ผจญภัยใกล้ชิดดาวในอุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี

ผจญภัยใกล้ชิดดาวในอุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี
S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ สนุก! ท่องเที่ยว เคยได้พาไปเที่ยวป่าสนสองใบแห่งเดียวในภาคกลางกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ในวันนี้ผมเลยอยากจะพาเพื่อนๆ ไปผจญภัยในอีกเส้นทางหนึ่งของอุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรรณบุรี


เราเติมพลังยามเช้าด้วยอาหารอร่อยๆ จากฝีมือของเจ้าที่หน้าที่อุทยานฯ  ก่อนออกเดินทางไปยังเส้นทางศึกษาธรรมชาติใกล้ๆ กับน้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานฯ โดยใช้เวลานั่งรถประมาณ 45 นาที จากทางเข้า จากนั้นเราต้องเดินเข้้าอีกประมาณ 20 นาที  ก็ถึงน้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ ซึ่งเป็นน้ำตกหินปูน ที่สามารถลงเล่นน้ำได้ แต่ต้องระมัดระวังนิดนึง เพราะหินบริเวณน้ำตกค่อนข้างคมและอาจบาดเท้าได้ถ้าไม่ระวัง สำหรับผมแค่เห็นก็หายเหนื่อย อีกทั้งยังโชคดีที่ทริปนี้เเราเดินแบบไม่ต้องกลัวหลง เพราะมีเจ้าหน้าที่ฯ ใจดีคอยเดินปิดท้ายตลอด

เห็ดสวยๆ ที่เราพบระหว่างถ่ายและถ่ายรูปเล่น

มื้อนี้ผมได้พกข้าวเหนียวหมูทอดแดดเดียวห่อใส่ใบตองติดมากันคนล่ะห่อ กินอิ่มกำลังดี หลังจากนั้นก็หาที่เหมาะๆ นั่งกินชิลล์ๆ ริมลำธาร ประมาณว่าได้มาปิกนิกแบบได้อารมณ์สุดๆ พอกินอิ่มแล้วก็สามารถโยนทิ้งได้เลยไม่ต้องกลัวจะทำลายธรรมชาติ แต่จริงๆ ผมว่าเก็บมาทิ้งที่ที่ทำการอุทยานฯ จะดีกว่านะครับ จะได้ช่วยกันรักษาธรรมชาติไว้นานๆ 

ออกเดินทางกันต่อซักพักเราก็เจอตอเข้าเต็มๆ กันเลยทีเดียว ตอที่ว่านี้ คือ ตอไม้ขนาดใหญ่ที่เราพบตรงหน้า เจ้าหน้าที่บอกว่า อาจจะเกิดจากฟ้าผ่าลงมาใส่ต้นไม้ที่โชคร้ายต้นนี้จนเหลือให้เห็นแต่ซาก จึงขอบันทึกภาพคู่กันกับต้นนี้ไว้ซักหน่อยดีกว่า  

การเดินทางครั้งนี้จุดหมายข้างหน้าเริ่มที่จะมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เพราะเราได้เดินมาถึงยังน้ำตกตะเพินคี่น้อยกันแล้ว(ไชโย) น้ำตกตะเพินคี่น้อย สูงประมาณ20เมตร หรือประมาณตึก3ชัน ดูแล้วน่าหวาดเสียว พอเห็นแล้วผมได้แอบอมยิ้ม เพราะพรุ่งนี้เราจะมาร่วมทำกิจกรรมการโรยตัวกันที่นี่ ส่วนวันนี้เก็บแรงที่เหลือปีนเขาอีกซักลูกไปยังจุดกางเต๊นท์ก่อนดีกว่า

กางเต้นท์นอนนับดาวเต็มท้องฟ้ากันชิลล์ๆ

ลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ ที่นี่ค่อนข้างมีความพร้อมสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ หรือที่ปั่นไฟ

นอกจากนี้ยังทิวทัศน์ที่สวยงามของยอดเขาเทวดา ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองสุพรรณบุรีตั้งอยู่ด้วย ยิ่งในคืนฟ้าเปิดเราก็สามารถนอนดูดาวได้อย่างชัดเจน และจากจุดนี้ในช่วงเช้านักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปบนยอดเขาเทวดาเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางหุบเขาสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตาและหมองสีขาวล่องลอยราวปุยนุ่น หากกระโดดลงไปคงแล้วมันรับน้ำหนักตัวเราได้คงนุ่มน่าดู 

พอแสงแดดเริ่มแรงมากขึ้น หมอกสีขาวเริ่มเริ่มจาง พวกเราก็ลงไปกินอาหารเช้าที่ลานกางเต็นท์ และเตรียมตัวสำหรับการไปโรยตัวที่น้ำตกตะเพินคี่น้อย และเมื่อไปยืนอยู่ตรงจุดโรยตัวบริเวณด้านบนน้ำตก เมื่อมองลงไปที่พื้นที่ด้านล่าง ผมรู้สึกใจหวิวๆ ยังไงไม่รู้ แต่เมื่อโรยตัวลงไปถึงพื้น ความกลัวและความหวาดเสียวที่ผ่านมาเมื่อครู่ก็พลันหายไป ก่อเกิดเป็นความสนุกท้าทายตามมา แม่กระทั่งที่เขียนต้นฉบับอยู่ตอนนี้ ผมก็ยังอยากจะกลับไปแก้มืออีกสักครั้ง

ไม่เชือมาก่อนเลยว่าที่อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นิดเดียว จะทำให้ผมประทับใจได้ขนาดนี้ และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี ถ้าเพื่อนๆ ชาว สนุก!  ท่องเที่ยว สนใจก็สามารถติดต่อทางอุทยานฯ ได้เลยนะครับ

โทรศัพท์ : 0 3544 6237 (VoIP), 08 1934 2240 (จนท.) 081-287-7248

อีเมล: phutoei_np@hotmail.com

ขอขอบคุณ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) งานแผนปฏิบัติการตลาดภาคกลาง (www.tiewpakklang.com) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี

เรื่องและภาพ :  ทศพร สุภาพ


อ่านเพิ่มเติม (คลิก)

- เที่ยวพุเตยเชยชมสนสองใบหนึ่งเดียวในภาคกลาง

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว