ส่งท้ายหน้าฝนเดินชมป่าเขียว และดอกไม้สวยที่ อช.ไทรทอง

ส่งท้ายหน้าฝนเดินชมป่าเขียว และดอกไม้สวยที่ อช.ไทรทอง

ฝนตกพร่ำๆ ชวนให้หัวใจของคนเราเหงาและห่อเหี่ยว ลุกขึ้นมาฉีกกฎอันน่าเบื่อนี้มุ่งโลดสู่ป่าเขียวใน อุทยานแห่งชาติไทรทอง จ.ชัยภูมิ ผืนป่าของอุทยานแห่งชาติไทรทองตั้งบนเทือกเขาพระยาฝ่อและเทือกเขาพังเหย ป่าส่วนใหญ่ของที่นี้เป็นป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรญและป่าเต็งรัง ในช่วงฤดูฝนป่าแถวนี้จะเขียวชอุ่มด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ แต่งเติมสีสนจากดอกไม้นานาชนิดซึ่งผลิบานต้อนรับความชุ่มชื้นของเม็ดฝนจนกระจายทั่วทุ่งหญ้า ทางอุทยานฯจึงจัดเส้นทางชมธรรมชาติขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวผู้หลงใหลธรรมชาติเดินชมและฝากรอยเท้าตามรายทาง


ใครอยากเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นนี้ให้เต็มอิ่มแนะนำให้มาตั้งแต่เช้า จอดรถไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแล้วนั่งรถซึ่งทางอุทยานฯจัดไว้รับส่ง หรือถ้าอยากตะลุยด้วยรถของตัวเอง แนะนำให้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อจะดีกว่า ระยะทางจากศูนย์บริการฯไปลานกางเต็นท์ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ 9 กม.

จากลานกางเต็นท์เดินลงตามเส้นทางซึ่งเลียบหน้าผา ผ่านผาพ่อเมืองและผาหำหดสถานที่ท้าความหวาดเสียวของนักท่องเท่ยวหลายๆ คน บริเวณผามีชะง่อนหินยื่นออกไปให้ท้าความสูงกัน จากนั้นเดินตามเส้นทางมาเรื่อยๆ ผ่านป่าเต็งรังอันชุ่มชื้น ถ้าสังเกตตามรายทางจะเจอต้นปรงซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของชัยภูมิชอบขึ้นอยู่ในป่าเต็งรังและป่าดิบแล้ง มีลักษณะโคนต้นโตและแบบคล้ายเท้าช้าง หลายคนจึงเรียกกันจนติดปากว่า "ปรงเท้าช้าง" ถือเป็นพืชหายากใกล้สูญพันธุ์ ไม่ไกลกันเป็นดงหญ้าสีเขียวสดแต้มด้วยสีขาวของดอกเอื้องหมายนาที่ชูดอกแก่งไกวไปตามกระแสลมชวนให้ยืนชมความงามอยู่ครู่หนึ่ง ผละสายตาก้มลงมองริมทางเดินก็เจอดอกไม้สีชมพู่อ่อนๆหรือที่เราคุ้นชื่อว่า ดอกเทียนดอย พืชที่ชอบความชื้นและขึ้นอยู่บนป่าที่มีความสูงตั้งแต่ 700-1,500 ม.จากระดับน้ำทะเล เส้นทางเริ่มลาดเอียงลงเรื่อยและเริ่มเห็นดอกกระเจียวขึ้นตามรายทาง กระเจียวจัดเป็นพืชตระกูลข่ามีหน่ออยู่ใต้ดิน จะแทงยอดออกมาในช่วงฤดูฝน ดอกกระเจียวมี 2 ชนิดใหญ่คือช่อกดอกที่เป็นสีม่วงและสีขาว โดยพบมากในป่าผลัดใบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภายในเส้นทางศึกษาธรรมชาติมีทุ่งดอกกระเจียวให้ชมทั้งหมด 5 ทุ่ง หากเดินตามเส้นทางจะเจอทุ่งที่ 3 เป็นที่แรก หลายคนแวะถ่ายรูปกับดอกกระเจียวสีม่วงที่ขึ้นกระจายตัวท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียว ก่อนเดินไปอีกไมไกลเป็นทุ่งดอกกระเจียวสีขาวซึ่งเป็นทุ่งที่ 4 กระเจียวสีขาวมีก้านดอกสั้นกว่าดอกกระเจียวสีม่วง ช่อดอกจึงโผล่ไม่พ้นทุ่งหญ้า ใครอยากเจอต้องใช้สายตาสังเกต แต่ถ้ามองไปไกลลิบจะเห็นทุ่งดอกกระเจียวสีม่วง พื้นที่ไม่กว้างมากคือทุ่งที่ 5

จากนั้นเดินไปอีก 1.4 กม. ผ่านป่าเต็งรังที่ชอุ่มมากต้นไม้หลักๆที่พบเจอตลอดเส้นทางคือไม้เต็ง ส่วนพื้นล่างอุดมไปด้วยหญ้าซึ่งบางพื้นที่ยังเห็นการต้นหญ้าอ่อนๆ ที่งอกมาทดแทนต้นหญ้าที่ผ่านการถูกเผาด้วยไฟป่าในช่วงฤดูร้อน นอกจากนี้สองข้างทางยังเต็มไปด้วยแมลงอย่างแมลงทับ และตั๊กแตนตำข้าว ก่อนจะไปเจอทุ่งกระเจียวสีม่วงที่ขึ้นอยู่บนไหล่เขาที่ลาดเอียง นั้นคือทุ่งที่ 1ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในบรรดาทุ่งทั้งหมด ในบริเวณนี้ยังเป็นจุดกางเต็นท์ของนักท่องเที่ยวด้วย ใครอยากถ่ายรูปกับดอกกระเจียวให้สวยๆ แนะนำให้เดินมาที่ทุ่งนี้ เพราะนอกจากพื้นที่ใหญ่แล้ว ยังขึ้นแน่นขนัดคล้ายผืนพรมสีม่วงที่วางพาดอยู่บนหญ้าสีเขียว ถัดไปเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ผาอาทิตย์อัสดง เดินตามเส้นทางเรื่อยลัดเลาะตามโขดหิน มีดอกแววมยุราชูช่อสีม่วงเล็กๆ ขึ้นอยู่ประปราย ให้ชม ก่อนที่เส้นทางจะนำมาบรรจบที่ทุ่งที่ 3 เดินทางกลับทางเดิม

ระหว่างเดินทางกลับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีเวลาให้คิดถึงความสวยงามของบรรดาดอกไม้นานาพันธุ์ท่ามกลางป่าสวยในฤดูฝน อุทยานแห่งชาติไทรทองไม่ได้มีแค่สีม่วงหรือสีขาวของดอกกระเจียว แต่มีสีขาวของเอื้องหมายนา สีแดงของเทียนดอย และสีม่วงของแววมยุรา


สอบถามข้อมูลเพื่อเติม อุทยานแห่งชาติไทรทอง อ. หนองบัวระเหว จ. ชัยภูมิ โทร. 08-9282-3437, 0-4482-8182 หรือ ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0-4421-3666, 0-4421-3030

ขอขอบคุณ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เรื่องและภาพ: เอกพงศ์ ศรทอง

 

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

 อัพเดตสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เกาะล้าน เชียงใหม่ สวนผึ้ง หัวหิน เกาะเสม็ด

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!