอุ่นด้วยกัน

" ดอยหลวงเชียงดาว "

มันก็เริ่มจากความว่างงานของผมนี่แหละครับ เลยชวนคุณแฟนไปเดินป่ากัน เนื่องด้วยเธอนั้นเป็นคนค่อนข้างไม่ชอบเดิน  ก่อนไปก็เถียงกันซะยกใหญ่เลยทีเดียว อ่อ…แฟนผมไม่เคยมาเที่ยวอะไรแบบนี้หรอกครับ บ่นผมซะยาวว่าจะไปให้เมื่อยหน้า เมื่อยขาทำไม สุดท้ายวันรุ่งขึ้นก็ตกลงกันได้เลยตัดสินใจมาจบที่ ดอยหลวงเชียงดาวแห่งนี้แหละ ผมก็ไม่เคยไปเหมือนกันครั้งแรกเลยเนี่ยะ เลยต้องช่วยกันหา รีวิว นู่นนี่นั่น กันยกใหญ่ กว่าจะลงตัวได้ก็ใช้เวลาเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว

หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อย การเดินทางเป็นยังไง แล้วจะออกมาแบบไหน ต้องเตรียมตัวยังไง ใช้เงินเท่าไหร่ ต้องติดต่อใครที่ไหนอะไรยังไง ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ

ดอยหลวงเชียงดาว


ดอยหลวงเชียงดาว เป็นดอยที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ สูง 2,225 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อยู่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

การจองก่อนขึ้นดอยหลวง 
การจองก่อนขึ้นดอยหลวงเชียงดาว

แรกเริ่มเดิมทีผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าต้องทำยังไง เลยไปหารีวิวเยอะแยะไปหมด สุดท้ายก็ยัง งงๆ อยู่ เลยต้องโทรครับ โทรถามอุทยานเลยว่าต้องทำยังไง ส่วนเบอร์ติดต่อ หลายคนอาจเจอปัญหาเหมือนผมคือ "หมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่เปิดใช้บริการ" นี่มันเบอร์อนาคตชัดๆ อย่าเพิ่งย่อท้อครับ หาต่อไปเรื่อยๆ ว่าเบอร์ไหนติด เบอร์ไหนใช้ได้ ใช้ไม่ได้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะคนโทรเข้าไปเยอะรึเปล่านะ แต่สุดท้ายผมก็หาเบอร์จนโทรติด พอได้คุยกับเจ้าหน้าที่แล้วง่ายเลยครับที่นี่ พี่เจ้าหน้าที่เขาของชื่อ เบอร์ติดต่อผมไว้ แล้วเขาจะเอาเบอร์ของเราให้คนที่รับจ้างขับรถจัดทัวร์ไป แล้วก็รอพี่เค้าติดต่อกลับมาแค่นั้น ชิลๆ
รอ 2-3 วัน พี่เขาก็ติดต่อกลับมาตอนเย็นๆ ซึ่งตอนนั้นผมไม่ว่างทำไรอยู่ซักอย่างนี่แหละจำไม่ได้เหมือนกัน ในเย็นวันนั้นผมก็โทรกลับไปหาพี่เขา  พี่เขาชื่อชาตรีที่ผมโทรกลับไป เอาเป็นว่ารวบรัดที่สำคัญเลย
1. ต้องไปลงชื่อที่ทำการก่อนว่าจะขึ้นวันไหน ( แค่นี้แหละง่ายมากเสร็จแล้ว )
2. หาลูกหาบ ไกด์ รถไปส่งทางขึ้นดอย
3. วันจะขึ้นต้องไปลงชื่อที่ทำการอุทยานก่อนจ่ายค่า เต้นท์ + ค่ามัดจำขยะ ตอนลงก็เอาขยะมาแลกคืน
แค่สามอย่างนี้แหละครับ ผมก็ไม่ได้ทำขั้นตอนอะไรพวกนี้เลย ผมโทรไปหาพี่ชาตรี พี่เขาอธิบายรายละเอียดต่างๆ ว่าต้องทำยังไง เมื่อตกลงราคากันแล้ว ผมแค่โอนมัดจำให้พี่เขา 500 บาท การไปลงชื่อ หาลูกหาบ รถ จ่ายค่ากางเต็นท์ ทุกอย่าง พี่เขาเตรียมทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อย หน้าที่ของผมมีอย่างเดียวคือเตรียมตัวเดิน


ทางขึ้นดอยหลวงเชียงดาว

ทางขึ้นดอยหลวงมี 2 ทาง มี เด่นหญ้าขัด กับ ปางวัว ( ผมขึ้นเด่นหญ้าขัดแล้วลงปางวัว ) สองทางนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยวิธีการเดินและค่ารถ
เด่นหญ้าขัด - ทางจะยาวกว่า มีระยะทางจากจุดเดินถึงจุดยอดสุด 8.5 กิโลเมตร แต่เป็นทางที่เดินสบายกว่า สามารถชม นก ชมไม้ ได้ตลอดระยะทางแบบไม่เหนื่อย ข้างทางสวยมากนะเออ แต่ค่าโดยสารทางนี้จะแพงกว่า
ปางวัว - ทางนี้สั้นกว่า ระยะเดินถึงจุดยอด 6.5 กิโลเมตร ทางเดินนั้นเริ่มก็สูงชัน บั่นกำลังขาเลย ข้างทางไม่มีอะไรให้ดู มีเพียงซอกหินกับดินเศษหญ้าที่จับน้ำค้างลื่นๆ ต้องเดินอย่างระวังกันทุกฝีก้าวเลยทีเดียว แต่ค่าโดยสารถูกกว่านิดนึง ( ลูกหาบมักใช้ทางนี้แบกของแบกน้ำขึ้นไป )

ค่าใช้จ่ายดอยหลวงเชียงดาว

แน่นอนงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ
-โอนมัดจำ 500 ( อันนี้เป็นค่ามัดจำขยะและธรรมเนียมกางเต็นท์ พอลงมา ผมได้คืน 380 บาท )
-ค่ารถขึ้นดอย 1,900 ( อันนี้แล้วแต่ต่อรองครับ ผมให้พี่เขามารับจาก บขส. เชียงดาว ไปส่งเด่นหญ้าขัด - แล้วก็มารับจากปางวัว ไปส่งที่ บขส. ที่เดิม )
-ค่าลูกหาบ 450 บาท 3 วัน 1,350 บาท ( ไม่ได้จ้างไกด์ เดินตามลูกหาบเอา )
-ค่าน้ำ 500 บาท (ค่าน้ำคือ เป็นน้ำที่เอาไว้กินใช้ข้างบน 20 ลิตรครับ ผมไม่ได้แบกน้ำขึ้นไปเพราะ น้ำหนักค่อนข้างเยอะ ถ้าไปกับหลายคนก็ซื้อข้างบนเลยครับ ประหยัดค่าลูกหาบได้อีกคนหนึ่ง 3 วัน )

รวมๆ ก็ 4,250 - 380 = 3,780 ( ไม่รวมค่าอาหารที่กินข้างบนนะอันนั้นหาเอาเอง ) ของผมหาร 2 นะ ผมไปแค่สองคน ถ้าให้ไป 4-5 คน ตัวหารมากก็ยิ่งถูก

ประมาณนี้แหละ สงสัยตรงไหนถามได้เลย ไม่ต้องเกรงใจเด้อ
ต๊ะ ที่ผมเขียนของผมมีคนรออ่านด้วย ดีใจมาก

( ผมเพิ่งเคยเขียนกระทู้ครั้งแรกนี่แหละไม่คิดว่าจะมีคนอ่าน ผิดพลาดประการใดก็อภัยได้ด้วยครับผม )

งั้นก็เตรียมผูกเชือกรองเท้า เก็บกระเป๋าให้พร้อมแล้วไปกันเลยดีกว่า



ณ สถานีรถไฟบางซื่อ ผมจับรถไฟชั้นนอน รอบ 18.30 น ของวันที่ 16 ธันวาคม บนรถไฟนี่สะดวกสบายแล้วก็สะอาดนะไอ้ชั้นนอนเนี่ยะ มีทุกอย่าง ตั้งแต่ห้องอาหาร ห้องอาบน้ำ ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะไม่ได้กินข้าว อาบน้ำ ถึงเวลาพนักงานมาปูที่นอนให้แล้วก็นอนเก็บแรงแค่นั้นเองครับ สบายมากมาย  หลังจากที่หลับไปเต็มตา ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ 07.00 น แล้ว ใกล้จะถึงสถานีเชียงใหม่เต็มที ผมจึงจัดการตัวเองซะ ล้างหน้าแปรงฟัน เก็บข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ 08.15 น รถไฟถึงสถานีเชียงใหม่แบบไม่เรท

ลงจากรถไฟก็รีบโบกสองแถวเพื่อที่จะไป บขส. ช้างเผือก เพื่อดูรถว่ามีรถไปเชียงดาวรึเปล่า ใครจะไปไม่ต้องกังวล รถมีทุก 30 นาที จนถึง 17.30 น และมีรอบพิเศษ 19.30 น ทุกวัน งั้นไม่รีบครับ ตามแผนการที่วางไว้ ว่าจะไปดู พญาเสือโคร่งที่ขุ่นช่างเคี่ยน ไม่รอช้ารีบหารถเช่า แล้วขับขึ้นดอยสุเทพไปเลย

จุดแรกเป็นจุดชมวิว มองลงมานี่จะเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้งหมดเลยทีเดียว ขี่รถต่อไป ก็แวะไว้พระธาตุดอยสุเทพหน่อยนะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ค่าขึ้นลิฟท์คนละ 20 บาท ต่อคิวด้วยนะตอนผมไปนี่ทัวร์ลง จริงๆ ก็ลงทุกวันแหละ

หลังจากไหว้พระเสร็จ ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ หวังว่าจะไปดูพญาเสือโคร่งที่ "ขุนช่างเคี่ยน" พอไปถึงโอ้โหมีแต่กิ่ง มารู้ที่หลังเขาบอกว่ามันยังไม่บานหรอกถ้าจะให้บานก็ต้องช่วงมกราคมนู้นค่อยมาดู จำไว้เลยนะ มกราคม รอบหน้าจะได้ไม่พลาดอีก ไม่เป็นไรผมก็ลงมาตรงทางสามแยกแล้วก็ขึ้นไปเที่ยวดอยปุยต่อ ของฝาก นู่นนี่นั่นก็หาซื้อได้จากที่นี่เลย เท่าที่ผมดูน่าจะถูกที่สุดแล้วล่ะ (ใครมีที่ถูกกว่า ก็บอกกันด้วยนะ) ตอนนั้นก็บ่ายสองกว่าๆ หิวสิครับ ต้องหาอะไรกิน เหลือบไปเห็นร้านข้าวซอย อยู่ตรงข้ามกันสองร้าน ตัดสินใจร้านไหนดี ซักพักตัดสินใจได้สั่งข้าวซอย ก๋วยเตี๋ยวมาอย่างละ 1 กินสองเลยหิวมาก ร้านนี้อร่อยนะ ใครผ่านไปก็แวะชิมได้ บนดอยปุยมีสองร้านตรงข้ามกันก็ลุ้นเอาเลยร้านไหนแต่น่าจะอร่อยทั้งคู่ อีกร้านหนึ่งไม่ได้ไปกิน

กินเสร็จก็ต้องรีบกันแล้ว ผมรีบแว้นลงจากดอยให้ไว เอารถไปคืนที่ร้าน โบกสองแถวจากร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ไปที่ บขส. ช้างเผือกเพื่อที่จะไป อ.เชียงดาว ถึง บขส. ประมาณ 15.20 น เลยทันขึ้นรถ รอบ 15.30 น พอดี ใครที่จะไปเชียงดาว ก็นั่งรถคันนี้นะ ย้ำคันนี้เลย ไม่พลาดแน่นอนจอดที่ บขส. เชียงดาว

รถก็แออัดนิดนึงนะแล้วแต่รอบ ผมก็หลับไม่รู้เรื่อง ตื่นมาอีกทีอ้าวถึงเชียงดาวแล้ว ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ผมถึง อ.เชียงดาว เวลาประมาณ 17.30 น ตอนนั้นพี่ชาตรี คนที่จัดการทุกอย่างให้ผม รวมทั้งมารับผมด้วย พี่เขามารอที่ บขส.นานแล้วครับ ลงจากรถเมล์ก็แบกกระเป่าไปขึ้นรถกระบะต่อ หลังจากนี้ก็เป็นการเตรียมตัวขึ้นดอยหลวงล่ะ พี่ชาตรีบอกว่าผมต้องแวะซื้อของกินที่ตลาด เมื่อเข้าเขตอุทยานแล้วจะไม่มีโอกาสได้ซื้อ ให้ซื้อไปให้พอกัน กับ 3 วัน 2 คืนของผมทีเดียวเลย ผมกับแฟนไม่มีเตาสนามแก๊สนู่นนี่นั่นไปหรอกนะไปสองคนจะแบกไงไหว ก็ต้องอาศัย ขนมปัง มาม่ากระป๋อง กับโอวัลตินเป็นซองเอาไว้ชงกินเท่านั้นแหละ หลังจากที่แวะตลาด เซเว่น ซื้อขนมกับ กับ มาม่า อุปกรณ์การกิน ซะเต็มถุงไปหมด ก็ไปแวะรับพี่ลูกหาบที่หมู่บ้านก่อนขึ้นดอยหลวงเชียงดาว

พี่ลูกหาบของผมแกชื่อพี่ สมชาย เป็นคนตัวเล็กๆ อารมณ์ดี มาในชุดเสื้อแขนยาว ตอนนั้นก็มืดมากแล้ว หกโมงกว่าๆ อากาศก็เริ่มเย็นได้เวลาไปซักที พี่ชาตรีบอกว่ากว่าจะถึงเด่นหญ้าขัดก็อีก ประมาณ 30 กิโลเมตร ไกลนะนั่นกว่าจะถึง หลังจากพ้นหมู่บ้าน ก็เจองานยากล่ะตลอดทาง 30 กิโลเมตร เกือบทั้งหมดเป็นทางลูกรัง หลุมบ่อ นี่เพียบ ผมนี่หัวโยกเลยตอนนั่งไป กว่าจะถึงก็ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆเลย ถึงหน่วยที่พักของอุทยานก็ สองทุ่มกว่าๆ ล่ะ ( จริงๆ แล้ว เกิน 6 โมงเค้าไม่ให้คนนอกเข้าอุทยานนะ ที่ผมเที่ยวในเมืองชิลๆ ไปนู่นนี่นั่นได้เพราะผมไม่ได้ไปลงชื่อขึ้นดอย ก็พี่ชาตรี เขาเป็นเจ้าหน้าที่ ในอุทยานนั้นอยู่แล้ว แล้วทุกอย่างพี่เขาก็จัดการให้หมดไม่ต้องทำอะไรเพิ่มอีก อยากเข้าออกดึกแค่ไหนก็ได้ ) สบายแฮ่

พอถึงที่ทำการอุทยานเด่นหญ้าขัด แต่ป้ายอุทยานไม่ได้เขียนว่างั้นนะ เขียนว่าไรไม่รู้ พี่เขาบอกเด่นหญ้าขัดอ่ะชื่อเก่า แต่ก็เรียกกันมาจนถึงทุกวันนี้แหละ ตอนลงจากรถ จะเห็นบ้านพัก 2 หลัง เป็นหลังใหญ่หลายห้อง 1 หลังเป็นปูนด้านหน้าก็เห็นพี่เจ้าหน้าที่ ประมาณ 7-8 คน ล้อมวงกันที่กองไฟ คุยกันอย่างเมามัน แล้วหันมองไปทางซ้าย ก็มีบ้านไม้ ผนังก็เป็นไม้ไผ่สานกันไว้มีใต้ถุนด้านล่าง มีสองห้องหลังนั้นเป็นบ้านพักหัวหน้าอุทยาน แต่ตอนนี้ไม่อยู่ พี่เค้าบอกว่า จริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่ประจำมีอยู่แค่คนเดียว บางครั้งก็ปล่อยให้รกร้างเป็นเดือน

อีกหลายคนที่ล้อมวงกันนั้นเป็นขาจร จะมาเดือนละสองสัปดาห์ เพื่อมาทำการวิจัยนก และสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์แห่งนี้ วันนี้ที่ทำการอุทยานไม่มีคนแปลกหน้านอกจากผม ที่จะมาขอที่นอนพัก ก่อนที่จะพิชิตยอดเขาในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่เก็บของทุกอย่างลงจากรถพี่ๆ ที่อุทยานให้การตอนรับอย่างดีโดยหาที่นอนให้ เขาให้ผมไปนอนบ้านพักหัวหน้าที่เป็นบ้านไม้ ในห้องไม่มีอะไร นอกจากเตียงไม้เก่าๆ กับฟูกที่ไม่ได้ใช้งานนานมากแล้ว แค่นั้นครับ ผ้าห่มทุกอย่างต้องเอามาเอง ( นอนฟรีนะ ) เขาบอกว่าถ้าช่วงเดือนมกราคม จะมีดอกพญาเสือโคร่งบานเต็มสถานี นักท่องเที่ยวมักจะมานอนพักกันที่นี่ แต่ช่วงผมไปมันยังไม่บานหรอกครับไม่เห็นอะไร เห็นแต่กิ่ง

หลังจากเข้าที่พักแล้ว เหนียวตัวต้องอาบน้ำซักหน่อย ไม่ได้อาบมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว สภาพอากาศเข้าขั้น ตอนสามทุ่ม 9 องศา ใช้ขันจ้วงน้ำในถังทีเดียวแทบวิ่งออกจากห้องน้ำ ไอน้ำนี่ลอยออกจากตัวหยั่งกะหมอก ต้องรีบอาบผมรีบจ้วงอย่างไว อาบเสร็จตัวเย็นเฉียบ เลยเดินออกไปขอน้ำร้อนพี่เขาตรงกองไฟชงโอวัลตินร้อนๆ กินซักหน่อย ดื่มพอตัวอุ่นขึ้นมาหน่อยก็มาจัดที่นอนเตรียมนอน สี่ทุ่มครึ่งปิดไฟนอน ผมมีแค่ ผ้าห่มบางๆ สองผืน ผืนหนึ่งปูนอน ผืนหนึ่งห่ม ทั้งคืนนอนแทบไม่ได้เท้าชา มือชาเพราะอากาศเย็น สะดุ้งตื่นทุกครึ่งชั่วโมงกันเลยทีเดียวหลังจากสะดุ้งมาหลายรอบ ลุกมาฉี่ตอนตีสาม เลยดูอุณหภูมิตอนนี้ 4 องศา โอ้แม่จะนอนไงวะเนี่ย แต่ก็ต้องนอนต่อไปแบบหนาวๆ นั้นแหละ จนผ่านค่ำคืนหฤโหดนั้นไปได้

07.00 น มีเสียงดังมาแต่หน้าอุทยานเลยผมเลยออกไปดู มีอีกกลุ่มหนึ่งที่มารอแต่เช้าเพื่อที่จะพิชิตยอดเขาดอยหลวงเชียงดาวเหมือนกับผม แต่ละคนนี่ดูตื่นเต้นสุดๆ เดินถ่ายนู่นนี่นั้นไปเรื่อย ส่วนตัวผมง่วงมากกว่า นอนไม่ค่อยหลับ ตื่นมาแปรงฟันเดินไปขอน้ำร้อน ชงโอวัลติน ต้มมาม่ากินเหมือนเดิม พี่ลูกหาบก็จัดหาน้ำหาทุกอย่างให้เราหมดสบายเลย หลังจากกินเสร็จก็ไปเก็บข้าวของเตรียมตัวออกเดินทาง เพราะวันนี้ต้องเจองานหนักทีเดียว

9.00 น ผมเตรียมตัวเก็บข้าวของเรียบร้อย พี่ลูกหากก็แบบสัมภาระอุปกรณ์ เต้นท์ นู่นนี่นั้นของผมขึ้นสะพาย เราเริ่มเดินจากป้ายที่ตั้งอยู่หน้าบ้านพักผมเมื่อคืนไปเลยจากจุดนั้นอีก 8,500 เมตร จะถึงยอดเขาดอยหลวงเชียงดาว

 

ค่าใช่จ่ายดอยหลวงเชียงดาว

-ค่ารถไฟ 788 + 875 บาท
-ค่าสองแถว 80 บาท
-ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ 300 + น้ำมัน 60 บาท
-กินข้าวที่ดอยปุย 150 บาท
-ค่าสองแถว 80 บาท
-ค่ารถเมล์เชียงใหม่ - ท่าตอน 40 บาท/คน
-ขนมปัง แซนวิท ไว้กิน 3 วัน  700 บาท
รวม 3116 บาท ทั้งหมด หาร 2 ครับ

" ออกเดินดอยหลวงเชียงดาว "

9.30 น. คณะเล็กๆ ของเราได้ค่อยๆ ย่ำเดินออกจากหน้าที่พัก ในสภาพที่อากาศยามเช้ายังเย็นอยู่เมฆหมอกบังดวงอาทิตย์จนไม่เห็นแสงแดด ทางเดินเป็นสันเขาเล็กๆ มีรอยคนย่ำเดินเป็นทางตลอดสามารถเดินตามรอยนั้นได้เลย สองข้างทางมีอะไรให้ดูตลอดทางขึ้นดอยทางนี้อย่างที่บอกแหละเดินสบายทาง สวยๆ  พรรณไม้ต่างๆ ขึ้นอยู่ตามดินซอกหินเต็มสองข้างทางไปหมด ตอนเดินก็ระวังเหยียบกันด้วยล่ะเดี๋ยวจะเสียหายเอา เราเป็นแค่ผู้มาเยือน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปอย่าไปทำให้ของที่เกิดจากธรรมชาติ ต้องเสียหายเลยครับ ช่วยกันอนุรักษ์นิดหนึ่งนะเพียงแค่เห็นแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ชื่นชมก็พอแล้ว

ชมพูพิมพ์ใจ
หลังจากเดินมาร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงจุดพักแรกเป็นสามแยกจุดบรรจบระหว่างทางขึ้นปางวัวกับเด่นหญ้าขัดใครที่จะขึ้นดอยหลวงทั้งสองทางจะมาพบกันจุดนี้  และเป็นจุดที่มีสัญญาณโทรศัพท์ กับอินเทอร์เน็ต 3 G ด้วยนะเออ  เมื่อถึงสามแยกก็มีทั้งผู้ที่กำลังเดินทางกลับ และคนที่กำลังจะเดินขึ้น ลูกหาบไกด์ส่วนใหญ่ก็จะหยุดพักกันตรงนี้


สามแยก
จากจุดนี้เราเดินกันมาได้ครึ่งทางแล้ว ครึ่งทางแรกของผมค่อนข้างสบายพี่สมชายบอกว่าครึ่งหลังจะเป็นทางสูงหน่อยต้อง ค่อยๆ เดินไต่ความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ รับรองว่าเหนื่อยกว่าช่วงแรกแน่นอนพักให้พอตรงนี้

พี่สมชาย
หลังจากได้พักหายใจหายคอก็เริ่มออกเดินต่อล่ะผ่านสามแยกมาซักพักทางยังเป็นทางราบอยู่ประมาณเกือบๆ 1 กิโลเมตร แต่จากนั้นไม่ใช่แล้วทางเริ่มชันขึ้นตามความสูงเลย ทางเดินเหมือนมีรอยคนย่ำจนเป็นทางมีหญ้าที่ถูกเหยียบล้ม แล้วก็น้ำค้างที่เกาะสำคัญมากต้องระวังลื่นให้ดีนะ ถ้าเกิดล้มเจ็บตัวไป รับรองว่าขึ้นไม่ถึงแน่เลยจะเสียดายอุตส่าห์มาตั้งไกลแล้วไปไม่ถึง  แต่มัน ก็ไม่ได้มีความสูงชันให้เราท้อแท้หรอกนะ พอมองย้อนกลับไปทางที่เราเดิน จะเห็นว่าที่เดินผ่านมานั้นมันสวยแค่ไหน

ดอยสามพี่น้อง
การเดินในช่วง 4 กิโลเมตรหลังนี้บันทอนกำลังขาเหลือเกิน  เราหยุดพักกันเป็นระยะๆ เดินไปซักพักก็ต้องหยุด คนที่ไม่ค่อยฟิตนี่อาจจะปวดหน้าขา ปวดน่องก็เป็นได้  แต่เราก็เดินมาจนถึงจุดพักสุดท้ายก่อนถึงจุดกางเต้นท์ ตรงนี้เค้าเรียกกันว่าช่องเย็น มันก็เย็นจริงๆ สภาพรอบๆ  จะเป็นหินล้อมแล้วอากาศตรงช่องนั้นก็จะเย็นกว่าที่ อื่นเค้าเลยเรียกว่าช่องเย็นมั้ง นั่งพักตรงนั้นแป๊ปๆ พี่ลูกหาบก็ลุกเดินนำหน้าเราไปรอบนี้พี่เค้าไม่รอแล้ว แว๊บเดียวเห็นหลังอยู่ไกลๆ จากตรงนี้ก็ใกล้จะถึงจุด

กางเต็นท์อ่าวสลุงแล้วพี่เค้าเลยไม่รอ ไปหาที่กางเต็นท์ให้พวกเราก่อน ไม่นานก็ตามทันใช้เวลาเดินจากช่องเย็นไปถึงอ่าวสลุงก็ไม่ไกลแค่ 20 นาที เราใช้เวลาเดินทั้งหมดประมาณ 5 ชั่วโมง ก็ถึงจุดกางเต็นท์เวลาประมาณ 14.30 น พี่สมชายได้ทำเลก็วางของแล้วก็จัดการที่ทางกางเต็นท์ผมก็ไปช่วยพี่เค้าจน เสร็จเรียบร้อย เค้าก็ไปยกน้ำที่ผมซื้อไว้ตั้งแต่แรกมาให้แล้วก็เดินกลับเต็นท์ทิ้งท้ายว่า ขาดเหลืออะไรให้ไปบอกเดี๋ยวเค้าจะจัดหาให้ เรานั่งพักกันในเต้นท์กินน้ำ กินขนมกันจนอิ่มก็ได้เวลาของการพิชิตยอดเชียงดาวแล้ว อีก 500 เมตรเท่านั้น


ยอดดอยหลวงเชียงดาว
ทางเดินขึ้นมองเห็นจากจุดกางเต็นท์เลยเดินไปแค่ 500 เมตรก็ถึง แต่ยังก่อนอย่าพึ่งชะล่าใจไปแค่ใกล้ๆ แต่ทางไปมหาโหดโคตรน่ากลัว การเดินนี่ต้องเดินไต่สันเขาขึ้นไปนะครับ พยายามใส่รองเท้าผ้าใบอย่าเอาสัมภาระติดมือไปมากนัก ถ้าต้องพกกล้องไปจริงๆ ก็ให้ใส่กระเป๋าสะพายช่วงที่เดินขึ้นอาจจะต้องจับก้อนหินปีนขึ้นไปต้องใช้สองมือ เดินๆ อย่าหันมามองข้างหลังนะหยั่งกะมองจากบนยอดตึก สูงมาก ผมว่าถ้าพลาดเดินตกนี่มีตายชัวร์ความคิดนะ แต่ก็ใช้เวลาในการเดินนี่มากโขอยู่ 45 นาทีเลยทีเดียว

ยอดดอยหลวงเชียงดาวอีกมุม
ขึ้นไปถึงอย่างแรกที่สัมผัสได้คือ ลม ลมแรงมากพัดเข้าหน้าจนแสบตาลมแรงไม่พอ หนาวอีกต้องใส่เสื้อกันหนาวหนาๆ หน่อย ขึ้นมานี่หวังว่าจะได้รูปพระอาทิตย์ตกสวยแบบคนอื่นเค้าถ่ายมา แต่วันที่ไปนั้นไม่ใช่ หมอกไอน้ำอะไรนักหนาก็ไม่รู้ขาวไปหมดมองไม่เห็นอะไรเลย บากบั่นขึ้นมาตั้งนานไม่ได้อะไรเลย นั่งซุ่มรออยู่เกือบสองชั่วโมงตัวนี่เย็นเฉียบ

ฟ้าจะเปิดทีก็นานแสนนานเปิดครั้งหนึ่ง ก็ 30 วินาที งี้แทบจะรัวชัตเตอร์แต่ก็ไม่ขนาดนั้นค่อยๆ บรรจงถ่ายนี่แหละตั้งขารอไว้จนเลนส์ขึ้นฝ้าล่ะ อยู่ซะนานหนาวไม่ไหววันนี้ฟ้าคงไม่เปิดแล้วเลยตัดสินใจเดินลงจากจุดยอด เดินลงไปได้ 15 นาที ฟ้าดันเปิดตอนจุดพีคพอดี คนที่เดินสวนกับผมขึ้นไปโห่ร้องจากข้างบนอย่างผู้มีชัย "เห็นแล้วโว้ย" ดังก้องลงมา ส่วนตัวผมนั้นถึงกับเศร้าสลดจะขึ้นไปก็ไม่ทันแล้ว "นี่แหละหนาผู้ที่มีความอดทนย่อมได้เปรียบ" ไม่เป็นไรผมนั้นพักอยู่ซอกหินไหนๆก็ขึ้นไปไม่ทันเลย หามุมถ่ายตรงนั้นไปก่อนแล้วกัน เลยได้ภาพพวกนี้มา

ซอกหินดอยหลวงเชียงดาวที่นั่งอยู่
บอกตัวเองไม่เป็นไรรอบหน้าค่อยมาถ่ายใหม่ได้ เดินลงไปอย่างช้าๆด้วยความระมัดระวังถึงเต็นท์ก็ 18.00 น ยิ่งมืดอากาศยิ่งหนาวก็เลยเดินไปขอน้ำร้อนพี่ลูกหาบ พี่เค้าก็หาแก๊สสนามกับหม้อเก่าๆ ที่ใช้มาอย่างโชกโชนจัดการต้มน้ำร้อนให้ น้ำเดือดก็เปิดกระป๋อง เทน้ำร้อนใส่รอ 3 นาทีก็ได้เส้นบะหมี่ที่เหนียวนุ่มล่ะ

ช่างง่ายดายแต่ไอ้เต้นท์ข้างๆ ดันทอดไข่ผัดนู่นนี่นั่นซะจัดเต็มหอมมากอยากกิน ท่องไว้ลงไปค่อยกินเราเลยนั่งดูดเส้นบะหมี่ กับโอวัลตินชงร้อนๆ นั่งจิบกันอยู่หน้าเต้นท์ของตัวเองกินเสร็จตัวก็เหนียวอยากอาบน้ำแต่ไม่มี ห้องน้ำ แต่มีทิชชูเปียกนี่ก็ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เอาไปให้เยอะ อาบน้ำไม่ได้ก็อาศัยไอ้ทิชชูนี่แหละเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้สะอาดเหมือนอาบน้ำ เช็ดเสร็จก็เตรียมตัวมานั่งดูดาวล่ะออกมานอกเต้นท์ถึงกับร้อง อะไรจะเยอะขนาดนี้ นี้เป็นรูปที่ซุกหัวนอนผมในคืนนี้ ดาวเต็มฟ้าเลย

ที่ซุกหัวนอนดอยหลวงเชียงดาวคืนนี้
ไม่ได้รูปพระอาทิตย์ตกเอารูปดาวก็ได้ว่ะ หยั่งกะท้องฟ้าจำลองมองดูรอบๆ ก็เห็นเส้นทางช้างเผือกพาดกลางระหว่างยอดดอย ผมก็ไม่พลาดเตรียมขาตั้งกล้อง แล้วกล้องให้พร้อมเดินออกจากเต็นท์หามุมถ่ายอยู่นานสองนาน

 
ทางช้างเผือกกับยอดดอยหลวงเชียงดาว
กว่าจะพอใจก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า ด้วยความเหนื่อยล้าที่เดินอย่างทรหดมาทั้งวันร่างกายก็เริ่มจะไม่ไหวต้องการ พักผ่อนอย่างมาก ในคืนที่อากาศหนาว ดาวเต็มท้องฟ้า ผมขอตัวเข้าไปมุดหัวห่มผ้าอยู่ในเต็นท์ให้สบายพรุ่งนี้เจอกันใหม่ ฝันดีราตรีสวัสดิ์ ทุกท่าน

เรื่องราวยังไม่จบหรอกนะ 04.30 น เสียงไกด์ปลุกเต้นท์ข้างๆดังขึ้น ผมก็เลยตื่นมาด้วยเช้านี้มีนัดดูพระอาทิตย์ขึ้นที่กิ่วลม ไม่นานเต้นท์ข้างๆ ผมลุกออกเดินทางกันจนหมดเหลือแต่ผมกับแฟนนี่แหละกำลังเตรียมตัวกันอยู่ พอเก็บของทุกอย่างเรียบร้อยอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาทันที ท้องไส้มาไม่รู้เวลา ปวดขี้สุดๆ แบบไม่ไหวแล้ว อย่าถามหาห้องน้ำเลยก่อนขึ้นเค้าบอกว่าที่ขุดหลุมไว้ข้างบนใกล้จะเต็ม กลิ่นนี้ไม่ต้องพูดถึง ทำไงดีล่ะทีนี้วิ่งเข้าไปในเต้นท์ กระชากทิชชูเปียกให้มากเท่าที่มันจะมากได้ แล้ววิ่งหายเข้าป่าหลังเต็นท์ นั้นแหละห้องน้ำของผมในวันนั้น ( ความโชคดีคือหลังเต็นท์ผมเป็นทำเลขี้ที่เหมาะมาก แบบว่าเป็นโพรงขนาดใหญ่แล้วมีหญ้าต้นไม้บังมิดชิด แล้วก็พอวิ่งเข้าไปเจอเศษทิชชูเปียกนี้เต็มเลยมืดมองไม่เห็นอะไรต้องใช้ ไฟฉายส่อง ใครปวดขี้ควรปวดซักตีสี่นะ ตอนนั้นคนยังไม่ตื่นถึงจะเย็นตูดบ้างก็น่าจะเป็นเวลาดีที่สุดแล้ว )

หลังจากเสร็จกิจประจำตัว ตีห้านิดๆ เริ่มออกเดินเพื่อที่จะไป "กิ่วลม" ระยะทางไม่ไกลนะ เกือบๆ 2 กิโลเมตร ผมกับแฟนไม่มีไกด์นำทาง ก็มีแต่ไฟฉาย กับแฟลทมือถือ คนล่ะอันเดินฝ่าความมืดไปแบบไม่รู้ทาง จะมีป้ายบอกแล้วก็ทางคนเดิน บรรยากาศการเดินตอนนั้นเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับผมมาก คือเดินในความมืดแบบไม่รู้ทิศทางแค่ตามรอยไปซึ่งไม่รู้จะไปถูกรึป่าว เหมือนไนท์ซาฟารีเราเดินออกมาจนถึงทุ่งโล่ง ไร้แสงใดๆ นอกจากไฟฉายของผมเหลือบเห็นคนที่ขึ้นไปก่อนส่องไฟฉายเหมือน ประภาคาร อยู่บนยอดกิ่วลมทำให้ผมมั่งใจว่ามาถูกทางแล้วจนอีกช่วงหนึ่งต้องเดินเข้าไป เชิงเขามีแต่ต้นไม้

คราวนี้แหละวัดดวงของจริง บางครั่งก็มีทางแยกบางก็ต้องตัดสินใจให้ดีส่องดูว่ามีทางเดินต่อรึป่าว มีอยู่ครั้งหนึ่งเหมือนจะไม่มีทางให้เดินต่อผมก็เสี่ยงเดินไปข้างหน้า แล้วเจอทางตันมีแค่ผาหินเตี้ยๆ กับเถาวัลย์ที่พันต้นไม้อยู่ผมตัดสินใจปีนไปสำรวจทาง เถาวัลย์พันรอบตัวไปหมดเหมือนกับติดใยแมงมุม แล้วก็ค่อยๆ แหวกออกจากดงตรงนั้นก็เห็นทางเดินตัดมาเฉยๆ รู้ว่ามีทางไปต่อก็ไปรับแฟนปีนขึ้นตามมาเราเดินกันไปเรื่อยๆ จนสุดทางเดินมีทางแยกสองทางตอนนั้นผมไม่รู้มันมืดมาก แต่สังเกตเห็นไฟจากมือถือเลยตัดสินใจตื่นแสงนั้นไป ถึงยอดกิ่วลมไม่คิดว่าจะมาถึงด้วยนะเนี่ยะ ใช้เวลา ชั่วโมงเศษๆ ทางที่ดีผมว่าตามกลุ่มอื่นที่มีไกด์พามาดีที่สุด จะได้ไม่ต้องเสี่ยงหลง และทางขึ้นกิ่วลมชันไม่แพ้ขึ้นยอดดอยเลยครับ


กิ่วลม
หลังจากดูทะเลหมอกพระอาทิตย์ขึ้นเรียบร้อย สวยงามตระการตาก็เดินลงจากกิ่วลมถึงเต้นท์ก็ประมาณ 8 โมงนิดๆ พี่สมชาย ก็ต้มน้ำร้อนไว้ให้แล้ว กินอะไรกันเสร็จสับก็เก็บเต็นท์เตรียมเดินทางกลับขอกลับก็ไม่มีอะไรมาก เราออกเดินทาง 9.30 น ในขาลง เดินขาลงสบายหน่อยเราใช้เวลาเดินน้อยมากเพียง 3 ชั่วโมงนิดๆ ( ลงทางปางวัวนะ ) พี่ชาตรีก็มารอรับผมที่ทางลงแล้ว หลังจากที่ลงมาก็ต้องแวะที่ทำการอุทยานก่อน เพื่อที่จะลงชื่อออก แล้วนำขยะมาแลกเงินมัดจำคืน

13.40 น เราถึง บขส. เชียงดาว จบทริปเชียงดาว แต่การเดินทางผมยังไม่จบนะ ครั้งหน้าจะมาบอกว่า ควรจะเตรียมตัวยังไง เตรียมอะไรไปบ้าง สวัสดี

อุปกรณ์ และ การเตรียมตัว ก่อนขึ้นดอยหลวงเชียงดาว

1.รองเท้าผ้าใบ ( หรือถ้าเป็นรองหุ้มส้นควรจะมีที่กันตรงปลายเท้าเผื่อสะดุดหิน )
2.กางเกงขายาว
3.เสื้อกันหนาว
4.ถุงนอน ( ตอนผมไปเป็นผ้าห่ม เอาไม่อยู่หนาวมากถุงนอน เล็กและใช้พื้นที่เก็บน้อยสะดวกกว่า )
5.เต็นท์
6.เตาแก๊สสนาม ( ถ้าไม่มีลูกหาบมีครับขอซื้อได้ )
7.ไฟฉาย
8.ทิชชูเปียก ( สำคัญนะอย่าลืม )
9.ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว และ ยารักษาโรค
10.อาหาร ( อาหารแห้ง ขนมปัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แซนวิช หรือใครไปหลายคน หมูเห็ดเป็ดไก่ กระทะ ซีอิ้ว ซอส เต็มที่ได้เลย )
11.ไม้ค้ำเดิน ( หาได้ระหว่างทาง )
* ขาดเหลืออะไรพิจารณาเอาเองตามสมควรนะ


การเตรียมตัวก่อนขึ้นดอยหลวงเชียงดาว

ควรวิ่ง หรือ ออกกำลังกาย วันละครึ่งชั่วโมงซัก 2 สัปดาห์ก่อนขึ้น
ถ้าคิดไม่ออก อยู่บ้านไม่มีที่วิ่ง ก็ T25 เลย ตามตาราง
พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนได้ที่นี่ และ https://www.facebook.com/PurnDernTaang

Part 2 http://pantip.com/topic/33075146