You Suck : "คำด่าบอกรัก" ที่แฟนมวยปล้ำมีให้กับ "เคิร์ท แองเกิล"

You Suck : "คำด่าบอกรัก" ที่แฟนมวยปล้ำมีให้กับ "เคิร์ท แองเกิล"
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

“You Suck” แปลเป็นไทยว่า “แกมันห่วย” คำสแลงชวนหัวร้อนที่ใครรู้ความหมายก็เป็นอันต้องของขึ้น หากไม่สนิทกันจริงแล้วมาด่ากล่าวกันด้วยคำนี้ รับรองว่าต้องมีวางมวยให้รู้เรื่องกันไปข้าง

สำหรับ เคิร์ท แองเกิล นักมวยปล้ำเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก และแชมป์โลก WWE หลายสมัย คำว่า You Suck มีความหมายมากกว่าคำด่า เมื่อแฟนมวยปล้ำทั่วสนามพากันตะโกนคำดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง ทุกครั้งที่เขาขึ้นมามอบความสุขแก่แฟนๆบนสังเวียน

 

Main Stand พาคุณไปรู้จักจุดกำเนิดและเรื่องราวของ เคิร์ท แองเกิล คำว่า You Suck จากคำดูถูกชวนหัวร้อน กลายเป็นคำชื่มชมที่แสดงความเคารพต่อนักมวยปล้ำรายนี้ได้อย่างไร? 

ติดตามเรื่องราวทั้งหมดนี้ไปพร้อมกัน….

ข้อแนะนำ: ผู้อ่านสามารถเปิดเพลง Medal เพลงเปิดตัวของเคิร์ท แองเกิล ระหว่างอ่านบทความ เพื่อเพิ่มอรรถรสของเรื่องราวให้มากยิ่งขึ้น

โอลิมปิกฮีโร่

ก่อนจะมาสร้างชื่อในเวทีมวยปล้ำอาชีพ เคิร์ท แองเกิล ก้าวไปถึงจุดสูงสุดของการเป็นนักมวยปล้ำสมัครเล่น หลังคว้าเหรียญทองโอลิมปิก และแชมป์โลก มวยปล้ำฟรีสไตล์ รุ่นน้ำหนัก 100 กิโลกรัม หรือ รุ่นเฮฟวีเวตมาครอง

 1

เคิร์ท แองเกิล ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ WWF หรือ WWE ในปัจจุบัน เมื่อปี 1998 ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1999 ด้วยบทบาทนักมวยปล้ำฮีโร่ของชาวอเมริกัน อันมีรากฐานจากการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกของเขา

ด้วยฝีมือการปล้ำที่น่าประทับใจ บวกกับชื่อเสียงที่มีมาอยู่ก่อนหน้านี้ เคิร์ท แองเกิล ถูกผลักดันขึ้นเป็นนักมวยปล้ำระดับสูงของสมาคมทันที ในปี 2000 เขาสามารถคว้าแชมป์โลก WWF, แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล, แชมป์ยูโรเปี้ยน และชนะการแข่งขัน ทัวร์นาเมนต์ King of the Ring เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดนี้ได้ ภายในปีเดียว

ท่ามกลางเข็มขัดและเกียรติยศมากมาย ทั้งในระดับสมัครเล่นและอาชีพ แต่ เคิร์ท แองเกิล กลับไม่ได้รับการยอมรับจากแฟนมวยปล้ำในช่วงเวลานั้น 

เคิร์ท แองเกิล คือ ภาพตรงข้ามของนักมวยปล้ำที่ป่าเถื่อนอย่าง 'สโตน โคลด์' สตีฟ ออสติน หรือ แมนไคนด์ ความเป็นนักกีฬาที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่สิ่งที่แฟนมวยปล้ำต้องการ และกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้บทบาทฮีโร่ของชาวอเมริกัน ต้องมาเจอกับความเปลี่ยนแปลง

เคิร์ท แองเกิล พลิกบทบาทของตัวเองจากนักมวยปล้ำฝ่ายธรรมะ สู่การเป็นนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรม โดยมีรากฐานจากบทบาทเดิม ทุกสัปดาห์ เคิร์ท แองเกิล จะหยิบไมค์เพื่อออกมาพูดว่า ตัวเขาคือแบบอย่างของชาวอเมริกันที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

 2

จากการทำงานหนักอย่างมีระบบแบบแผน และยังสั่งสอนแฟนมวยปล้ำให้ยึดหลัก 3 สามประการ ที่ตัวเขาจำไว้ขึ้นใจ "Intensity, Integrity and Intelligence" หรือแปลเป็นไทยง่ายๆว่า ทำงานหนักโดยใช้สมอง สู่ความเป็นเลิศอย่างสมบูรณ์แบบ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้บทบาทของเคิร์ท แองเกิล เป็นที่เกลียดชังไปทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในไอคอนของ WWF ยุคแอดติจูด คือ เหรียญทองโอลิมปิก (จำลอง) ที่เขาใส่ออกมาโชว์แฟนๆทุกสัปดาห์ อันเป็นเครื่องยืนยันว่า ทุกคำโม้โอ้อวดของเคิร์ท แองเกิล คือ ความจริง เขาประสบความสำเร็จในอาชีพของตัวเอง

อำนาจของเหรียญทองนี้ ส่งผลไปถึงชื่อเพลงเปิดตัวของเคิร์ท แองเกิล ที่ชื่อว่า “Medal” (เหรียญรางวัล) และสร้างประโยคที่กลายเป็นจุดขายของเคิร์ท แองเกิล ในเวลาดังกล่าว ด้วยการถามแฟนมวยปล้ำว่า “เหรียญทองของพวกคุณอยู่ที่ไหน?”

จุดกำเนิด You Suck

เคิร์ท แองเกิล ดำเนินบทบาทฮีโร่ของชาวอเมริกันมาจนถึงปี 2002 อันเป็นช่วงเวลาที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการมวยปล้ำ WWE เพิ่งจบเนื้อเรื่องการบุกรุกของ WCW ค่ายมวยปล้ำคู่แข่งที่ถูกซื้อกิจการไปในช่วงก่อนหน้า และควบรวมนักมวยปล้ำจากสองสมาคม ให้เข้ามาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน

 3

ในช่วงเวลานั้น วินซ์ แม็คมาน บิ๊กบอสของ WWE ประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน ปี 2002 ถึงการกำเนิดของยุคใหม่ที่เรียกว่า “Ruthless Aggression” พร้อมวางแผนผลักดันนักมวยปล้ำหน้าใหม่ โดยใช้นักมวยปล้ำรุ่นเก่าที่โด่งดังจากยุคแอดติจูด มาเป็นบันไดเพื่อผลักดันนักมวยปล้ำรุ่นใหม่สู่ระดับสูง

หนึ่งในนักมวยปล้ำหน้าใหม่ที่ วินซ์ แม็คมาน ต้องการจะผลักดัน คือ เอดจ์ สมาชิกของแท็กทีมที่โด่งดังที่สุดในยุคแอดติจูด “E&C” หรือ “เอดจ์ และ คริสเตียน” ส่วนบันไดที่วินซ์เลือกใช้ให้เอดจ์ก้าวผ่านขึ้นไป คือ เคิร์ท แองเกิล

เอดจ์ และ เคิร์ท แองเกิล เคยมีบทบาทร่วมกันมาก่อนในช่วงปลายปี 2000 เมื่อ เคิร์ท แองเกิล เข้ามาเป็นพันธมิตรกับทีมของเอดจ์ และ คริสเตียน เพื่อสร้างทีม “ECK” กลุ่มนักมวยปล้ำฝั่งอธรรมที่เน้นความตลกเป็นหลัก เคิร์ท แองเกิล รับบทเป็นหัวหน้า โดยมี เอดจ์ และ คริสเตียน เป็นลูกไล่ ก่อนกลุ่มจะยุบไปในช่วงกลางปี 2001

ทั้งคู่กลับมามีบทบาทร่วมกันอีกครั้ง ในศึกสแมคดาวน์ วันที่ 4 เดือนเมษายน ปี 2002 เมื่อ เคิร์ท แองเกิล ที่กำลังผิดหวังอยู่หลังเวที ได้รับการปลอบประโลมจากเอดจ์ พร้อมกับนำภาพที่ทั้งสองเคยอยู่ด้วยกันในทีม ECK มาให้ เคิร์ท แองเกิล ดู เพื่อให้เขาอารมณ์ดีขึ้น

 4

ขณะที่เคิร์ท แองเกิล กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการชื่นชมอดีตอันสวยงาม ด้านหลังรูปภาพ (หันมาทางกล้องให้คนดูเห็น) เขียนคำว่า “You Suck” พร้อมลูกศรที่ชี้ไปทาง เคิร์ท แองเกิล ตามมาด้วยอีกหลายภาพที่ตอกย้ำความเป็น “ไอ้ห่วย” เคิร์ท แองเกิล จากประโยคหลังภาพทั้ง “Yes, I do Suck” (ใช่ ผมมันห่วย), “And I’m a Dork” (แถมยังติ๊งต๊อง), P.S. I have no testicles (ป.ล. ผมไม่มีลูกอัณฑะ)

 5

โปรโมดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากจากแฟนมวยปล้ำ กระทั่งผู้บรรยายในวันนั้น ไมเคิล โคล และ แทซ ยังกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองไม่ไหว เนื้อเรื่อง You Suck จึงได้รับการต่อยอดทันทีในศึกสแมคดาวน์ สัปดาห์ถัดมา

“เคิร์ท เหรียญทองโอลิมปิกของนาย มันคือแรงบันดาลใจ มันคือของล้ำค่า แต่ที่สำคัญที่สุด คือเรื่องนั้นมันผ่านมา 6 ปีแล้ว” เอดจ์กล่าวในศึกสแมคดาวน์ วันที่ 11 เดือนเมษายน ปี 2002

“แต่นายก็พูดมีประเด็นเคิร์ท อีกอย่าง นายคือเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก นายเป็นคนที่พิเศษมาก เคิร์ท แองเกิล นั่นคือเหตุผลที่แฟนมวยปล้ำต้องพูดบางสิ่ง หลังจากนายพูดอะไรออกมา”

“คำนั้นต้องเป็นคำที่พิเศษมาก คำที่สื่อความถึงตัวนาย ฉันคิดว่า หลังจากทุกครั้งที่เคิร์ท แองเกิล พูดอะไรก็ตามแต่ ทุกคนควรแสดงถึงความชื่นชม ด้วยการตะโกนคำว่า You Suck”

คำพูดของเอดจ์โดนใจแฟนมวยปล้ำทุกประการ เสียงตะโกน You Suck ดังขึ้นไปทั่วสนาม ไม่ว่า เคิร์ท แองเกิล จะพูดอะไรก็ตามหลังจากนั้น ไม่มีสิ่งใดกลบความกระหึ่มของคำว่า You Suck ได้อีกแล้ว

 6

“พอได้แล้ว การสนทนาครั้งนี้มันจบลงแล้ว เปิดเพลงของฉันเดี๋ยวนี้” เคิร์ท แองเกิล กล่าวตัดบทเพื่อยุติคำว่า You Suck จากแฟนๆ

ความเห็นหนึ่งในยูทิวบ์กล่าวไว้ว่า การสั่งเปิดเพลงของเคิร์ท แองเกิล ในคืนดังกล่าว คือการทำเข้าประตูตัวเองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการกีฬา ทันทีที่เพลง Medal บรรเลงขึ้นมา คนดูในสนามพากันตะโกน You Suck ไปพร้อมกับทำนองเพลงอย่างพร้อมเพรียง

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนดังกล่าวจบลงแค่นั้น แต่ใครจะรู้เลยว่า โปรโมสั้นๆความยาวไม่ถึงสิบนาที จะสร้างตำนานบทใหม่ให้เกิดขึ้นในโลกมวยปล้ำ มาจนถึงทุกวันนี้…

คำด่า หรือ คำชม

เวลาผ่านไป เคิร์ท แองเกิล พลิกบทบาทของตัวเอง กลับไปมาระหว่างธรรมะและอธรรมหลายครั้ง แต่เสียงตะโกน You Suck ไม่เคยจางหาย ในวันที่เขาเป็นนักมวยปล้ำฝ่ายธรรมะ คำว่า You Suck คือสิ่งที่แสดงออกว่า แฟนมวยปล้ำหนุนหลังเคิร์ท แองเกิลมากแค่ไหน แม้ความหมายของคำดังกล่าว จะแปลว่า “นายมันห่วย” ก็ตาม

 7

ปี 2005 เคิร์ท แองเกิล เลิกใช้บทบาทนักมวยปล้ำฮีโร่ของชาวอเมริกัน มาเป็นบทบาท “Wrestling Machine” หรือเครื่องจักรนักมวยปล้ำ อันมีรากฐานมาจากการปล้ำอย่างหนัก จนได้รับบาดเจ็บไปทั่วร่างกายตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ไม่เคยได้รับการผลักดันอย่างที่ควรจะเป็นจากสมาคม

ความเครียดและความกดดัน ส่งผลให้ เคิร์ท แองเกิล กลายเป็นนักมวยปล้ำที่จริงจัง พูดน้อย ต่อยหนัก ไม่เหลือภาพความสนุกสนานแบบเดิมอีกต่อไป สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาถึงตอนนี้ คือเสียงตะโกน You Suck ระหว่างช่วงเปิดตัว และเคิร์ท แองเกิล ดูจะไม่พอใจนัก จากการกระทำที่ไม่ให้ความเคารพของแฟนมวยปล้ำ

“ปิดเพลง ปิดเพลงเดี๋ยวนี้” เคิร์ท แองเกิล กล่าวในศึกรอว์ วันที่ 11 กรกฎาคม ปี 2005

“กูเกลียดคำนั้น กูทนมันไม่ได้อีกต่อไป พวกมึงนั่งอยู่ตรงนั้น มองลงมาข้างล่าง แล้วตะโกนใส่กูว่า You Suck?”

“หุบปากซะ จะบอกอะไรให้นะ นี่คือสิ่งที่เราจะทำกันอีกครั้ง กูจะเดินออกจากเวที เดินไปตามทางเดิน กลับไปหลังเวที และเมื่อกูกลับมา ถ้าพวกแกยังไม่แสดงความเคารพในแบบที่กูควรจะได้รับ เราจะทำแบบนี้กันต่อไปเรื่อยๆ”

พูดจบ เคิร์ท แองเกิล เดินกลับเข้าหลังเวที เพื่อเปิดตัวใหม่อีกครั้ง แฟนมวยปล้ำยังตะโกน You Suck ใส่เขาเหมือนเดิม แม้เพลงจะปิดลง แต่เสียงตะโกน You Suck ยังคงดังกระหึ่ม ยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในคืนไหน

“พวกแกคิดว่ามันตลกเหรอ คิดว่ามันสนุกเหรอ หุบปากห่วยๆของมึงซะ กูคือนักมวยปล้ำที่ดีที่สุดตอนนี้ ฟังนะ กูทำงานอย่างหนักทุกวันเพื่อพวกมึงทุกคน” เคิร์ท แองเกิล กล่าว ขณะที่เสียงตะโกน You Suck กำลังดังลั่น

 8

“ดูตัวเองเถอะไอ้พวกเสแสร้ง ชนชั้นกลางอเมริกา ที่ยึดติดค่านิยมครอบครัว แต่ปล่อยให้ลูกตัวเองตะโกน You Suck ใส่นักมวยปล้ำเหรียญทองโอลิมปิก”

“ฟังนะ กูต้องผ่าตัดที่คอไปแล้วสามครั้ง จากการทำงานเพื่อพวกมึงทุกคน สามครั้ง กูเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพื่อพวกมึง ลูกสาวคนสุดท้อง กูไม่ได้ดูก้าวแรกของเธอ ไม่ได้ยินคำแรกของเธอ เพราะเอาแต่ปล้ำมวยปล้ำเพื่อพวกมึง แล้วภรรยาของกู เธอก็ทิ้งกูไป”

“กูเสียครอบครัวไป เพราะทุ่มเทชีวิตให้กับวงการมวยปล้ำ เพื่อแฟนมวยปล้ำทุกคน และนี่คือคำขอบคุณที่กูได้ ใช่ไหม? นี่คือคำขอบคุณเหรอ”

ทุกคำพูดที่ เคิร์ท แองเกิล กล่าวในวันนั้น ถึงอ้างอิงจากบทบาทนักมวยปล้ำอธรรมที่เขาได้รับ แต่ก็มีความจริงปะปนอยู่มาก ภรรยาของเขา คาเรน แองเกิล แยกทางกับ เคิร์ท แองเกิล เพื่อไปคบกับเจฟฟ์ จาเรตต์ นักมวยปล้ำ และอดีตเจ้าของค่ายมวยปล้ำ TNA สมาคมที่ เคิร์ท แองเกิล ฝากอนาคตไว้ยาวนานหลายปี เมื่อเขาตัดสินใจออกจาก WWE ในปี 2006

วินาทีที่ เคิร์ท แองเกิล เปิดตัวใน TNA โลกมวยปล้ำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่มีเพลง Medal อยู่คู่กับ เคิร์ท แองเกิล อีกต่อไป เสียงตะโกน You Suck กลายเป็นแค่เรื่องราวในอดีต ที่ชวนให้แฟนมวยปล้ำทั่วโลก ระลึกถึงชายคนหนึ่งที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อสร้างความสุขให้กับแฟนมวยปล้ำเสมอมา

ความเกลียดชังที่เคยมีให้ จึงกลายเป็นความคิดถึง ทุกครั้งที่มีข่าว เคิร์ท แองเกิล ใกล้หมดสัญญากับ TNA แฟนมวยปล้ำทั่วโลกต่างตั้งคำถาม “เขาจะกลับมา WWE ไหม?” แค่สักครั้งที่จะได้ตะโกน You Suck เพื่อเป็นการให้เกียรติตำนานรายนี้ อย่างที่ควรจะเป็น บนเวที WWE กลับเพลง Medal ที่ตัวเขาสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมา

วันที่แฟนมวยปล้ำรอคอยมาถึง เมื่อ เคิร์ท แองเกิล ได้รับเชิญเข้าสู่หอเกียรติยศของ WWE ในปี 2017 ทันทีที่ เคิร์ท แองเกิล ปรากฏตัวในงาน เสียงตะโกน You Suck ดังขึ้น ไม่มีคำด่าจากแองเกิลอีกต่อไป เขาเดินออกมาพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สายตาจับจ้องไปที่แฟนมวยปล้ำ พร้อมเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่มไปทั่วงาน

การกลับมา WWE ของเคิร์ท แองเกิล เกือบจะทำให้ภาพทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งสุดท้ายที่ยังคาใจแฟนมวยปล้ำทั่วโลกคือ เคิร์ท แองเกิล ชอบคำว่า “You Suck” หรือไม่ สิ่งที่เคยด่าแฟนๆเมื่อหลายปีก่อน คือ ความจริงหรือไม่?

 9

“แน่นอน ผมสนุกกับมัน (การตะโกน You Suck) ตั้งแต่วันแรก” เคิร์ท แองเกิล ตอบคำถามให้แฟนหายข้องใจในภายหลัง ถึงความรู้สึกของเขาต่อคำว่า You Suck 

“พวกคุณคิดจริงเหรอ ว่าผมจะเกลียดแฟนมวยปล้ำที่ตะโกนด่าผมว่า You Suck โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผมรับบทบาทเป็นนักมวยปล้ำอธรรมใน WWE ถึง 5 จาก 7 ปี”

“ผมได้รับสิทธิ์ที่จะได้ยินเสียงตะโกนแบบนี้ ในทุกครั้งที่ผมออกมาปล้ำบนเวที You Suck สำหรับผมมันคือคำชมเชยนะ”