ประจวบคีรีขันธ์ เที่ยวได้ทุกวัน เที่ยวได้ทุกวัย

ประจวบคีรีขันธ์ เที่ยวได้ทุกวัน เที่ยวได้ทุกวัย
S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

ศูนย์ธรรมชาติธรรมบำบัดบัลวี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้รัก(ษ์)สุขภาพทุกท่าน ร่วมเดินทางกิจกรรมทัวร์เพื่อสุขภาพ และร่วมสัมผัสกับ 10 สิ่งมหัศจรรย์ ประจวบคีรีขันธ์ เที่ยวได้ทุกวัน เที่ยวได้ทุกวัย 


นางสาวพสิษฐ์ตา อินทร์พันธ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า " จากการที่เราได้จัดโครงการ "กินลม ห่มทราย วาเลนไทน์ที่หัวหิน" ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว และผู้รัก(ษ์)สุขภาพเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ และต่อยอดงานดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทาง ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ จึงร่วมกับศูนย์ธรรมชาติธรรมบำบัดบัลวี จัดทัวร์เพื่อสุขภาพกินลม ห่มทราย และพากินเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ประจวบคีรีขันธ์ เที่ยวได้ทุกวัน เที่ยวได้ทุกวัย ระหว่างวันที่3-6พฤษภาคมนี้

ผอ.พสิษฐ์ตา กล่าวเพิ่มเติมว่า "กระแสการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ(Health Tourism) เป็นกระแสที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยม ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม(Niche Market) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่หาดทรายชายทะเลยาวกว่า 200 กิโลเมตรตลอดทั้ง 8 อำเภอ มีชายหาดที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ จึงใช้ประโยชน์จากทะเลที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติเหล่านั้น มาผนวกกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวในแบบทะเลบำบัดเพื่อสุขภาพ

เพื่อให้เห็นว่าการท่องเที่ยวกับการรักสุขภาพ สามารถไปด้วยกันได้อย่างดี ผู้เข้าร่วมจะได้ทั้งการปรนนิบัติทั้งกาย ใจ แบบครบวงจร ในส่วนของสุขภาพนั้น นำทีมโดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล จากศูนย์ธรรมชาติธรรมบำบัดบัลวี ซึ่งจะจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพแบบองค์รวม อาทิ ชี่กง รับพลังรังสีธรรม, แอโรบิกในน้ำทะเล, สร้างพลังใต้สำนึก, ปฏิบัติสมาธิ, หมกทรายเพื่อสุขภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ ททท. ได้พาผู้เข้าร่วมโครงการสัมผัสแหล่งท่องเที่ยว 10 สิ่งมหัศจรรย์ของประจวบคีรีขันธ์ โดยได้คัดเลือก 5 สถานที่ที่โดดเด่น ดังนี้คือ


1. โรงทอผ้าแห่งแรกของประเทศที่เขาเต่า อ.หัวหิน ศูนย์ฝึกอบรมทอผ้าเขาเต่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นศูนย์ทอผ้าฝ้ายแห่งแรก ซึ่งเป็นต้นแบบของโรงทอผ้าของประเทศไทย และความพิเศษของผ้าฝ้ายที่นี่ มีความเงาเหมือนผ้าไหม สวยงามสะดุดตาเลยทีเดียว

2. ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี อ.ปราณบุรี ความมหัศจรรย์ของป่าที่คนสร้าง พลิกฟื้นนากุ้งร้างเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ของปากน้ำปราณบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยร่วมกิจกรรมปล่อยปูสู่ธรรมชาติ และปลูกป่าชายเลน สร้างบ้านให้สัตว์น้ำและสัตว์บก ตลอดจนชาวบ้าน ชาวบ้านได้ประโยชน์อีกด้วย ซึ่งเป็นไปตามพระราชดำริที่ท่านทรงให้ไว้ว่า "ปลูกป่าแล้ว ประชาชนต้องได้ประโยชน์ด้วย"

3.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี ในผืนป่าอุดมสมบูรณ์ที่ได้ขนานนามว่า"กุยบุรี...ซาฟารีเมืองไทย" ตื่นตาตื่นใจไปกับโขลงช้างลงไปอาบน้ำ กับลูกน้อย หลังจากนั้นชวนกันปะแป้ง ฝูงกระทิง ออกหากิน นอกจากนี้ จะได้เห็น วัวใส่ถุงเท้าสีขาว มาหากินตามแหล่งน้ำธรรมชาติ สัตว์ป่าเหล่านี้ มีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย เนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานว่า "ช้างควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องสร้างแหล่งอาหารให้กับช้างเพียงพอ การปฏิบัติต้องเข้าไปสร้างแหล่งอาหารภายในป่า เป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย กรณีที่ช้างออกมาชายป่าต้องให้ความปลอดภัยแก่เขา"

4. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ อ.บางสะพาน ร่วมกันถอดรหัส และค้นหาความหมายของเลข 5 และเลข 9 บนยอดเขาธงชัย จากจิตศรัทธาของประชาชนทั่วไป และชาวประจวบคีรีขันธ์ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

5. เกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย การมาเยือนเกาะทะลุ ที่มีมากกว่าการมาเที่ยวทะเล ไม่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้นที่รักที่นี่ แม้แต่เต่ากระก็ยังรักที่นี่ ด้วยการฝากลูกน้อยไว้ และไม่กี่ปีพวกเขาก็จะเดินทางกลับมาเยือนบ้าน ณ เกาะทะลุ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และจองทัวร์ได้ที่ ศูนย์ธรรมชาติธรรมบำบัดบัลวี 0 2615 8822 ต่อ 102 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดบริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โทรศัพท์ 0 3251 3885,0 3251 3871, www.facebook.com/Tat Prachuap, Fan Page : TAT PRACHUAP

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว