ระบบนับคะแนนเทนนิส 15-30-40 มาจากไหน? ไขคำตอบที่ใช้ไม่เหมือนกีฬาอื่นทั่วไป

ระบบนับคะแนนเทนนิส 15-30-40 มาจากไหน? ไขคำตอบที่ใช้ไม่เหมือนกีฬาอื่นทั่วไป

ระบบนับคะแนนเทนนิส 15-30-40 มาจากไหน? ไขคำตอบที่ใช้ไม่เหมือนกีฬาอื่นทั่วไป
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หากพูดถึงการนับคะแนนในกีฬาทั่วไป ส่วนใหญ่มักเริ่มจาก 1 แล้วไล่ไปเรื่อย ๆ หรือไม่ก็วัดกันที่ใครทำแต้มถึงเป้าหมายก่อน

แต่ในกีฬาเทนนิสกลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะแม้รูปแบบการตัดสินแพ้ชนะจะคล้ายกีฬาอื่น (ชนะ 6 เกมได้ 1 เซต และชนะ 2 ใน 3 หรือ 3 ใน 5 เซตก่อนคือผู้ชนะ) แต่ การนับคะแนนระหว่างเกม กลับใช้ระบบที่ไม่เหมือนใคร คือ 0, 15, 30, 40 แล้วจบเป็น 1 เกม

ถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? เราไปหาคำตอบพร้อมกันด้านล่างได้เลย

0_wimbledon-2011-mens-singles

จุดแปลกของเทนนิส ที่ทำให้หลายคนงง

สิ่งที่ทำให้เทนนิสแตกต่างคือการไม่ใช้ตัวเลขเรียงแบบ 1-2-3-4 แต่ใช้ 15-30-40 แทน และเมื่อคะแนนเสมอกันที่ 40-40 จะเรียกว่า Deuce (ดิวซ์) อีกทั้งคะแนน 0 ก็ไม่ได้เรียกว่า “Zero” หรือ “Nil” แบบกีฬาทั่วไป แต่ใช้คำว่า Love (เลิฟ) แทน ซึ่งยิ่งเพิ่มความสงสัยให้กับผู้ชมมือใหม่

ที่มาของ 15-30-40 มาจาก “หน้าปัดนาฬิกา”

หนึ่งในคำอธิบายที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ ระบบคะแนนนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศสในยุคกลาง โดยใช้ หน้าปัดนาฬิกาแบบเข็ม (Analog) เป็นตัวช่วยนับแต้ม

หลักการคือ เมื่อผู้เล่นได้แต้ม เข็มนาฬิกาจะขยับไปทีละ 15 นาที ดังนี้

- 0 คะแนน เรียกว่า Love ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า L’oeuf (ภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “ไข่” หมายถึงศูนย์)
- แต้มแรก = 15 (เข็มชี้ที่ 15 นาที)
- แต้มที่สอง = 30 (เข็มชี้ที่ 30 นาที)
- แต้มที่สาม เดิมคือ 45 แต่ภายหลังปรับเป็น 40 เพื่อให้ออกเสียงง่ายและรวดเร็วขึ้น
- แต้มที่สี่ = 60 นาที หรือ “Game” หมายถึงชนะ 1 เกม

stopwatch-icon-flat-illustrat

ทำไมต้องเปลี่ยนจาก 45 เป็น 40?

แม้ระบบเดิมจะใช้ 45 แต่มีการปรับมาเป็น 40 เพื่อให้การขานคะแนนสั้น กระชับ และเข้าใจง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เกมตึงเครียด

แล้ว “ดิวซ์” กับ “แอดวานเทจ” คืออะไร?

เมื่อผู้เล่นทั้งสองฝ่ายมีคะแนนเท่ากันที่ 40-40 จะเรียกว่า Deuce ซึ่งมาจากคำว่า Deux ในภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “สอง” หมายถึงต้องชนะให้ได้ 2 แต้มติดต่อกัน

แต้มถัดไปจะเรียกว่า Advantage (ได้เปรียบ) และหากผู้เล่นคนนั้นทำแต้มได้อีกครั้งจึงจะปิดเกมได้ แต่ถ้าเสียแต้มก็จะกลับมาเป็นดิวซ์อีกครั้ง ทำให้เกมมีความลุ้นระทึกมากขึ้น

0c10

บทสรุป: ความแปลกที่กลายเป็นเอกลักษณ์

ระบบนับคะแนนเทนนิส 15-30-40 มีรากฐานจากประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการใช้นาฬิกาเป็นตัวนับแต้มในอดีต ผสมกับการปรับให้เหมาะกับการใช้งานจริง จนกลายเป็นรูปแบบเฉพาะตัวที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน

แม้จะดูแปลกสำหรับมือใหม่ แต่ระบบนี้กลับเป็นเสน่ห์สำคัญของกีฬาเทนนิส ที่ทำให้เกมมีจังหวะและความตื่นเต้นไม่เหมือนกีฬาชนิดอื่น

รู้แบบนี้แล้ว ครั้งหน้าที่ดูเทนนิส คุณจะเข้าใจทุกแต้มแบบไม่งงอีกต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล