อุบลราชธานี กับ 6 แหล่งท่องเที่ยวฮอตๆ น่าไปเยือน!!!

อุบลราชธานี กับ 6 แหล่งท่องเที่ยวฮอตๆ น่าไปเยือน!!!
S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

เที่ยวด้วยใจภักดิ์ ฮักมรดกแผ่นดิน เยือนถิ่นอีสานครั้งนี้ เราจะเดินทางไปจังหวัดติดชายแดนไทย-ลาว ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง อุบลราชธานี เมืองที่ตั้งอยู่ในดงอู่ผึ้ง มีประเพณีแห่เทียนอันยิ่งใหญ่ตระการตา ในอดีตการประกอบพิธีกรรมใดๆขึ้น " เทียน" เป็นเครื่องบูชาสำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือคุณประโยชน์ของเทียนที่ผ่านมาซึ่งในปัจจุบันวิธีคิดการใช้เทียนมีการพัฒนามากขึ้น ได้ถูกดัดแปลงออกแบบเพื่อใช้ประโยชน์เป็นเครื่องประดับตกแต่ง ของฝาก ของขวัญ ใช้จุดเพื่อสุขภาพทั้งทางกาย และทางใจ

 ผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดม

บนถนนสรเดช ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม สัมผัสบรรยากาศ " หอมละมุนอุ่นละไม ผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดม " ได้รับการการันตรีระดับจังหวัด จากการคัดสรรสุดยอดโอท็อป โปรดัก แชมเปี้ยน ในปี2546 เป็นสินค้าโอท็อปพรีเมียม ระดับ 4 ดาว ของกรมส่งเสริมการส่งออกกระทรวงพาณิชย์ และใบรับรอง มผช.จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดมให้ความสำคัญถึงการออกแบบต้องสมดุลสอดคล้องกันพร้อมถ่ายทอดความหมายต่างๆได้ เช่น ความรักความเป็นวัฒนธรรม การดำรงชีวิตของคนแต่ละท้องถิ่น ด้วยความตั้งใจโดยเฉพาะการเข้ากลีบดอกไม้ เพราะถ้าไม่สมดุลแล้วเมื่อนำดอกไม้ไปลอยน้ำแล้วจะทำให้การลอยน้ำไม่ตรง ดอกกุหลาบจะเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ไม่สามารถอยู่บนน้ำได้ และสิ่งที่แตกต่างลวดลายของใบไม้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีรายละเอียดความเหมือนจริง ไม่เหมือนใครกลายเป็นจุดเด่น ของผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดมส่วนใหญ่จะเป็นดอกไม้ด้วยรูปแบบที่แปลกใหม่สีสันสวยงาม สะอาดตา ทำเป็นรูปดอกไม้ จัดเป็นช่อ ซึ่งมีหลายชนิด แต่ที่มากที่สุด คือ ดอกบัว สัญลักษณ์แห่งเมืองอุบลฯ ทำเป็นดอกเดี่ยว หรือ มีภาชนะบรรจุ มีกลิ่นหอม จุดให้แสงสว่างได้ เหมาะสำหรับเป็นของฝาก ของที่ระลึกเก็บสะสม ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบของชาวต่างชาติที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก

วัดทุ่งศรีเมือง

ชมเทียนหอมกันแล้วถึงเวลาออกเดินทางไป เยือนชุมชน ชมวิถีวัฒนธรรมการตกแต่งต้นเทียนซึ่งการไปเยือนชุมชน หรือ คุ้มวัดต่าง ๆ ในช่วงที่กำลังเตรียมการตกแต่งต้นเทียน คือในช่วงประมาณ 2-3 วัน ก่อนวันแห่นั้น นอกจากผู้มาเยือนจะได้ศึกษากรรมวิธีและขั้นตอน การตกแต่งเทียนอันเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นแล้ว ยังจะได้สัมผัสบรรยากาศการร่วมแรงร่วมใจ ของชุมชนในการทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา ซึ่งถือเป็นวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญของชาวอุบลฯ บนถนนหลวง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เยี่ยมชมชุมชนอนุรักษ์เทียนพรรษาเมืองอุบล " ชุมชนวัดทุ่งศรีเมือง " สร้างสมัยปลายรัชกาลที่ 3 มีพระเจ้าใหญ่ศรีเมือง เป็นพระประธานในวิหารศรีเมือง ภายในวัดยังมีหอพระพุทธบาท เนื่องจากสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทจำลอง ลักษณะของหอพระพุทธบาท เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสาน ระหว่างศาสนาคารอีสานพื้นบ้านกับเมืองหลวง หอไตรกลางน้ำ แหล่งสืบค้นและโบราณสถานที่สำคัญสำหรับชุมชนวัดทุ่งศรีเมือง มีส่วนร่วมในงานประเพณีแห่งเทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่อง ขบวนเทียนพรรษาคุ้มวัดทุ่งศรีเมือง เป็นต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ขนาดใหญ่ โดยพระครูสมุห์สำลี ทิฏฺฐธมฺโม และคณะทำงานร่วมกับชุมชนออกแบบและจัดทำต้นเทียนเพื่อสืบสานงานบุญประเพณีแห่งเทียนให้มีความยั่งยืน โดยเฉพาะการทำเทียนพรรษาจะมีเยาวชนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนสนใจได้ศึกษาและเรียนรู้ร่วมฝึกปฏิบัติการหลอมใจ ทำบุญจากการทำเทียนพรรษา โดยมี

ชุมชนวัดบูรพา

เรายังคงอยู่ใน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เดินทางไปถนน พโลรังฤทธิ์ เยี่ยมชม " ชุมชนวัดบูรพา " เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี มีอายุกว่า 200 ปี ดังนั้นวัดนี้จึงมีโบราณสถานที่ล้ำค่า คือ สิม ซึ่งสร้างด้วยดินเหนียว ปัจจุบันกรมศิลปากรได้จดทะเบียนขึ้นเป็นโบราณสถานแล้ว และมีหอไตรบกคู่ (สร้างอยู่บนดิน) ไว้เก็บเอกสารเกี่ยวกับธรรมะต่าง ๆ นอกจากนั้นแล้วภายในวัดยังสงบร่มรื่น อุดมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่จำนวนมาก ในอดีตเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมต้นกำเนิดวัดสายวิปัสสนากรรมฐาน เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อเหมือนของพระอาจารย์วิปัสสนา 5 องค์ คือ พระอาจารย์สีเทา ชัยเสโน , พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล, พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต, พระญาณวิศิษย์และพระสิทธิธรรมรังสีคัมภีร์เมธาจารย์ ประชาชนเลื่อมใสศรัทธามากราบไหว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคล สำหรับชุมชนวัดบูรพาได้ตระหนักถึงประเพณีอันดีงามของชาวอุบลราชธานี จึงได้ร่วมมือร่วมใจกับชุมชนเพื่อทำต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ขนาดใหญ่ส่งเข้าประกวดทุกปี และเกือบทุกปี ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์วัดบูรพา มักจะได้รับรางวัลชนะเลิศ หรือรองชนเลิศอันดับ 1 โดยตลอด โดยมีนายแก้ว อาจหาญ มรรคทายกวัดบูรพา เป็นผู้กำกับ ดูแลการทำต้นเทียนพรรษา พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนในการทำต้นเทียนอีกด้วย

วัดพระธาตุหนองบัว

บนถนนธรรมวิถี " ชุมชนวัดพระธาตุหนองบัว " ด้วยศรัทธาแรงกล้าของพุทธศาสนิกชนอุบลราชธานี มีความประสงค์จะสร้างวัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ในวาระมงคลกึ่งพุทธกาล พุทธศตวรรษ 2500 (พ.ศ. 2500) และได้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2498 ภายในบริเวณวัดมีพระบรมธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ เป็นแบบจำลองมาจากพระเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุม ของกำแพงแก้ว ได้ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ ภายในองค์พระธาตุมีประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน สำหรับชุมชนวัดพระธาตุหนองบัว มีนายวิเชียร ภาดี เป็นช่างทำต้นเทียน ประเภทแกะสลัก ซึ่งเริ่มเรียนรู้การทำต้นเทียนมาตั้งแต่อายุ 15 ปี มีผลงานการทำเทียนพรรษามา 27 ปี ได้รับรางวัลชนะเลิศรวม 8 ครั้ง มีความภูมิใจที่ได้เป็นลูกศิษย์ของครู โดยเฉพาะ อ.อุตส่าห์ จันทรวิจิตร ที่สร้างชีวิตให้กับทีมงานจนกลายมาเป็นช่างทำเทียนพรรษา และช่างศิลปะชื่อดังของจังหวัดอุบลราชธานี

ผามออีแดง

เส้นทาง เที่ยวด้วยใจภักดิ์ ฮักมรดกแผ่นดิน เยือนถิ่นอีสาน เราเดินทางไป " ผาหินสีแดง ผามออีแดง " ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่บริเวณใกล้ทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารที่มีทัศนียภาพสวยงาม เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ พื้นที่แนวชายแดนประเทศกัมพูชา และบริเวณปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างสวยงามและกว้างไกล จุดสูงสุดของหน้าผามออีแดง สามารถส่องกล้องชมปราสาทเขาพระวิหารได้ชัดเจนมาก มองเห็นสภาพภูมิประเทศ ผามออีแดง มีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติ ส่วนหน้าผาสูงชันกั้นเขตแดนประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ตลอดแนวผามออีแดงมีระยะประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพของแผ่นดินประเทศกัมพูชาที่อยู่ต่ำลงไป บริเวณผามออีแดง มีภาพแกะสลักนูนต่ำเป็นรูปคล้ายนางอัปสรา 3 องค์ เป็นศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 เป็นรูปสลักซึ่งเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ในเครื่องแต่งกายแบบชาวกัมพูชา สร้างขึ้นก่อนปราสาทเขาพระวิหาร ราวกลางศตวรรษที่ 11 อายุประมาณ 1,500 ปี มีโบราณวัตถุ พระพุทธรูปนาคปรก บริเวณจุดสูงสุดของผามออีแดงสามารถมองเห็นทัศนียภาพของปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างชัดเจนโดยผามออีแดง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการเท่านั้น เก็บภาพความประทับใจแล้วเราเดินทางไป ตะวันออกสุดของประเทศไทย เขตอำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร

เสาเฉลียง และลานหินแตก

" อุทยานแห่งชาติผาแต้ม " บริเวณจุดชมวิวมองเห็นทัศนียภาพภูเขาเคียงข้างแม่น้ำ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ผาแต้มสามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นได้เป็นแสงแรกแห่งสยาม สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง และเนิน เขา มีหน้าผาสูงชันซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน มีหินทรายลักษณะ แปลกตากระจายอยู่ทั่วบริเวณ " ประติมากรรมจากธรรมชาติ เสาเฉลียง " ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ชื่อ เสาเฉลียง แผลงมาจากคำว่า " สะเลียง " ซึ่งแปลว่าเสาหินเป็นประติมากรรมหินทรายชิ้นเอกจากธรรมชาติ มีลักษณะคล้ายดอกเห็ด เรียงรายกันอยู่มากมาย ซึ่งหินดังกล่าวจะปรากฏเห็นซากเปลือกหอย กรวด ทราย อยู่ในแผ่นหินขนาดใหญ่ นักธรณีวิทยา สันนิษฐานว่า เมื่อประมาณล้านกว่าปี สถานที่แห่งนี้คงจะเป็นทะเล โดยเสาเฉลียงประกอบจากหินทรายสองชุด คือ หินทรายยุคครีเตเชียส ชั้นบนซึ่งแข็งกว่า และหินทรายยุคจูแรสซิก ชั้นล่างซึ่งอ่อนกว่า จากอิทธิพลของน้ำและลม กัดกร่อนหิน ดิน ทรายเป็นเวลายาวนานกว่าร้อยล้านปี จนเกิด กระบวนการต้านทานทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นแรงกดทับ และแรงธรรมชาติอื่น ๆ ทำให้เม็ดทรายในเนื้อหินเชื่อมประสานกันแน่นขึ้น ส่งผลให้สามารถรักษารูปร่างได้ถึงปัจจุบันนี้ เดินต่ออีกประมาณ 200 เมตร ไปดูรอยแยกของแผ่นดินที่ลานหินแตก อยู่ถัดจากเสาเฉลียงขึ้นไปบนเนินเขาลานหินแตกจากรอยเลื่อนตัวของเปลือกโลกเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีจุดชมวิวทัศนีย์ภาพแม่น้ำโขงที่สวยงาม

ผาแต้ม

มาถึง" ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว " แหล่งเรียนรู้ข้อมูลอุทยานฯก่อนเที่ยวชมสถานที่ต่างๆอยู่ใกล้ลานจอดรถ เป็นอาคารปูนชั้นเดียว มีห้องโถงจัดแสดงภูมิประเทศของ อุทยานฯ และสัตว์ป่า มีรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น น้ำตก ลานดอกไม้ จำหน่ายของที่ระลึก ด้านหลังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงาม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เราสามารถขอแผนที่เดินเท้าไปบริเวณด้านล่างของผาแต้มมี ภาพเขียนสี ก่อนประวัติศาสตร์ ปรากฏเรียงรายอยู่เป็นระยะมีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันถึงสี่พันปี ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ที่หน้าผาด้านล่าง ระยะทางประมาณ 500 เมตร ภาพเขียนจะอยู่บนผนังหน้าผายาวติดต่อกันประมาณ 180 เมตร ซึ่งเป็นมุมต่ำกว่า 90 องศา มีภาพทั้งหมด ประมาณ 300 ภาพ แบ่งเป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ภาพคนทำนา ภาพสัตว์ ภาพมือ ภาพลายเรขาคณิต และภาพตุ้ม เครื่องมือจับปลาของชาวประมงริมโขง ซึ่งเป็นจำนวนภาพเขียนสีโบราณมากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในประเทศไทยและในต่างประเทศ ค่อนข้างจะสมบูรณ์มาก

สามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี 264/1 ถ. เขื่อนธานี อ.เมืองฯ จ.อุบลราชธานี 34000 โทร.0-4524-3770 , 0-4525-0714 โทรสาร 0-4524-3771 Website : www.tourismthailand.org E-mail : tatubon@tat.or.th

เรื่อง & ภาพ : วุฒิภัทร วิมุกตานนท์

 

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว